7-Eleven – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 26 Feb 2026 13:46:47 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 สรุปปี 68 CPALL ทำรายได้ทะลุ 1.02 ล้านล้านบาท กำไรโต 11.3% https://positioningmag.com/1561218 Wed, 25 Feb 2026 15:58:01 +0000 https://positioningmag.com/?p=1561218 CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 จากธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven , ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า และธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป, ธุรกิจตัวแทนรับชำระค่าสินค้าและบริการ ฯลฯ ซึ่งมีรายได้รวม 1,022,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 28,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.28%

 

โดยผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น หลักๆ มาจากกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ, ธุรกิจค้าส่ง และธุรกิจอื่นๆ

 

รายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน แบ่งสัดส่วนตาม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

  1. ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 46%
  2. ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า 48%
  3. ธุรกิจอื่น ๆ ในประเทศไทยมีสัดส่วน 6%

 

สรุปสถิติน่าสนใจของ 7-Eleven

 

มาดูไฮไลต์ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven โดยในปี 2568 มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 462,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน มีกำไรสุทธิ 24,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น15.9% จากปีก่อน

 

สัดส่วนของรายได้จากการขาย

76.3% มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

23.7% มาจากสินค้าอุปโภค

 

โดย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวนร้านสาขา 7-Eleven ในไทยรวม 15,945 สาขา เพิ่มขึ้น 700 สาขาจากปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น

ร้านของบริษัทเอง 8,194 สาขา (สัดส่วน 51%)

ร้าน Store Business Partner (SBP) 6,803 สาขา (สัดส่วน 43%)

ร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 948 สาขา (สัดส่วน 6%)

 

– ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน อยู่ที่ 83,777 บาท

– ยอดซื้อต่อบิลอยู่ที่ 88 บาท

– จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 951 คน

 

ขณะที่สาขา 7-Eleven ในต่างประเทศภายใต้การดูแลของ CPALL ใน สปป.ลาว มี 26 สาขา และ ในกัมพูชา 112 สาขา

 

สำหรับปี 2569 วางแผนพัฒนาช่องทางทั่งออนไลน์และออฟไลน์ โดยในไทยจะเปิดสาขาเพิ่มอีกประมาณ 700 สาขา และมีเป้าหมายเปิดร้านใหม่ใน สปป.ลาว เพิ่มอีก ส่วนกัมพูชา ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลง

 

คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 12,000 – 13,600  ล้านบาท แบ่งเป็น

– เปิดสาขาใหม่ 3,800 – 4,600 ล้านบาท

– ปรับปรุงร้านเดิม 2,900 – 3,500 ล้านบาท

– โครงการใหม่, บริษัทย่อยและศูนย์กระจายสินค้า 4,000 – 4,100 ล้านบาท

– สินทรัพย์ถาวร และระบบสารสนเทศ 1,300 – 1,400 ล้านบาท

]]>
1561218
iQIYI (อ้ายฉีอี้) จับมือ 7-Eleven เปิดตัว “iQIYI VIP Gift Card” พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ดูสนุก ดูฟิน สะดวกทั่วประเทศใกล้บ้านคุณ https://positioningmag.com/1543827 Fri, 24 Oct 2025 04:02:57 +0000 https://positioningmag.com/?p=1543827

iQIYI (อ้ายฉีอี้) แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ชั้นนำระดับโลก เดินหน้าขยายการเข้าถึงผู้ใช้งานไทยอย่างต่อเนื่อง ประกาศเปิดจำหน่าย iQIYI VIP Gift Card ผ่านร้าน7-Eleven ทั่วประเทศ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และสร้างทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงความบันเทิงระดับพรีเมียมจาก iQIYI (อ้ายฉีอี้) ได้ง่ายกว่าที่เคยผ่าน iQIYI VIP Gift Card เพียงขูดโค้ดหลังบัตรและนำไปแลก iQIYI VIP ที่ www.iQ.com/vip/codekey

โดยการวางจำหน่าย iQIYI VIP Gift Card  มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ iQIYI VIP มาตรฐาน 1 เดือน ราคา 119 บาท และ iQIYI VIP มาตรฐาน 3 เดือน ราคา 339 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ “คุ้ม X2” สำหรับการซื้อที่ 7-Eleven ทั่วประเทศ

คุ้มที่ 1: ซื้อ Gift Card iQIYI VIP มาตรฐาน 3 เดือน ราคา 339 บาท รับฟรี แสตมป์เซเว่นฯ 20 ดวง มูลค่า 60 บาท ระยะเวลาเริ่มโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. ถึง 23 พ.ย. 2568

คุ้มที่ 2: ซื้อ Gift Card iQIYI VIP มาตรฐาน 3 เดือน รับสิทธิ์ VIP ฟรีเพิ่มอีก 7 วัน มูลค่า 75 บาท ระยะเวลาโปรโมชั่น เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. – 23 ธ.ค 2568

ความร่วมมือระหว่าง iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ 7-Eleven ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการมอบความบันเทิงคุณภาพระดับโลกให้เข้าถึงได้ง่าย สะดวกสบาย และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทุกวัย ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับคอนเทนต์หลากหลายจาก iQIYI (อ้ายฉีอี้) ได้ทุกที่ทุกเวลา

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก VIP ด้วยภาพคมชัดระดับ Full HD และเสียงระบบ Dolby Atmos เสมือนดูในโรงภาพยนตร์ สามารถดูได้พร้อมกัน 2 จอ ดาวน์โหลดเพื่อดูแบบออฟไลน์ไม่มีโฆษณาคั่น
บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com เท่านั้น

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั้งสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตได้ใน App Store และ Google Play – กดดาวน์โหลดฟรี https://i.qy.net/f34caJ-b7 และติดตามความเคลื่อนไหวสาระบันเทิงยอดนิยมแห่งเอเชียได้ทาง

FB : https:// https://www.facebook.com/iQIYIThailand 

IG: @iQIYIThailand

Twitter: @iQIYIThailand

YT: iQIYI Thailand

Tiktok: iQIYI Thailand

]]>
1543827
จับตาการกลับมา ‘น้องเนย’ พนักงาน 7-Eleven ที่ครั้งนี้ควงคู่มากับ ‘เฮลโล คิตตี้’ https://positioningmag.com/1534488 Tue, 19 Aug 2025 12:34:02 +0000 https://positioningmag.com/?p=1534488 น่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อ ‘7-Eleven’ (เซเว่น อีเลฟเว่น) ประกาศถึงการกลับมาของ ‘น้องเนย’ (BUTTERBEAR) พนักงานเซเว่นฯ ซึ่งครั้งนี้ไม่ธรรมดาเพราะมาพร้อมกับเพื่อนใหม่ที่ดังระดับตำนาน อย่าง ‘เฮลโล คิตตี้’ (Hello Kitty)

 

อย่างที่ทราบกับดีน้องเนย หรือหมีเนย เป็นคาแรกเตอร์ที่มีพลังทางการตลาดมาก โดยเมื่อไป Collab กับแบรนด์ใด ก็สามารถสร้างกระแสไวรัลและยอดขายได้เป็นอย่างดี 

 

อย่างกรณีการไป Collab กับ KFC ในช่วง 3 เดือน สามารถสร้างยอดขายเพิ่มให้ 49% และในช่วงสัปดาห์แรกของแคมเปญมีจำนวนในการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น 59%เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนของปีที่ผ่านมา

.

สำหรับ 7-Eleven ก่อนหน้านี้ได้มีความร่วมมือกับน้องเนย ภายใต้แคมเปญ ‘เพื่อนที่ฮีลใจ ใกล้ๆคุณ’ ให้เป็นพลังซอฟท์ พาวเวอร์ของไทย และเข้าถึงทุกคนได้มากขึ้นผ่านสินค้าอาหารและเครื่องดื่มแพ็กเกจจิง

 

รวมไปถึงของพรีเมียมที่น่าสะสม อาทิ กระเป๋านุ่มนิ่ม กระเป๋าขนปุย ผ้าห่มมีฮู้ด สมุด แก้วน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งต้องบอกว่า ผลตอบรับของแคมแปญนี้ดีมาก ๆ ทั้งกระแสการพูดถึงและกลายเป็นไอเท็มตามหาของผู้คน

 

ขณะที่ความแรงของ ‘เฮลโล คิตตี้’ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นคาแรกเตอร์ดังระดับตำนานที่มีอายุยาวนานกว่า 50 ปี มีความร่วมมือกับแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย และหลากหลาย จนสามารถสร้างรายได้ให้กับ Sanrio ได้อย่างมหาศาล

 

สำหรับการโคจรมาพบกันของ ‘2 สาวเพื่อนซี้คู่ใหม่’ หมีเนยและเฮลโล คิตตี้ ครั้งนี้ จะมาภายใต้แคมเปญ ‘น่ารัก แพ็คคู่…ดูแลทั่วไทย’ ส่วนจะมี ‘พลัง’ และ ‘ปัง’ แค่ไหน ต้องรอติดตามในวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นี้!

]]>
1534488
ปี 67 CPALL เจ้าของ 7-Eleven ในไทย มีกำไร 25,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.1% https://positioningmag.com/1512293 Tue, 25 Feb 2025 13:54:13 +0000 https://positioningmag.com/?p=1512293 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL รายงานผลประกอบการปี 2567 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย พบว่า มีรายได้รวมอยู่ที่ 987,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% จากปีก่อน และ มีกำไรสุทธิ 25,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.1% จากการที่ทุกกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น

 

สำหรับรายได้ดังกล่าว มาจาก 3 ธุรกิจหลัก แบ่งตามสัดส่วนรายได้ ดังต่อไปนี้

 

กลุ่มที่ 1 รายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven 45%

กลุ่มที่ 2 รายได้จากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกและศูนย์การค้า อาทิ Makro และ Lotus’s 48%

กลุ่มที่ 3 รายได้จากธุรกิจอื่นๆ ในประเทศไทย 7%

 

ในปี 2567 หากเจาะลงมาที่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven พบว่า

– มีรายได้ขายสินค้าและบริการ 439,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1%

– กำไรสุทธิอยู่ที่ 21,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40%

-มีสาขาทั่วประเทศ 15,245 สาขา เพิ่มขึ้น 700 สาขาจากปีก่อน

– ยอดขายต่อสาขาเฉลี่ย 83,906 บาท/วัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 80,837 บาท/วัน

– จำนวนลูกค้าต่อวันต่อสาขาเฉลี่ยอยู่ที่ 978 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 965 คน

– ยอดซื้อเฉลี่ยต่อบิล 85 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 83 บาท

– 7Delivery และ All online สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 11% ของยอดขายรวม

 

สำหรับในต่างประเทศ CPALL มีการขยายร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในกัมพูชา 30 สาขา และ สปป.ลาว 7 สาขา ทำให้กัมพูชามีสาขา 7-Eleven รวมแล้ว 112 สาขา และในสปป.ลาวรวมแล้ว 10 สาขา

 

ส่วนในปี 2568 ทาง CPALL มีแผนจะลงทุนเปิดสาขาใหม่ในประเทศไทยอีก 700 สาขา รวมถึงมีเป้าหมายจะเปิดร้านสาขาใหม่ในกัมพูชา และ สปป.ลาว

]]>
1512293
CPALL โชว์ฟอร์ม 9 เดือน 67 มีรายได้รวม 730,233 ล้านบาท กำไรโตกว่า 46% https://positioningmag.com/1499283 Fri, 15 Nov 2024 07:00:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1499283 บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 โดยมีรายได้รวม 241,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 5,608 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ (หลังปรับปรุงรายการ) 6,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.1%

การเติบโตดังกล่าวมาจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, ค้าส่งค้าปลีก และศูนย์การค้า ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือน CPALL มีรายได้รวมจำนวน 730,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ที่เติบโตขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ และมีกำไรสุทธิ 18,167 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ (หลังปรับปรุงรายการ) 18,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 46.3%

สัดส่วนรายได้แบ่งเป็น ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และอื่น ๆ รวม 52% อีก 48% มาจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และศูนย์การค้า

เมื่อมาเจาะมาที่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven พบว่า มีการเติบโตที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

ในไตรมาส 3 ปี 2567 มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 107,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยหนุนการเติบโตมาจากเศรษฐกิจฟื้นตัวทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ผ่านบริการ 7-Delivery และ All Online

ขณะที่การขยายสาขา ในไตรมาสนี้มีการเปิดสาขาใหม่ 199 สาขา ทำให้มีจำนวนสาขาทั้งหมด 15,053 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ

ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศกัมพูชา รวมทั้งสิ้น 98 สาขา และมีสาขาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 9 สาขา

]]>
1499283
7-Eleven ในญี่ปุ่นเตรียมเปิดบริการให้ลูกค้าสั่งพิซซ่าจากร้านได้ในบางพื้นที่ แถมมีแผนขยายไปยังทั่วประเทศ https://positioningmag.com/1481696 Sun, 07 Jul 2024 10:10:26 +0000 https://positioningmag.com/?p=1481696 7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดบริการให้ลูกค้าสามารถที่จะสั่งพิซซ่าอบร้อนจากร้านสะดวกซื้อได้ ซึ่งลูกค้าจะเริ่มต้นสามารถใช้บริการดังกล่าวได้ในช่วงเดือนสิงหาคม และจะมีการขยายสาขาเพิ่มเติมหลังจากนี้

7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่น เตรียมหารายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ล่าสุดบริษัทเตรียมนำสาขามากถึง 12,000 สาขาใน 3 เขตใหญ่ของประเทศให้บริการในการส่งพิซซ่าอบร้อน ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชัน 7 Now และตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมหลังจากนี้

ในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ 7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่นในสาขาในเขต Hokkaido เขต Kyushu รวมถึงเขต Kanto มากถึง 12,000 สาขาจะพร้อมให้บริการพิซซ่าอบร้อนส่งถึงบ้านของลูกค้า โดยค่าส่งพิซซ่าจะอยู่ในช่วง 110 เยน จนถึง 550 เยน

โดยระยะเวลาในการจัดส่งพิซซ่าของทางบริษัทนั้นจะอยู่ในช่วง 30 นาที แต่ทางบริษัทได้กล่าวว่าจะพยายามส่งพิซซ่าให้ได้ไวที่สุดภายใน 20 นาที

ผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นสามารถเริ่มสั่งพิซซ่าอบร้อนจากร้านสะดวกซื้อรายดังกล่าวในช่วงเริ่มต้นจะมีพิซซ่า 2 หน้าให้เลือกคือหน้าไก่เทอริยากิในราคา 880 เยน กับ หน้ามาร์การิต้าในราคา 780 เยน ซึ่งผู้บริหารของบริษัทในประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่าหน้าพิซซ่าทั้ง 2 เป็นหน้าที่คนญี่ปุ่นต้องการรับประทานมากที่สุด

ในช่วงที่ผ่านมา 7-Eleven ในญี่ปุ่นได้ปรับตัวในด้านธุรกิจ และมีบริการใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการ Delivery หรือแม้แต่การวางจำหน่ายสินค้าประเภทใหม่ๆ เพื่อที่จะเจาะกลุ่มลูกค้า หรือแม้แต่ขยายรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มมากขึ้น

แผนของ 7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่นยังเตรียมที่จะขยายบริการดังกล่าวไปยังส่วนที่เหลือภายในประเทศในภายหลัง ซึ่งขึ้นกับการขยายบริการในส่วนของแอปฯ 7 Now ของบริษัทด้วย

ที่มา – Yahoo News Japan, Asahi Shimbun, SoraNews24

]]>
1481696
‘ร้านสะดวกซื้อ’ ในญี่ปุ่นเริ่มเปิด-ปิดเป็นเวลามากขึ้น เหตุ ‘ขาดแคลนแรงงาน’ ทำให้เปิดบริการ 24 ชม. ไม่ได้ https://positioningmag.com/1472227 Tue, 07 May 2024 02:33:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1472227 การเปิดร้านตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นอีกเสน่ห์ของร้านสะดวกซื้อ แต่เพราะปัญหาขาดแคลนแรงงานของญี่ปุ่น เนื่องจากประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมานาน ส่งผลให้เชนร้านสะดวกซื้อรายใหญ่หลายราย ไม่สามารถให้บริการ 24 ชั่วโมงได้อีกต่อไป

จากการสํารวจผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ 7 รายของญี่ปุ่นโดย Kyodo News ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา อาทิ 7-Eleven และ Lawson พบว่า ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ร้านสะดวกซื้อประมาณ 6,400 แห่ง จาก 55,000 แห่ง ในประเทศ หรือคิดเป็นประมาณ 12% ไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

โดยผู้นําตลาดอย่าง 7-Eleven ได้ยกเลิกการให้บริการ 24 ชั่วโมงในกว่า 200 สาขา นับตั้งแต่ปี 2020 ในขณะที่ Lawson ได้ใช้มาตรการที่คล้ายกันในร้านค้าอีกประมาณ 100 สาขา โดยสาเหตุที่บริษัทไม่สามารถเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงได้ เป็นผลมาจากการ ขาดแคลนแรงงาน และความต้องการ การใช้บริการช่วงกลางดึกลดลง

ทั้งนี้ สัดส่วนของสาขาที่ไม่เปิด 24 ชั่วโมง ของเชน Top 3 ร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น ได้แก่ 7-Eleven, Lawson และ FamilyMart จะอยู่ที่ 8-10% ของสาขาทั้งหมด แต่ผู้ให้บริการรายย่อยอื่น ๆ มีเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่ามาก อาทิ Seicomart เครือร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด มีอัตราร้านค้าที่ลดเวลาทําการสูงสุดที่ 87% รองลงมาคือ Poplar ซึ่งมีสํานักงานใหญ่ในฮิโรชิมาอยู่ที่ 79%

“เรากําลังดําเนินมาตรการโดยคํานึงถึงยอดขายและความยั่งยืน” เจ้าหน้าที่ของ Ministop กล่าว ซึ่งอนุญาตให้ร้านค้า 22% เปิดให้บริการในเวลาที่สั้นลง

ด้วยปัญหาดังกล่าว ทำให้เชนร้านสะดวกซื้อรายใหญ่อย่าง 7-Eleven เปิด ร้านสะดวกซื้อ ไร้พนักงาน ซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะแก้ปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน เพราะลูกค้าไม่เพียงแต่แวะซื้อของทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริการทางการเงิน การจัดส่งพัสดุ และสิ่งอํานวยความสะดวกอื่น ๆ ด้วย

นับตั้งแต่ 7-Eleven เปิดร้านสะดวกซื้อแห่งแรกของประเทศใน Koto Ward ของโตเกียวในเดือนพฤษภาคม 1974 ร้านค้าดังกล่าวที่มีการดําเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง และแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นเริ่มอิ่มตัว และเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับการทํางานหนักเกินไป ประกอบกับวิกฤตแรงงานที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เริ่มเกิดคำถามถึงการให้บริการ 24 ชั่วโมงของร้านสะดวกซื้อ

Source

]]>
1472227
7-Eleven ตั้งเป้าภายในปี 2030 จะมี 100,000 สาขาทั่วโลก เจาะตลาดยุโรป ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง เพิ่ม https://positioningmag.com/1470845 Wed, 24 Apr 2024 01:20:37 +0000 https://positioningmag.com/?p=1470845 เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ได้ตั้งเป้ามีร้านสะดวกซื้อทั่วโลกแตะ 100,000 สาขาภายในปี 2030 โดยเน้นตั้งเป้าขยายสาขาในประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง หรือแม้แต่แอฟริกา 

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวว่า Seven & i Holdings บริษัทแม่เจ้าของแฟรนไชส์ 7-Eleven ในประเทศญี่ปุ่น ได้เตรียมที่ขยายสาขาทั่วโลก โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 บริษัทจะขยายสาขาเพิ่มอีก 18% หรือคิดเป็น 100,000 สาขา เมื่อเทียบตัวเลขดังกล่าวกับตัวเลขล่าสุด

ตลาดที่ Seven & i Holdings จะเจาะโดยการขายสิทธิแฟรนไชส์สาขาก็คือ ยุโรป ลาตินอเมริกา นอกจากนี้ยังรวมถึงตะวันออกกลาง และแอฟริกา และจะทำให้เชนร้านสะดวกซื้อนั้นขยายสาขาได้เป็น 30 ประเทศทั่วโลก จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 20 ประเทศ

แผนดังกล่าวนั้นตามมาจากแผนของ Seven & i Holdings ที่ตั้งเป้าในปี 2026 จะมีสาขาในทวีปเอเชียเพิ่มขึ้นอีก 3,600 สาขา โดยมองปัจจัยสำคัญมาจากชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นตาม ขณะเดียวกันร้านสะดวกซื้อเองก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้บริษัทได้ทุ่มงบลงทุนมากถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเร่งขยายสาขาในสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ออสเตรเลียหลังจากในปีที่ผ่านมา Seven & i Holdings ได้ซื้อธุรกิจร้านสะดวกซื้อจำนวน 751 สาขากลับมา เพื่อที่จะขยายธุรกิจได้รวดเร็วมากขึ้น

นอกจากนี้แรงกดดันจากนักลงทุนยังทำให้ Seven & i Holdings เตรียมขายสินทรัพย์ที่ไม่สร้างกำไรให้กับบริษัทอย่างธุรกิจ Supermarket ในประเทศญี่ปุ่นออกไปอีกด้วย

ข้อมูลล่าสุดช่วงปลายปี 2023 จำนวนร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven นั้นมีอยู่มากกว่า 80,000 สาขาทั่วโลก โดยจำนวนสาขาที่เยอะมากสุดคืออยู่ในทวีปเอเชีย 

]]>
1470845
7-Eleven วางเป้ามีร้านสะดวกซื้อในเอเชียแตะระดับ 50,000 สาขาภายในปี 2026 จากปัจจัยชนชั้นกลางที่เพิ่มมากขึ้น https://positioningmag.com/1458325 Thu, 11 Jan 2024 03:45:50 +0000 https://positioningmag.com/?p=1458325 เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ได้ตั้งเป้ามีร้านสะดวกซื้อในเอเชียแตะระดับ 50,000 สาขาภายในปี 2026 นอกจากนี่ยังรวมถึงเชนร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่นหลายแห่งที่มองถึงการขยายสาขาในประเทศต่างๆ ในเอเชีย จากปัจจัยชนชั้นกลางที่เพิ่มมากขึ้น

Nikkei Asia รายงานข่าวว่า 7-Eleven เจ้าของเชนร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่นได้ตั้งเป้าที่จะมีสาขาในทวีปเอเชียให้แตะระดับ 50,000 สาขา ขณะเดียวกันคู่แข่งร้านสะดวกซื้อรายอื่นจากญี่ปุ่นก็ตั้งเป้าที่จะเพิ่มสาขาให้ได้เช่นกัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อในทวีปเอเชีย

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า Seven & i Holdings เจ้าของ 7-Eleven ซึ่งถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น ตั้งเป้าในปี 2026 จะมีสาขาในทวีปเอเชียเพิ่มขึ้นอีก 3,600 สาขา ซึ่งจะทำให้มีสาขารวมกันแตะระดับใกล้ 50,000 สาขา มากกว่าจำนวนสาขาในเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2023 ซึ่งมีสาขาราวๆ 46,000 สาขาเท่านั้น

โดยโมเดลของ Seven & i Holdings เจ้าของ 7-Eleven คือการให้สิทธิ์แฟรนไชส์กับพันธมิตรในแต่ละประเทศ ปัจจุบันสาขา 7-Eleven นอกประเทศญี่ปุ่นที่มีจำนวนสาขาจำนวนมากกว่า 5,000 สาขา เช่น ไต้หวันที่มีสาขามากกว่า 6,600 สาขา หรือแม้แต่ในเกาหลีใต้ที่มีสาขามากกว่า 14,000 สาขา

สำหรับในประเทศไทย CPALL ซึ่งเป็นผู้รับสิทธิ์เปิดร้าน 7-Eleven ในไทย ลาว รวมถึงกัมพูชา ตัวเลขล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2023 ที่ผ่านมา บริษัทมีจำนวนร้านสะดวกซื้อเป็นจำนวนมากถึง 14,391 ในประเทศไทย 1 สาขาในประเทศลาว และ 72 สาขาในกัมพูชา

นอกจากนี้เชนร้านสะดวกซื้อคู่แข่งอย่าง ลอว์สัน (Lawson) ยังตั้งเป้าที่จะเปิดร้านในทวีปเอเชียอีกราวๆ 6,800 สาขาในจีนและอาเซียน ภายในปี 2026 ซึ่งจะทำให้มีสาขารวมกันราวๆ 13,000 สาขา

สื่อญี่ปุ่นรายดังกล่าวได้รวบรวมตัวเลขเชนร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นนั้นได้มีจำนวนสาขานอกประเทศญี่ปุ่นรวมกันราวๆ 60,000 สาขา แซงหน้าสาขาในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมากกว่า 50,000 สาขาไปแล้วเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชนร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นขยายสาขาในทวีปเอเชียเพิ่มมากขึ้นคืออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ที่หลายประเทศมี GDP เติบโตมากกว่า 5% ทำให้ชนชั้นกลางมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลต่อการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันร้านสะดวกซื้อเองก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันด้วย

เชนร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นได้เปลี่ยนสมรภูมิหลักจากประเทศญี่ปุ่นไปยังหลายประเทศในทวีปเอเชีย ซึ่งบริษัทเหล่านี้คาดหวังว่าจะสามารถเอาชนะคู่แข่งในแต่ละประเทศด้วยผลิตภัณฑ์และสินค้าคุณภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงบริการต่างๆ ที่ได้รับการฝึกฝนมาจากญี่ปุ่น

]]>
1458325
‘Daiso’ เริ่มวางขายสินค้าใน ‘7-Eleven’ ญี่ปุ่น แก้ปัญหายอดขาดหดเพราะคนไม่เดินทาง https://positioningmag.com/1371277 Sun, 23 Jan 2022 12:18:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1371277 เชื่อว่าหลายคนชอบเข้าไปหาซื้อของใน ‘Daiso’ (ไดโซะ) ร้านทุกอย่าง 60 ที่ขายของสากกะเบือยันเรือรบ แม้ที่ไทยจะไม่ได้มีสาขามากเท่าประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเชนร้าน 100 เยนใหญ่ที่สุด และจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้ Daiso ในญี่ปุ่นได้รับผลกระทบทำให้ยอดขายหดตัว เนื่องจากผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าใกล้บ้านแทน Daiso จึงแก้เกมด้วยการ เข้าไปขายของใน 7-Eleven ซะเลย

เนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่อยู่แต่บ้าน และผลจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปทำให้ยอดขายของ Daiso จึงลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะลูกค้าที่ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผลิตภัณฑ์ในครัวแบบใช้แล้วทิ้งมักจะไม่ค่อยอยากเดินทางไป Daiso ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าจึงมองหาตัวเลือกที่สะดวกและใกล้บ้านมากขึ้นในการซื้อสินค้าเหล่านั้น ในราคาที่สมเหตุสมผล

นั่นคือเหตุผลที่ 7-Eleven และ Daiso ร่วมมือกันเพื่อนำผลิตภัณฑ์ Daiso มาสู่ชั้นวาง 7-Eleven จากการทดลองใช้งาน ร้าน 7-Eleven จำนวน 200 สาขา ในคานางาวะและฮอกไกโด ซึ่งผลการดำเนินการตั้งแต่ปี 2564 ก็ออกมาดีเกินคาด โดยยอดขายของใช้ประจำวันที่ 7-Elevens ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ Daiso เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปี 2020

ด้วยความสำเร็จของการทดลองใช้งานเหล่านี้ Daiso และ 7-Eleven กำลังขยายความร่วมมือจาก 200 สาขาเป็น 1 หมื่นสาขา หมายความว่าร้านค้าของ 7-Eleven ประมาณครึ่งหนึ่งจะเริ่มทยอยเพิ่มผลิตภัณฑ์ Daiso โดยเน้นที่สินค้าสะดวกซื้อในชีวิตประจำวัน เช่น กระดาษเช็ดมือและน้ำยาฆ่าเชื้อ ผ้าเช็ดทำความสะอาด

ทั้งนี้ การเปิดตัวจะเริ่มต้นด้วย 7-Eleven ในญี่ปุ่นตะวันออก และหากยอดขายยังเป็นที่น่าพอใจ ก็จะค่อยๆ ขยายไปยังฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น สินค้า Daiso คาดว่าจะเริ่มปรากฏใน 7-Eleven เพิ่มเติมตั้งแต่เดือนมกราคมนี้

Source

]]>
1371277