AKB48 – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 25 Jun 2018 04:21:40 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 BNK48 กำลังมีน้องสาวใหม่ SGO48 ไซ่ง่อน48 กลยุทธ์ 48 Group เพิ่มวง เพิ่มความหลากหลาย เพิ่มรายได้ https://positioningmag.com/1175492 Sat, 23 Jun 2018 02:29:49 +0000 https://positioningmag.com/?p=1175492 เมื่อช่วงเย็น (22 มิถุนายน 2018) สตาฟฟ์ของ AKB48 ทวีตในทวิตเตอร์ของ AKB48 ว่า บริษัทจะจัดตั้งกลุ่มน้องใหม่ SGO48 ขึ้นในโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยจะเริ่มออดิชั่นตั้งเดือนกรกฎาคมปีนี้ และวางแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี พร้อมกับให้ติดตามรายละเอียดที่จะมีประกาศต่อไป

โดย 48 Group มีการจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และมีสื่อในญี่ปุ่นลงข่าวมากมายโดยยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมมากไปกว่าทวีตที่ทางทีมงานเผยแพร่ออกมาก

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการฟอร์มตัวของ SGO48 ที่เปิดเผยมาแล้วมีเพียงว่า จะตั้งอยู่ที่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้ เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของเวียดนาม ขณะที่เมืองหลวงจริง ๆ คือฮานอย ซึ่งเป็นเมืองราชการและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจน้อยกว่าโฮจิมินห์ โดยการออดิชั่นจะจัดให้มีขึ้นทั่วเวียดนาม

โดยวง SGO48 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เป็นการใช้ชื่อย่อจากชื่อเมืองเก่าคือ ไซ่ง่อน และวงนี้จะกลายเป็นวงลำดับที่ 7 ในเครือ 48 Group ที่เกิดขึ้นนอกประเทศญี่ปุ่น จากวงที่เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านั้น คือ JKT48 ในอินโดนีเซีย BNK48 ประเทศไทย TPE48 ไต้หวัน MNL48 ฟิลิปปินส์ AKB48 TeamSH ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งมีชื่อต่างจากวงอื่น และ MUM48 ในมุมไบ ประเทศอินเดีย

AKB48 ซึ่งเกิดขึ้นในย่านอากิฮาบาร่าในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นย่านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และแหล่งการ์ตูน (อานิเมะ และ มังงะ) ของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2005 ด้วยคอนเซ็ปต์วงไอดอลที่แฟนสามารถพบได้ (ที่เธียเตอร์)

จากวงน้องสาวของ AKB48 ที่มีอยู่แล้วทั่วญี่ปุ่นถึง 5 เมือง และจากจำนวนน้องสาวในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 7 วงในปีนี้ ทำให้ตอนนี้ AKB48 กลายเป็นครอบครัวนานาชาติที่มีอัตราสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแน่นอนเร็วกกว่าการขยายตัวของประชากรโลกอย่างมิต้องสงสัย 

*** BNK48 น้องสาวจากไทยมาแรงเฟร่อร์!!

อย่างไรก็ตาม ในบรรดาวงน้องสาวในต่างประเทศ วงที่ประสบความสำเร็จโดดเด่นมาก ๆ หนีไม่พ้น BNK48 จากบ้านเรานี่เอง ที่ได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ดูจากผลการเลือกตั้ง AKB48 53rd Single World Senbatsu General Election เพื่อหาสมาชิก 16 อันดับแรก สำหรับ World Sembatsu ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 10 แต่เป็นครั้งแรกที่เปลี่ยนระบบการคัดเลือกให้สมาชิกเครือข่ายกรุ๊ป 48 ในต่างประเทศ ได้แก่ JKT48, BNK48 และ TPE48 มีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง World Sembatsu ได้ด้วย

จากจำนวนสมาชิกที่ส่งเข้ามาเลือกตั้งรวม 339 คน ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่มีการจัดการเลือกตั้งมา มีสมาชิก BNK48 ถึง 2 คนที่แสดงผลงานให้เห็นว่า โอตะชาวไทยและความนิยมของพวกเธอมีมากขนาดไหน เพราะทั้งแคปเฌอเฌอปราง อารีย์กุล เข้ามาได้สูงถึงอันดับที่ 39 ขณะที่คู่เรือหลวงอย่าง มิวสิคแพรวา สุธรรมพงษ์ เข้ามาเป็นอันดับที่ 72 โดยมีการกำหนดตำแหน่งของแต่ละช่วงอันดับไว้ดังนี้ 

  • ผู้มีผลโหวตในอันดับ 1-16 คือ World Sembatsu
  • ผู้มีผลโหวตในอันดับ17-32 คือ Under Girls
  • ผู้มีผลโหวตในอันดับ 33-48 คือ Next Girls
  • ผู้มีผลโหวตในอันดับ 49-64 คือ Future Girls
  • ผู้มีผลโหวตในอันดับ 65-80 คือ Upcoming Girls
  • ผู้มีผลโหวตในอันดับ 81-100 คือ The 10th AKB48 World SenbatsuSousenkyoKinen Waku

*** การสร้างความหลากหลายมีผลต่อความนิยมของ 48 Group

การให้กำเนิดวงน้องสาวไม่เพียงแค่เป็นการขยายธุรกิจ เผยแพร่บทเพลงและรูปแบบไอดอลที่พบเจอได้จากญี่ปุ่นออกไปสู่นานาชาติ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะก้าวไปถึงในระดับโลกไม่ใช่เฉพาะฝั่งเอเชีย ถือเป็นการสร้างความหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องราวจากสมาชิกของวงในแต่ละประเทศ ที่ไม่ต่างจากการเติมเรื่องราวหรือสตอรี่ให้กับแบรนด์48 

เพราะทุกครั้งที่มีการพูดถึงก็จะต้องย้อนถึงต้นกำเนิดที่มา และแนวโน้มต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่ต่างจากการสร้างความเคลื่อนไหวให้กับสินค้าของบริษัท 

ดูได้จากตัวอย่างของวงพี่สาวที่เป็นต้นกำเนิดอย่าง AKB48 ในช่วงแรก ๆ ของการเลือกตั้งที่จัดขึ้น ก็ไม่ได้รับความนิยมมากเท่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เพราะขาดทั้งคู่แข่งและความหลากหลาย ใครจะได้ก็เดาไม่ยาก สมาชิกส่วนใหญ่ก็คนเดิม ๆ 

จนกระทั่งการเลือกตั้งเริ่มเป็นที่สนใจของบรรดาแฟนคลับหรือโอตะ และคนทั่วไปมากขึ้น เมื่อเริ่มมีการเปลี่ยนตัวสมาชิกในวงจากการที่มีสมาชิกบางคนลาออก จึงไม่ต่างอะไรกับการเติมเรื่องราวใหม่ ๆ จากการสร้างวงน้องสาวเพิ่มขึ้นในเมืองใหม่ ๆ ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สามารถกระตุ้นความน่าสนใจให้กับแบรนด์ได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน 

*** ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48

นอกจากนี้จากรายงานข่าวในญี่ปุ่น ยังพบว่า การเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48 ยังสร้างผลกระทบที่ดีทางเศรษฐกิจได้อย่างจับต้องได้อีกด้วย เพราะความนิยมของกลุ่มแฟน ๆ ที่ยอมทุ่มเทเงินและเวลาเพื่อการเลือกตั้งสมาชิกที่ชื่นชอบ นอกจากเป็นโอกาสทำเงินให้กับบริษัทแล้ว ยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นที่ทางบริษัทเลือกใช้เป็นสถานที่จัดการเลือกตั้งด้วย

เหมือนเช่นที่การเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48 ซึ่งจัดขึ้นที่ Nagoya Dome สนามเบสบอลที่สามารถรองรับผู้คนได้ 50,000 คน ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในบริเวณโดยรอบ รวมถึงในตัวจังหวัดไอจิ โดยนักวิชาการในญี่ปุ่นคาดว่า งานนี้ทำให้เกิดเงินสะพัดกว่า 2.7 พันล้านเยน (ประมาณ 24 ล้านเหรียญสหรัฐ

ครั้งนี้ถือเป็นการจัดการเลือกตั้งครั้งที่ 4 ที่มีขึ้นนอกโตเกียว โดย 3 ครั้งที่จัดนอกโตเกียวเคยจัดขึ้นที่ ฟุกุโอกะ นีกาตะ และโอกินาว่า เพราะฉะนั้นก็ไม่แน่ว่า ความแรงของ BNK48 อาจจะทำให้อีกไม่นานโอตะไทยอาจจะได้เห็นการเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48 เกิดขึ้นในเมืองไทยก็เป็นได้.

]]>
1175492
ไม่สนแผ่น CD AKB48 ถูกทิ้งลงกองขยะ!! โอตะอยากได้แค่บัตรเลือกตั้ง https://positioningmag.com/1172909 Mon, 04 Jun 2018 14:41:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1172909 ซิงเกิล Teacher Teacher ผลงานล่าสุดของ AKB48 ทำยอดขายถล่มทลายตามคาด แต่กลับมีภาพปรากฏว่ามีคนนำแผ่น CD ของ AKB48 ไปทิ้งขยะเป็นจำนวนมาก เพราะแฟน ส่วนใหญ่ต้องการเพียงบัตรลงคะแนนเลือกตั้งใหญ่ประจำปีของวงเท่านั้น

Teacher Teacher ทำยอดขายแผ่น CD ทะลุ 2.5 ล้านแผ่นไปเรียบร้อยแล้ว โดยผลงานชิ้นนี้มีจุดขายหลาย ๆ อย่างทั้งการร่วมงานกับนักออกแบบท่าเต้นจากเกาหลีใต้ ที่ทำให้ AKB48 ได้ทำอะไรที่แตกต่างออกไป นอกจากนั้นในซิงเกิลนี้สมาชิกวัย 16 ปี ที่ชื่อว่า ยุอิ โอคุระ ยังได้ยืนอยู่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์เป็นครั้งแรกด้วย 

แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ซิงเกิล Teacher Teacher มียอดขายสูงเช่นนี้ กลับมาจากการแถมบัตรลงคะแนนสำหรับกิจกรรม เลือกตั้งใหญ่ประจำปี ที่ถือว่าเป็นการจัดอันดับความนิยมในหมู่สมาชิกของวงในเครือทั้งหมด และเป็นการเลือกผู้ที่จะได้ตำแหน่งสำคัญในซิงเกิลต่อไปของวงด้วย

ระบบการเลือกตั้งของ AKB48 เป็นที่วิจารณ์ในแง่ต่าง ๆ มานาน คนในสังคมญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่มองกิจกรรมนี้ในแง่ลบ โดยเฉพาะกับภาพที่แฟน ๆ บางกลุ่มที่จะทุ่มซื้อแผ่น CD ของวงมาเป็นจำนวนมาก เพื่อโหวตลงคะแนนให้กับสมาชิกที่ชื่นชอบ บางคนซื้อแผ่น CD มาเป็นหลักร้อย หรือหลักพันแผ่นกันเลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้เกิดภาพของแผ่น CD จำนวนมากถูกทิ้งลงกองขยะ เพราะแฟน ๆ หลายคนไม่ได้ต้องการแผ่น CD แต่อย่างใด แต่ยอมจ่ายเงินเพื่อบัตรเลือกตั้งเท่านั้น

สิ้นเปลืองจริง บริษัทน่าจะข้ามแผ่น CD ไปขายบัตรเลือกตั้งโดยตรงเลยดีกว่า” คนที่โพสต์ภาพแสดงความเห็น นอกจากนั้นก็ยังมีความเห็นในทำนองเดียวกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพพวกนี้แสดงให้เห็นว่าแผ่น CD ของ AKB เป็นของไร้ค่าจริง ๆ เมื่อเทียบกับศิลปินคนอื่น, แย่มาก ๆ ทำแบบนี้เป็นการดูถูกเพลงชัด ๆและสิ่งที่ทำตอนนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องดนตรีอีกต่อไปแล้ว

AKB48 คือส่วนสำคัญที่ทำให้วงการเพลงญี่ปุ่นยังคงมียอดขายผลงานในรูปแบบ แผ่น ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ ในโลก และมีส่วนที่ทำให้ร้านขายแผ่นอย่าง Tower Records ยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่การตลาดหลากหลายรูปแบบของ AKB48 ก็มักจะถูกตั้งคำถามเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแถมบัตรจับมือ หรือบัตรเลือกตั้งไปพร้อมกับแผ่น CD ด้วย

โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวที่ชายชาวฟุกุโอกะวัย 32 ปี ได้ถูกจับในข้อหาละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการทิ้งขยะมาแล้ว โดยเขานำแผ่น CD ของ AKB48 จำนวนมากถึง 585 แผ่นไปทิ้งที่ตีนเขาแห่งหนึ่ง หลังเขาซื้อแผ่น CD มาเป็นจำนวนมาก และอยากได้เฉพาะบัตรเลือกตั้ง จนไม่รู้จะทำยังไงกับแผ่นทั้งหมด เพราะไม่สามารถใส่ถังขยะปกติได้หมด และเขาก็ไม่อยากจะเสียเงินเพิ่มสำหรับจ่ายในการกำจัดแผ่น CD ดังกล่าว.

Source

]]>
1172909
“คุกกี้เสี่ยงตาย” ยิ่งวิจารณ์ยิ่งเสี่ยง แต่เธอไม่รู้บ้างเลย… https://positioningmag.com/1155202 Thu, 01 Feb 2018 03:38:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1155202 ดรามาจนได้ นักแต่งเพลงชื่อดังสับเละ! วงดนตรีเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 ไอดอลที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ ว่าซิลิโคนทั้งนั้น บั้นปลายเล่นหนังโป๊ โอตะฉะ! ทัศนคติต่ำตม เห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ ชี้ BNK48 ต้นแบบเยาวชนไทยยุคใหม่ ไม่แต่งโป๊ ไม่ศัลยกรรม ไม่ต้องสวยมากแต่ต้องพร้อมเรียนรู้ ต่อสู้ อดทน 

หยามเหยียด! ซิลิโคนทั้งนั้น สุดท้ายก็เล่นหนังโป๊ 

กลายเป็นความดรามา เมื่อนักแต่งเพลงชื่อดัง พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หรือ ปุ้ม ตาวัน ได้แชร์เพลงของวงดนตรีเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 ที่กำลังดังพลุแตกในเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ด้วยข้อความสุดดุเดือดปรอทแตก ประชดประชัน

“ปลื้มมาก…ให้ตายห่าสิเอ้า! ไม่พ่อก็แม่ของเด็กพวกนี้ข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ก็ทั้งสองเลย คงเป็นญี่ปุ่นหรือเกาหลี น้องก็เลยไม่อยากเป็นไทยกัน โอ..อินเตอร์ชิบหาย เป็นไทยมันเชยไง มันจริงไป มันเลยเสร่อ ไม่ปลอม ไม่พลาสติก ไม่ซิลิโคน. 

นักร้อง แห่กันมาตั้ง 28 คน ยิ่งกว่าทีมฟุตบอล หรือว่ามันเตะฟุตบอลกันด้วยควบคู่กันไป มันคงจะต้องร้องเพลงกันดีมาก ๆ แน่ เพราะเพลงหนึ่งสามสี่นาที มันคงร้องกันได้แค่คนละประโยค 

โอ้ ซ้อมกันสักหกเดือน ร้องประโยคเดียว แต่ต้องซ้อมเต้นเยอะหน่อย เพราะท่ายากฉิบหาย เกือบจะยากกว่าท่าเชียร์ลีดเดอร์เชียว แล้วต้องเต้นให้ 28 คนแม่งพร้อมกัน เป๊ะ ๆ โห.. บัลเลต์บอลชอยยังทำไม่ได้อย่างนี้ โอ..ปลื้มฉิบหาย เด็กไทย ศิลปินไทย ในเงื้อมมือพวกมึง โห..ปลื้มจริงๆ”

พร้อมตบท้ายด้วยประโยครุนแรง

“ปล.บั้นปลายเล่นหนังโป๊นะน้อง ตามสูตร”

ทว่า สาเหตุที่ทำให้นักแต่งเพลงชื่อดังคนนี้ มีทัศนคติแบบนี้อาจเป็นเพราะอดีต AKB48 เกิร์ลกรุ๊ปต้นกำเนิดแม่แบบของ BNK48 จำนวน 7 คนนั้น หลังจบการศึกษาจาก AKB48 ก็ได้เข้าสู่เส้นทางอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่ หรือหนังเอวี ซึ่งก็คือหนังโป๊ในญี่ปุ่นนั่นเอง จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนก็เป็นได้ 

อย่างไรก็ดี กลุ่มแฟนคลับ หรือที่เรียกว่า โอตะ ได้ออกมาปกป้องสมาชิกวง BNK48 ว่าน้องๆ เป็นเด็กเรียนดีมีความรู้ความสามารถทั้งนั้น ซัด! เห็นผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศ มีค่าเพียงแค่นักแสดง AV

แก้ว BNK48 เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาดุริยางคศิลป์ และ และ จ๋า BNK48 ยังรับรางวัลเกียรติบัตรเด็กและเยาวชนดีเด่น ครั้งที่ 9 ประจำปี 2560

ทว่า สมาชิกวง BNK48 แต่ละคนโปรไฟล์ดีงามเป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนอย่าง ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ หรือ แก้ว BNK48 ก็เพิ่งได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คณะศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาดุริยางคศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เฌอปราง อารีย์กุล ปัจจุบันเป็นนักศึกษาวิชาเคมี ว่าที่นักวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ กัปตันทีมที่มีแฟนคลับล้นหลามอย่าง เฌอปราง อารีย์กุล ปัจจุบันเป็นนักศึกษาวิชาเคมี ว่าที่นักวิทยาศาสตร์ และได้รับรางวัลเยาวชนคนต้นแบบ เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ

สร้างสีสัน วงการเพลงครึกครื้น

ปรากฏการณ์ฟีเวอร์ของเกิร์ลกรุ๊ปวงดนตรี BNK48 นั้นเป็นความสำเร็จที่หลายคนจับตา และแฟนคลับที่เรียกว่า “โอตะ” ต่างก็เพิ่มขึ้นล้นหลาม 

BNK48 เป็นวงน้องสาวสาขาประเทศไทย ของ AKB48 วงไอดอลชื่อดังของญี่ปุ่นซึ่งเกิดจากแนวคิดที่จะสร้าง “ไอดอลที่คุณสามารถมาพบได้ตลอด” เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 12 ก.พ. 2560 แฟนคลับทั้งหญิงต่างเยอะและเหนียวแน่น 

สำหรับเกิร์ลกรุ๊ปต้นกำเนิดของญี่ปุ่นอย่าง AKB48 ที่เป็นแม่แบบของ BNK48 นั้นเป็นวงที่ริเริ่มการฝึกฝนไอดอลอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การออดิชั่นสุดเข้มงวด คัดกรองผู้สมัครรุ่นแรกจากเกือบ 8,000 คน เหลือเพียง 24 คน ไปจนถึงการฝึกซ้อมอย่างหนัก จนหลายๆ คนถอดใจออกไปกลางคัน และยังมีระบบเลือกตั้ง ซึ่งให้แฟนๆ ได้ร่วมเลือกสมาชิกที่พวกเขาชื่นชอบ หรือชื่นชมในความพยายาม ให้ได้ร่วมแสดงในซิงเกิลหลักของอัลบั้ม และเพื่อให้เธอได้เป็นตำแหน่งเซ็นเตอร์ ตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดของแต่ละเพลง

นอกจากจะมีแฟนเพลงมากมาย มีสมาชิกถึงกว่า 300 คนใน 16 รุ่นแล้ว ความโด่งดังของ AKB48 ยังทำให้เกิดวงน้องสาวของ AKB48 ขึ้นในต่างประเทศอย่าง JKT48 (อินโดนีเซีย) และ SHN48 (จีน) ,TPE48 (ไต้หวัน), MNL48 (ฟิลิปปินส์) และ BNK48 ในประเทศไทยนี้เอง

สำหรับ BNK48 ย่อมาจาก Bangkok Forty-eight ตั้งชื่อตามตัวย่อของกรุงเทพมหานคร จำนวนสมาชิกของวงมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งเนื่องจากการเปิดรับสมาชิกรุ่นใหม่ การจบการศึกษา และการย้ายมาของสมาชิกแลกเปลี่ยนจากวงพี่น้อง ซึ่งปัจจุบันทางวงมีสมาชิกทั้งหมด 28 คน โดยแบ่งเป็นสมาชิกทีมบีทรี (BIII) 24 คน และสมาชิกเค็งคิวเซย์ 4 คน มี ปัญสิกรณ์ ติยะกร เป็นหัวหน้าทีมบีทรี และ เฌอปราง เป็นหัวหน้าวงโดยรวม 

แน่นอนหลายปีมานี้วงการดนตรีในเมืองไทยค่อนข้างเงียบเหงา แต่การมาของ BNK48 กลับทำให้วงการดนตรีบ้านเราคึกคักขึ้น เห็นได้จากยอดขายแผ่นซีดีเพลง 2 ซิงเกิลที่สูงลิบลิ่ว คิดเป็นรายรับคร่าวๆ ก็อยู่ที่ประมาณ 15,225,000 บาท (แผ่นละ 350 บาท) 

สำหรับมุมมองของผู้ที่อยู่ในวงการเพลงไทยมากว่า 20 ปีอย่าง ป๊อก-ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี เจ้าของค่าย Classy Records ได้แสดงความคิดเห็นต่อปรากฏการณ์นี้ผ่านทีมผู้จัดการ Live ว่า เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม

“ทุกครั้งเวลามีอะไรใหม่ๆ เข้ามาแล้วทำให้วงการเพลงครึกครื้น มีความสนุก มีความเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้ ดีใจอยู่แล้ว รู้สึกเห็นดีเห็นงามด้วยที่ทำให้แฟนเพลงไม่เหงา ไม่ว่าจะรูปแบบใด แล้วยิ่งทำให้ธุรกิจเพลงคืบหน้าไปได้ มีการซื้อ การขาย มีโชว์ศิลปินที่เกิดขึ้นใหม่ๆ มีการขยับตัวของนักฟังมากขึ้น ผมชอบอยู่แล้ว

ในแง่เป็นคนทำเพลง ผมมองว่าเขาเก่ง ชื่นชม เพราะมันไม่ง่ายกว่าจะมาถึงตรงนี้ พอเขาสำเร็จเราต้องชื่นชมในแง่ของคนที่เป็นโปรโมเตอร์ เป็นเจ้าของค่าย แต่ต้องกลับมามองคนไทย ในฐานะคนฟังว่า บางทีมันยากที่เห็นคนชาติเราที่คิดแบบนี้ เพราะเวลาเราคิดอะไรใหม่ๆ ออกมา เราจะดูแคลน ถ้าคนไทยคิดเองจะถูกดูแคลน ขนาดคนฟังยังไม่ได้สนใจศิลปินไทย ศิลปินไทยก็ไม่ได้ทำตัวให้น่าเคารพ หรือคิดอะไรใหม่ๆ ออกมา 

สะท้อนให้เห็นอะไรมากกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าคนที่ไปชอบน้องๆ กลุ่มนี้ผิด ผมว่าน้องๆ กลุ่มนี้ก็น่ารักดี เพลงก็ฟังเพลินๆ โลกสดใส เนื้อหาน่ารัก น้องๆ พวกนี้เขาก็ไม่ได้ไปมั่วสุม เขาไปทำกิจกรรม และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ ใครกำลังอ่อนแอ ชีวิตที่ห่อเหี่ยว เมื่อฟังเพลงของเขาแล้วเกิดแรงบันดาลใจ มองในมุมนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี”

ไม่ต้องสวยมาก แต่พร้อมเป็น “แก้วเปล่า” 

นอกจากนี้ สมาชิกที่จะมาเป็น BNK48 ต้องไม่ธรรมดา เพราะผ่านการคัดสรร ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม เพราะมีกฎว่า ห้ามมีแฟน ห้ามถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ ห้ามทำศัลยกรรม เพื่อรักษาภาพลักษณ์และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

จิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีเอ็นเค โฟร์ตี้เอท ออฟฟิศ จำกัด เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ไม่ได้อยากได้คนที่สวยอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่พร้อมฝึกฝนและเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ

“เราพยายามหาคนที่มีเสน่ห์ ไม่ใช่คนที่อยากดังหรือสวยอย่างเดียว บางคนไม่ต้องร้องดีเต้นดีก็ได้ แต่ขอให้มีอะไรดีๆ ที่จะนำเสนอออกมา เราสนใจเรื่องของการนำเสนอ และคนที่พร้อมจะทำตัวเป็นแก้วเปล่าเพื่อฝึกฝนเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกัน” 

สำหรับกฎข้อความเรื่องการห้ามมีแฟนนั้น เป็นเพราะผลที่ตามมาหลังการมีแฟนจะทำให้น้องๆ ศิลปินคนนั้นไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

ส่วนเรื่องการทำศัลยกรรม เป็นผลพวงมาจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นซึ่งไม่ได้กำหนดตายตัวแต่แรกว่าศิลปินจะต้องเพียบพร้อม 100% ในทุกๆ ด้านตั้งแต่ความสามารถและเรือนร่างหน้าตาภายนอก แต่จะเน้นขายเรื่องราวความพยายามและการฝึกฝนตัวเองทุกวี่วันออกมาให้แฟนๆ ได้รู้สึกซึมซับตามไปด้วยมากกว่า

กรณีการถ่ายแบบเซ็กซี่ที่ศิลปินต้นกำเนิดอย่าง AKB48 ทำได้ แต่ BNK48 ไม่สามารถทำได้นั้น เพราะอยากให้วงนี้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ไม่ต้องการให้ขายเนื้อหนังมังสาและร่องอก ที่สำคัญสังคมไทยก็ค่อนข้างอ่อนไหวกับประเด็นเหล่านี้

การห้ามศิลปินและน้องๆ ในวงถ่ายภาพเซลฟีกับแฟนคลับก็เป็นเหตุผลในเชิงการตลาดล้วนๆ เพราะการถ่ายภาพแต่ละครั้งมีคุณค่า แฟนคลับจะต้องซื้อบัตรถ่ายรูป 

ปรากฏการณ์ฟีเวอร์ของ BNK48 ครั้งนี้จะเป็นเพียงกระแสชั่วคราวหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป

สนับสนุนข่าวโดย : mgronline.com/livelite/detail/9610000010354

]]>
1155202
BNK48 ไพ่ใบใหม่ “โรสมีเดีย” ธุรกิจเสี่ยงที่กำลังทำเงิน https://positioningmag.com/1154450 Wed, 24 Jan 2018 23:15:25 +0000 https://positioningmag.com/?p=1154450 แอบมองเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย” … ประโยคขึ้นต้นของเพลงดังคุกกี้เสี่ยงทายของวง “BNK48” ที่หลายคนคงร้องและฮัมเพลงได้เป็นอย่างดี และถ้าเวลานี้ใครไม่รู้จักวงนี้ อาจเป็นมนุษย์ FoMO (Fear of Missing Out) ตกขบวนก็เป็นได้ 

ด้วยความแรงข้ามปีของ BNK48 หลายคนรู้จักว่าเป็นไอดอลที่ขายความเป็นตัวตนความพยายามมากกว่าความเป็นศิลปินที่ทั้งร้อง เต้น เก่งเป๊ะเว่อร์ แต่ลองมาดูอีกมุมนึงในมิติด้านธุรกิจ นี่คือโมเดลการทำเงิน หารายได้ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง

แจ้งเกิดอย่างสวยหรูสำหรับไอดอล BNK48 กลุ่มไอดอลน้องสาว (Sister group) ของ AKB48 จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจการบริหารศิลปิน (Artists management) ที่ก่อตั้งโดยอากิโมโตะ ยาสึชิในระยะเวลา 12 ปีเท่านั้น เจตนารมย์ของธุรกิจนี้ ยาสึชิ ต้องการให้เป็นไอดอลที่คุณสามารถพบปะได้ หรือ Idol You can Meet จนกลายเป็นแฟรนไชส์โด่งดัง กระจายไปยังหลายประเทศในเอเชีย

แต่ในไทย นี่คือโมเดลธุรกิจของบริษัท โรสอาร์ทิสท์ แมเนจเม้นท์ (RAM) ในเครือโรส มีเดีย ที่กำลังหาทางคืนชีพให้กับธุรกิจของครอบครัว โดยมีเขยคือจิรัฐ บวรวัฒนะเป็นผู้นำแฟรนไชส์เข้ามา 

ย้อนไปดูธุรกิจของกลุ่มโรส มีเดีย คือการทำเงินจากธุรกิจบันเทิง การถือครองลิขสิทธิ์การ์ตูน หนัง เพลง และอีกมากมายเพื่อผลิตและจำหน่ายในรูปแบบวีซีดีและดีวีดีมากว่า 3 ทศวรรษ แต่ดิจิทัลที่ถาโถมเข้ามา ส่งผลกระเทือนธุรกิจหลักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายถึงรายได้และกำไรอยู่ในภาวะถดถอย

ที่ผ่านมา ตระกูลมนต์พิชิตผู้ก่อตั้งโรส มีเดีย พยายามปรับตัวแตกไลน์ (Diversify) ลุยธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโต ทั้งเปิดร้านเบเกอรี “Milch Milch ชีสเค้กที่สยามพารากอน โดยมี ทายาทรุ่น 2” เป็นหุ้นส่วนกับเป้ย ปานวาดนำของดีจากญี่ปุ่นมาขายดีจนคนต่อคิวรอซื้อกันพักใหญ่ แต่คนไทยเห่อไม่นานก็เลิก ยอดขายก็ตกลงตามระเบียบ

แต่ธุรกิจไม่ถึงทางตันซะทีเดียว เพราะในฐานะที่บริษัทมีการทำธุรกิจซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูจากประเทศญี่ปุ่นมาทำตลาดในไทยอยู่แล้ว ประกอบกับเห็นความดังของ AKB48 จึงเสี่ยงนำมาบุกเบิกในประเทศไทย           

เหตุผลที่ BNK48 เสี่ยง เพราะโมเดลการบริหารศิลปินจนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำในบ้านเรายังเป็นตลาดที่เล็กและเฉพาะอยู่มากๆ (Niche Market) โอกาสรุ่งและร่วงมีพอๆ กัน แต่ถึงแม้จะมีอุปสรรค (Threat) จากการเป็นธุรกิจใหม่ถอดด้ามคนไม่ค่อยรู้จัก แต่จุดแข็ง (Strength) ก็มีอยู่ไม่น้อย ดังนี้ 

  • การซื้อแฟรนไชนส์เข้ามา หมายความว่า บริษัทยกสูตรสำเร็จจากญี่ปุ่นมาปรับใช้และเดินตามได้ทันที 
  • ธุรกิจใหม่ สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดได้ ดึงดูความสนใจและเป็นกระแสได้ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยช่างเห่อ ชอบลองของใหม่
  • ฐานแฟนคลับของ AKB48 ช่วยสร้างการรับรู้ของโมเดลธุรกิจให้แก่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้
  • ประเทศไทยมีความชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นหลายอย่าง เอื้อต่อการเปิดรับความเป็นญี่ปุ่น
  • ธุรกิจญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยให้ความสนใจในการดึงไอดอลวงนี้ไปร่วมกิจกรรม

+++3 ช่องทางดูดเงินสายเปย์

ขณะที่จุดขายของ BNK48 ที่มีสาวๆ วัยรุ่นน่ารักคาวาอี้มาแจกความสดใส เรียกเรตติ้งให้แฟนๆ แล้ว พวกเธอเป็นโมเดลที่ทำเงินได้หลากหลายถึง 3 ช่องทางหลัก ในสัดส่วยรายได้เท่าๆ กัน ดังนี้

1. การขายสินค้า (Merchandise)

เช่น ซีดี เสื้อ รูปภาพ ของที่ระลึก ที่ผ่านมาช่วงน้ำท่วมมีการประมูลภาพของกัปตันเฌอปราง ไปในราคาสูงกว่า 7 หมื่นบาทเลยทีเดียว สะท้อนให้เห็นว่าสายเปย์ยอมทุ่มเพื่อไอดอลคนโปรด

2. งานโชว์ตัว การเป็นพรีเซ็นเตอร์ ออกอีเวนต์ต่างๆ ไม่ต่างจากศิลปิน ดาราทั่วไปนั่นเอง

ไฮไลต์หนึ่งที่ต้องพูดถึงคืองานจับมือบอกเลยไม่ธรรมดา เพราะบรรดาโอตะ (แฟนคลับที่จะสัมผัสมือไอดอลได้ จะต้องซื้อสินค้าตามข้อ 1 เพื่อแลกกับ 10 วินาทีที่ได้จับมือโอชิ (สมาชิกที่ชอบ เชียร์) ซึ่งตรงนี้แฟนคลับและแฟนขับเริ่มแซวผู้จัดงานแรงๆ ผ่านการตั้งกระทู้แซว Pantip ว่า บริษัทกำลังร้อนเงิน ถึงขั้นจัดกิจกรรม (อีเวนต์) ถี่ยิบเพื่อดูดเงินจากกระเป๋าแฟนๆ    

อีกหนึ่งอย่างที่จะได้เห็นในการทำเงินเร็วๆ นี้ คือ การเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งขณะนี้โอตะกำลังเดากันว่า BNK48 จะได้นำเสนอสินค้าใด แต่ในลิสต์มีรถจักรยานยนต์ AP Honda

3. หารายได้คือการทำรายการโทรทัศน์ (คอนเทนต์) การเล่นละคร เป็นศิลปิน

ยกระดับสร้างการรับรู้ให้กับพวกเธอจาก Niche ไปสู่ตลาดที่กว้างใหญ่ (Mass) ขึ้น ซึ่งจะหมายถึงค่าตัวที่สูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ การหารายได้ยังมาจากการไลฟ์สดผ่าน Digital live studio ที่ Emquatier หรือเรียกว่าตู้ปลาด้วย ซึ่งแฟนๆสามารถส่งกำลังใจที่เป็นราคาได้ด้วย เรียกว่าทุกสเต็ปของพวกเธอทำเงินได้หมด และโมเดลการหารายได้ของ BNK48 ในไทยนั้นทำครบทุกด้าน แตกต่างจาก AKB48 ที่บริหารจัดการศิลปินอย่างเดียวเท่านั้น

+++คาวาอี้โดนใจกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย

แม้ไอดอลกลุ่มนี้จะฮิตติดลมบน หลายคนคงอยากรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของพวกเธอคือใคร จากการรวบรวมข้อมูลพบว่ามีความหลากหลายมาก ด้วยตัวตนไอดอลเป็นเด็กอายุ 14-15 ไปจนถึง 22 ปี ในวัยเด็กๆ แน่นอนผู้หญิงชื่นชอบเยอะ แต่ถ้าดูโดยรวมกลับพบว่าผู้ชายสัดส่วน 60% มาสมัครเป็นโอตะ วัยก็จะประมาณ 25-34 ปี แต่เด็ดกว่านั้นยังมีแฟนคลับอายุ 70 ปีมาติดตามด้วย

อย่างไรก็ตาม BNK48 อาจจุดระเบิดโมเดลธุรกิจใหม่ให้วงการบันเทิงและสื่อ แต่ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าความสำเร็จนี้จะยั่งยืนแค่ไหน เพราะอย่าลืมว่าพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย บ้ากระแสไม่นานนัก อีกทั้งเวลานี้ K-Pop ยังครองเมือง T-Pop (Thailand) ในคราบ J-Pop จะไต่สเต็ปไปเป็นแมสได้ไหม ยังต้องรอให้ผู้บริโภคพิสูจน์อีกพักใหญ่

ไม่ทุกคนหรอกที่ครุ่นคิด และวางแผนหนีออกจากกรอบมนุษย์เงินเดือนตั้งแต่เมื่อครั้งยังอยู่ในวัยเยาว์ และไม่ทุกคนอีกเช่นกัน ที่ตัดสินใจทิ้งตำแหน่งต้นหนเรือเดินสมุทร ซึ่งเดินทางไปตามท่าเรือต่างๆ ทั่วเอเชีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน เกาหลี มาเป็นที่ปรึกษาการลงทุนให้กับบริษัทต่างชาติควบคู่ไปกับการศึกษาในระดับปริญญาโทเพิ่มเติมในด้านการจัดการโดยเน้นที่ E-Commerce วันนี้เขานั่งตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท อิกไนท์ เอเชีย จำกัด (iGnite Asia) ที่เพิ่งเปิดตัว 50 สาว ที่เข้าร่วมโครงการ classmate 50 โซเชียล เน็ตเวิร์ก เกมโชว์รูปแบบเรียลิตี้รายแรกของโลกที่กำลังโด่งดัง 

หากนับจำนวนปีถึงปีนี้เป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว ประธานกรรมการวัย 37 ปี “จิรัฐ บวรวัฒนะ” โลดแล่น และไล่ล่าความฝันที่เขาฝันไว้ แม้จำนวนเวลาจะมากพอทำให้เขามีโอกาสได้สัมผัสงานที่หลากหลาย และแตกต่าง แต่ทุกงานที่เขาสัมผัสตั้งอยู่บนพื้นฐานที่สำคัญเหมือนกัน คือการสื่อสารที่ดีกับคนทุกระดับชั้น

จากช่วงแรกของการทำงาน หลังจบการศึกษาจากสถาบันพาณิชยนาวี “จิรัฐ บวรวัฒนะ” ได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ผจญภัยอยู่ในทะเล ท่ามกลางคลื่นลมในตำแหน่งต้นหนเรือเดินสมุทร เดินทางไปตามท่าเรือต่างๆ ทั่วเอเชีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน เกาหลี และได้ซึมซับวัฒนธรรมที่หลากหลายในความเป็นเอเชีย เป็นระยะเวลา 3 ปี

แต่เมื่อรู้สึกว่าสังคมบนเรือเริ่มคับแคบ เขาก็ขึ้นฝั่งมาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุนให้กับบริษัทต่างชาติที่ต้องการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการศึกษาในระดับปริญญาโทเพิ่มเติมในด้านการจัดการโดยเน้นที่ E-Commerce ซึ่งถือเป็นยุคแรกของ E-Commerce ในประเทศไทย

ด้วยความที่เป็นคนชอบด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงได้เริ่มงานใหม่ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกับบริษัท inet asia บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้าน E-Commerce ขนาดใหญ่จากประเทศแคนาดา ซึ่งได้สร้างผลงานมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเว็บไซต์ให้กับ Tesco Lotus ในขณะนั้น

ทันทีที่ได้รับการชักชวนจากผู้บริหาร EGV (ในขณะนั้น) ให้เข้ามาทำงานด้านการพัฒนาธุรกิจใหม่ เขาก็พร้อมจะเปลี่ยนโดยไม่ลังเล ความกล้าทำให้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น Vice President New Business Development ก่อนจะลาออกมาภายหลังจากที่ EGV ได้เข้ามาเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเข้ามาช่วยงานในบริษัทของครอบครัวภรรยา ซึ่งในขณะนั้นชื่อ ROSE VDO

ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ทำงานกับ ROSE VDO ก่อเกิดงานที่ประสบความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขยายธุรกิจจากผู้ผลิต และผู้จำหน่าย VCD&DVD ไปสู่การเป็น Content Provider ดำเนินงานครอบคลุมสื่อที่หลากหลาย ทั้ง Free TV, Satellite TV, Cable TV และ Mobile อีกทั้งขยายไปสู่การเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์การ์ตูนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ก่อนจะก้าวขึ้นไปสู่การเป็นเจ้าของช่อง Gang Cartoon ช่องที่มีผู้นิยมชมชอบมากที่สุดในเครือข่ายของเคเบิลทีวี จากการสำรวจของ AGB Nielson

ความสำเร็จอาจสะกดให้ผู้โหยหาความสำเร็จหยุดอยู่กับที่ แต่นั่นไม่ใช่ผู้ก่อตั้งบริษัท อิกไนท์ เอเชีย จำกัด (iGnite Asia) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีความเชื่อในทิศทางด้านวัฒนธรรม ที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมเอเชียเข้าด้วยกัน โดยการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ และ New Media สื่อที่มีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ และร่วมกันจัดตั้งบริษัทไทยแลนด์แอนนิเมชั่น ร่วมทุนกว่า 100 ล้านบาท กับต่างประเทศเพื่อผลิตการ์ตูนขายไปทั่วโลก เฉกเช่น “จิรัฐ บวรวัฒนะ” เด็ดขาด

เมื่อถามว่าความฝันของเขาต่างไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน ประธานกรรมการบริษัทฯ เผยว่า “ตอนผมเรียนมัธยมผมคิดอยู่อย่างเดียวว่า อยากทำงานที่มันไม่มีกรอบเท่านั้นนะ ไม่เคยคิดว่าจะเป็นอะไร เพราะความที่พ่อแม่เป็นพนักงานบริษัท เช้าตื่นไปทำงานเย็นกลับบ้าน ดูแล้วชีวิตน่าเบื่อ ผมคิดเสมอว่าอยากจะออกจากกรอบนั้นให้ได้แค่นั้นเองครับ”

พูดได้ว่า “จิรัฐ บวรวัฒนะ” มาถึงจุดนี้เพราะการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ธุรกิจ ซึ่งเขามองว่าข่าวธุรกิจเป็นนวนิยายธุรกิจ มีตัวละคร มีฉากการแสดงที่สนุกและน่าติดตาม ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด เพราะเขายอมรับว่า หนังสือธุรกิจให้ทั้งความสนุก และประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้

“ผมมองการทำธุรกิจคือความสนุก สนุกในการขยาย ในการพัฒนา และได้เห็นในมุมของการล้มเหลว ชนะบ้าง แพ้บ้าง การมีโอกาสได้อ่านนิยายชีวิตของนักธุรกิจตามหนังสือพิมพ์แนวธุรกิจ ทำให้ผมมีประสบการณ์ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมาย”

คนบางคนอาจรู้สึกกลัวกับการเริ่มต้นใหม่ แต่สำหรับประธานกรรมการหนุ่ม บอกว่า สำหรับเขาแล้วทุกการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะดีหรือร้าย คือความท้าทายที่สนุก ที่เราจะต้องมองหามุมที่ดีให้มันเสมอๆ เพราะเชื่อว่าในสิ่งที่เลวร้ายจะมีสิ่งดีซ่อนอยู่ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงคือโอกาสของชีวิต

ถามว่ากลัวไหม ผมไม่ค่อยกลัว เคล็ดลับก็ไม่มีอะไรแค่ดูคนให้เยอะ อ่านคนให้เห็น และมีทัศนคติต่อโลก ต่อตัวเอง ทัศนคติของผมคือจะไม่ยอมแพ้ หรือถ้าต้องแพ้วันนี้จริง ก็ต้องชนะในวันข้างหน้า ที่สำคัญอย่ากลัวการพ่ายแพ้ เพราะความแพ้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร

สิ่งที่ผมเคยทำในอดีต มันก็มีทั้งสิ่งที่ล้มเหลว และสิ่งที่ผิดพลาด ผมทำมาเยอะ 10 อย่าง อาจจะประสบความสำเร็จสัก 2 อย่างก็ได้ แต่ 8 อย่างที่ล้มเหลวต้องเอาไว้เป็นบทเรียน ต้องเก็บไว้เป็นประสบการณ์ และต้องเก็บไว้เรียนรู้จากสิ่งที่ผิด ผมจึงไม่ค่อยกลัวกับการผิดพลาด

ต่อคำถามว่า เจ้าพ่อโปรเจกต์คนนี้หาแรงบันดาลใจ ไอเดียมาจากไหนมากมาย เขาบอกง่ายๆ ว่า ทั้งหมดมาจากหนังสือที่อ่าน ทีวีที่ดู ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว การเดินทาง สังเกต และวิเคราะห์

“ผมเป็นคนบ้าวิเคราะห์ อย่างเมื่อก่อนผมไม่สนใจข่าวบันเทิงนะ ไม่ค่อยสนุกกับมันด้วยซ้ำไป แต่ตอนนี้เมื่อต้องมาทำธุรกิจที่เป็นเวรี่บันเทิง ผมก็ต้องเปิดช่องดารา เกาะติดข่าวบันเทิง ซื้อหนังสือหัวบันเทิงมาอ่าน เพื่อเรียนรู้แล้วก็วิเคราะห์ข่าวบันเทิง”

ประธานกรรมการ บริษัท อิกไนท์ เอเชีย จำกัด (iGnite Asia) มองว่า การทำงานที่เจ้านายให้ทำทุกงานไม่ใช่เรื่องเสียเปรียบ แต่เป็นโอกาสดีที่มีคนมาจ้างให้เรามีประสบการณ์ชีวิต ให้เราได้ลองผิดลองถูก ที่สำคัญต้องกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ

คนส่วนใหญ่ไม่กล้า แม้บางคนจะกล้าแต่ก็มาไม่เต็มตัว โดยส่วนตัวผมไม่เคยเชื่อว่าเราสามารถทำสองอย่างให้ดีได้ ถ้าจะได้ดีคุณต้องไม่มีเผื่อ ต้องไม่มีข้างหลัง เพราะถ้ายังข้างหลังมันจะไม่สุด อุปสรรคใหญ่ๆ อยู่ที่ไหน การเรียนสูง เลยวิเคราะห์เยอะ และฉลาดเกินไป…คำว่าความมั่นคง คือความยากของเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีความรู้ เจเนอเรชั่นที่มีภาระ คือความโลภ ทำให้เราดึงอยู่ข้างหลังตลอดเวลา

สนับสนุนข่าวจาก : manager.co.th/iBizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000143553

]]>
1154450