Contracts/Agreements – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 16 Dec 2014 00:00:00 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ผ่านเร็ว ผ่านฟรี ด้วยบัตรวีซ่า https://positioningmag.com/58984 Tue, 16 Dec 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58984

สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลแห่งปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเติมเงินเข้าบัตร Easy Pass ตลอดทั้งปีสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่าที่ทำการลงทะเบียนเติมเงินแบบอัตโนมัติกับ อีซี่ ท็อปอัพ (Easy Top Up)[2]

ลูกค้าใหม่ที่ทำการลงทะเบียนเติมเงินแบบอัตโนมัติด้วยบัตรวีซ่าบนเว็บไซต์ www.easytopup.co.th จะได้รับสิทธิยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเติมเงินเข้าบัตร Easy Pass ตลอดทั้งปี[3] และสำหรับลูกค้าที่สมัครไว้แล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกันเมื่อทำการลงทะเบียนแนะนำเพื่อนสองคนหรือมากกว่านั้นให้มาใช้บริการเติมเงินแบบอัตโนมัติกับอีซี่ ท็อปอัพ

นายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เรามีความประสงค์ที่จะนำเสนอทางเลือกที่มากขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์สำหรับการชำระค่าผ่านทาง และการชำระเงินในระบบดิจิตัล อย่าง Easy Pass นี่จะช่วยลดปัญหาการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน ตั้งแต่การเปิดให้บริการตัวอีซี ท็อปอัพ ในปี 2555 ที่ผ่านมามีลูกค้ามากกว่าสามหมื่นรายได้สมัครใช้บริการระบบชำระเงินในรูปแบบอัตโนมัตินี้ และเราต้องการที่จะให้ผู้ใช้ Easy Pass รายอื่นๆได้รับความสุขในการเดินทางได้มากขึ้นโดยไม่ต้องคอยกังวลว่าจะมีเงินเพียงพอในบัตรหรือไม่”

ตั้งแต่มีการเปิดตัว Easy Pass ในปี 2553 ซึ่งเป็นระบบเก็บค่าผ่านทางแบบเติมเงิน (Prepaid) และได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดปัญหาจราจรที่คับคั่งด้วยช่องทางพิเศษสำหรับ Easy Pass โดยเฉพาะ ทำให้ในเวลาสองปีต่อมาภายหลังการเปิดตัวของอีซี ท็อปอัพผู้ขับขี่รถยนต์ในกรุงเทพฯ สามารถเติมเงินในบัตรEasy Pass ได้ด้วยบัตรเครดิตวีซ่าที่จะเป็นทางเลือกในการชำระเงินที่น่าเชื่อถือและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

การทำงานของระบบเติมเงินแบบอัตโนมัติของ อีซี่ ท็อปอัพ คือเมื่อลูกค้าได้ทำการลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการนี้ ระบบจะเติมเงินอัตโนมัติทันทีจำนวน 1,000 บาทในบัญชีของผู้ใช้ เมื่อระบบตรวจพบว่ายอดคงเหลือมีจำนวนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 300 บาท[4] เมื่อมีการเติมเงินเสร็จสิ้นระบบจะทำการส่งข้อความมือถือ(SMS) ไปยังผู้ถือบัตรเพื่อเป็นการยืนยันว่าได้ทำธุรกรรมเสร็จสิ้นพร้อมแสดงยอดเงินคงเหลือให้แก่เจ้าของบัตร เทคโนโลยีนี้จึงถือว่าเป็นเทคโนโลยีสำหรับการชำระค่าผ่านทางแบบแรกในประเทศไทย

และอีกโปรเจ็คหนึ่งคือการเปิดให้บริการผ่านบัตรวีซ่า เพย์เวฟซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทดลองและคาดว่าจะพร้อมให้บริการในปีหน้า และนี่จะเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ผู้ถือบัตรวีซ่า เพย์เวฟจะสามารถ“แตะ” บัตรในการชำระค่าผ่านทางบนทางด่วนได้

นายสมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการบริษัทวีซ่าประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้รับการตอบรับที่ดีและมีการทำธุรกรรมผ่านบัตรที่โตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีผู้ถือบัตรแบบไร้สัมผัสทำธุรกรรมทางการเงินมากที่สุดในเดือนกันยายน วีซ่า เพย์เวฟ ได้รับการออกแบบมาเพื่อสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่มียอดไม่เกิน 1,500 บาท[5] และการนำบัตรวีซ่า เพย์เวฟมาประยุกต์ใช้ในการชำระค่าผ่านทางจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ว่าลูกค้าจะสามารถชำระค่าผ่านทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยโดยไม่ต้องเสียเวลาหาเงินและรับเงินทอน”

นายอัยยณัฐ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “เทคโนโลยีการชำระเงินแบบดิจิตัล อย่าง Easy Pass นี่เปรียบเสมือนวิธีที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยปรับเปลี่ยนไปตาม ‘เศรษฐกิจเชิงดิจิตัล (Digital Economy)’ และการแข่งขันในระดับโลก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมอบทางเลือกที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการชำระเงินแก่ลูกค้าจะทำให้การเดินทางในทุกๆ วันของพวกเขาดียิ่งขึ้น”

[1] ฟรีค่าธรรมเนียมในการเติมเงินเข้าบัตร Easy Pass ตลอดทั้งปี 2558 เมื่อทำการลงทะเบียนเติมเงินแบบอัตโนมัติกับ อีซี่ ท็อปอัพด้วยบัตรวีซ่า

[2] ไม่มีการจำกัดจำนวนในการเติมเงิน ค่าธรรมเนียมในการเติมเงินอยู่ที่ 20 บาทไม่รวมภาษี

[3] เมื่อลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

[4] ข้อตกลงและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

[5] หากมียอดใช้จ่ายมากเกิน 1,500 บาท ผู้ถือบัตรต้องทำการเซ็นค์กำกับที่ใบสลิปเพื่อเป็นการยืนยันยอดค่าใช่จ่าย

 

 

 

]]>
58984
ดีแทคร่วมกับ บมจ. กสท โทรคมนาคมลงนามบันทึกความเข้าใจ เสริมความแกร่งกลยุทธ์สู่พันธมิตรธุรกิจโดยมุ่งใช้โครงข่ายโทรคมนาคมร่วมกัน https://positioningmag.com/58891 Mon, 01 Dec 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58891

นายซิคเว่ เบรคเก้ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ พ.อ.ผศ.ดร.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัท รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) โดยมีนายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และดร.รวีพันธ์ พิทักษ์ชาติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกฎหมาย ดีแทค พร้อมด้วย นายหรรษา ชีวะพฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกฎหมายและร่วมการงาน และนายกิตติพงษ์ เมฆวิจิตรแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย บมจ. กสท โทรคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือและการหารือระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมการใช้โครงสร้างพื้นฐาน การใช้โครงข่ายร่วมกัน และธุรกิจเกี่ยวกับการใช้โครงข่ายของทั้งสองฝ่าย

การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ในครั้งนี้ เป็นการกระชับความเป็นพันธมิตรทางธุรกิจให้มากยิ่งขึ้น โดยการจัดตั้งทีมงานทั้งสองฝ่ายเพื่อกำหนดการเห็นชอบในการร่วมกันพิจารณารูปแบบธุรกิจและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มลูกค้าและอุตสาหกรรมให้มากที่สุด โดยพื้นฐานกรอบการทำงาน ทั้งดีแทค และ บมจ. กสท โทรคมนาคมจะนำมาสู่ความสำเร็จในธุรกิจของทั้งสองฝ่ายร่วมกัน

นายซิคเว่ เบรคเก้ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ความร่วมมือในเชิงกลยุทธ์ดังกล่าว จะก่อให้เกิดความชัดเจนในการประกอบธุรกิจของทั้งสองฝ่ายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เรามุ่งสู่การทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดขอบเขตที่สำคัญและชัดเจน โดยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในอัตราบริการที่เหมาะสมจะเป็นพื้นฐานการนำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้นการนำบริการอินเทอร์เน็ตสู่ทุกคนย่อมต้องการรูปแบบความร่วมมือใหม่ระหว่างหน่วยงานภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ทั้งนี้ แคท และดีแทคพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเป็นผู้จัดหาและบริหารโครงข่ายหรือโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม”

พ.อ.ผศ. ดร.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัท รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในเบื้องต้น แคท และ ดีแทค จะร่วมกันศึกษา พิจารณา ถึงความเป็นไปได้ เพื่อให้ได้รูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจ ที่จะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนของ แคท และ ดีแทค  ซึ่งรูปแบบที่ว่านี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2557 และจะเริ่มในขั้นตอนต่อไปได้ในช่วงเดือนมกราคม 2558 จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แคท และ ดีแทค  คาดหวังในการที่จะสามารถนำมาซึ่งการพัฒนาโครงข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ให้มีความทันสมัย เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถกระจายไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติ”

]]>
58891
แนเชอรัล พาร์ค บุกเชียงใหม่ ทุ่มกว่า 500 ล้านบาท ลงทุนโรงแรมและเรสซิเดนส์ไฮเอนด์ รับประชาคมอาเซียน https://positioningmag.com/58677 Thu, 30 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58677

แนเชอรัลพาร์คเดินหน้ากลยุทธ์ตามแผน มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ล่าสุด ลงทุนเจาะตลาดไฮเอนด์ ซื้อ “โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปา” และผนึก ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งบริษัทร่วมทุนพัฒนา โครงการลักซ์ชัวรี่รีสอร์ทคอนโดมิเนียมแห่งแรกใจกลางเมืองเชียงใหม่ “อนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์” รับการขยายตัวสูงทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของหัวเมืองภาคเหนือช่วงเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

แนเชอรัล พาร์ค เดินหน้าการลงทุนตามกลยุทธ์และมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งวางแผนขยายการลงทุนและพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปในหัวเมืองต่างจังหวัดเน้นจังหวัดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเปิด AEC ล่าสุดประกาศลุยการลงทุนในจังหวัดเชียงใหม่จับตลาดนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ ซื้อหุ้นโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปา จากเจ้าของเดิม และผุดโครงการร่วมทุนพัฒนาลักซ์ชัวรี่รีสอร์ทคอนโดมีเนียมแห่งแรกในเชียงใหม่

นายนคร ลักษณกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการเดินหน้าลงทุนของ แนเชอรัล พาร์คว่า “แนเชอรัล พาร์ค ยังคงยึดมั่นตามกลยุทธ์ของบริษัทคือ การวางแผนพัฒนาและการลงทุนที่ต้องได้รับผลคุ้มค่าและมีการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทได้เล็งเห็นศักยภาพของโรงแรม อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่นับได้ว่า เป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายและโดดเด่นเรื่องวัฒนธรรม โดยโรงแรมเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปา จะเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และผลกำไรมาสู่บริษัทในอนาคต”

โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปา ประกอบด้วย ห้องพักจำนวนทั้งหมด 84 ห้องแบ่งเป็นห้องพัก 52 ห้องและห้อง สวีท 32 ห้อง เป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง มีครบพร้อมด้วยบริการชั้นยอด ร้านอาหารที่หลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เหมาะนักท่องเที่ยวระดับบนที่ต้องการพักผ่อนและพร้อมทั้งประชุมและสัมมนา

นอกจากนั้น แนเชอรัล พาร์ค ยังได้เดินแผนพัฒนาเรสซิเดนส์ระดับไฮเอนด์ ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดบริษัทร่วมทุนในสัดส่วนร้อยละ 50:50 ในนามบริษัท “เอ็มเอชจี เอ็นพาร์ค

ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด” หรือ “MHG NPARK DEVELOPMENT COMPANY LIMITED” ผุดโครงการ “อนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์” (Anantara Chiang Mai Serviced Suites) ซึ่งจะเป็น ลักซ์ชัวรี่รีสอร์ทคอนโดมีเนียมแห่งแรกใจกลางเชียงใหม่ มูลค่าโครงการกว่า 530 ล้านบาท

โครงการ อนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์ ตั้งอยู่บนถนนเจริญประเทศ ตรงข้ามกับโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปา ใกล้กับไนท์บาซาร์ และแม่น้ำปิง ซึ่งนับได้ว่าเป็นไพร์มโลเกชั่นและเป็นแหล่งพักผ่อนสุดคลาสสิคของเชียงใหม่ที่มีวิวที่สวยงาม เป็นอาคารคอนโดมิเนียมสูง 7 ชั้น จำนวน 44 ยูนิต โดยแต่ละยูนิตมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ลักซ์ชัวรี่ สวีทขนาด 1 ห้องนอนขนาด 65 ตรม., ลักซ์ชัวรี่ สวีท 2 ห้องนอน ขนาด 90 ตรม. และ ลักซ์ชัวรี่ สวีท 3 ห้องนอน ขนาด 162 ตร.ม. พร้อมการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ราคาขายเริ่มต้นที่ 10-12 ล้านบาท

โครงการ อนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์ เป็นโครงการลักซ์ชัวรี่เรสซิเดนส์ โครงการที่สองภายใต้แบรนด์อนันตรา ซึ่งโครงการแรกคือ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต การพัฒนา โครงการ อนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์ นี้จะเป็นการตอกย้ำแบรนด์อนันตราในฐานะผู้พัฒนาโครงการเรสซิเดนส์ระดับลักซ์ชัวรี่ ทั้งนี้ มีแผนเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2558 และคาดแล้วเสร็จพร้อมให้บริการในปี พ.ศ. 2559

นายนคร ลักษณกาญจน์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “เรามุ่งเน้นในการนำจุดแข็งของทั้ง 2 องค์กรมาพัฒนาโครงการดังกล่าว ด้วยความเป็นโครงการลักซ์ชัวรี่รีสอร์ทคอนโดมิเนียมนี้จะดึงกลุ่มผู้ซื้อไทยและต่างชาติระดับบนผู้ที่มีความต้องการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงในจังหวัดเชียงใหม่ และรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน นอกจากการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพสูงแล้ว โครงการ อนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์ ยังพร้อมด้วยสุดยอดการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับ  แนเชอรัลพาร์คมีความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพและความเชี่ยวชาญทางด้านการให้บริการจัดการที่มีประสบการณ์อันยาวนานของไมเนอร์ อินเตอร์แนชั่นแนล ซึ่งพิสูจน์ได้จากความสำเร็จของกลุ่มโรงแรมและเรสซิเดนส์ในเครือ และเรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการอนันตรา เชียงใหม่ เซอร์วิส สวีทส์ จะตอบทุกโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายในฐานะโครงการเรสซิเดนส์เรือธง (Flagship) ของแนเชอรัล พาร์คในปีนี้”

ปัจจุบัน แนเชอรัลพาร์คได้ดำเนินการโครงการอสังหาริมทรัพย์ อาทิ บริหารจัดการแนเชอรัล พาร์ค อพาร์ทเม้นท์, โครงการคอนโดมิเนียม พาร์ค รามอินทรา, เป็นเจ้าของโรงแรมเซนทารา แอนด์ คอนเวนชัน เซนเตอร์ ขอนแก่น, โครงการคอนโดมิเนียม พาร์ค อรัญ และอาคารพาณิชย์พาร์ค บูเลอวาร์ด จ. สระแก้ว, และล่าสุด โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท แอนด์ สปา นอกจากนั้นยังดำเนินการพัฒนาแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมแห่งใหม่ของไทย คือ โครงการเดอะ แนเชอรัล พาร์ค บางกะเจ้า และนอกจากนั้น ยังมีแผนพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์และโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยอีกหลายโครงการ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.naturalpark.co.th

]]>
58677
หัวเว่ย จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งต่อความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก ให้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง https://positioningmag.com/58663 Tue, 28 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58663

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.) ประกาศความร่วมมือจัดโครงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและวิชาการต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนพัฒนาการทำงานในสายอาชีพ ให้กับนักศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงแขนงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ระยะเวลา 2 ปี นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้มอบทุนการศึกษา 2 ปี ให้กับนักศึกษา 4 ราย ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการเพื่อสังคมขององค์กรที่ดำเนินการสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้ข้อตกลงนี้ หัวเว่ยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. จะร่วมมือกันในหลายๆ ด้าน อาทิ การพัฒนาทักษะวิชาชีพให้กับนักศึกษา การจัดทำโครงการฝึกอบรมวิชาชีพภาคฤดูร้อนให้แก่นักศึกษา และบุคลากร รวมถึงการนำผู้เชี่ยวชาญจากหัวเว่ยมาบรรยายให้ความรู้ในฐานะอาจารย์พิเศษ ในขณะเดียวกันก็มอบโอกาสให้กับนักศึกษาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยมได้เข้าฝึกงานหรือบรรจุเข้าทำงานในหัวเว่ยอีกด้วย นับเป็นข้อตกลงความร่วมมือครั้งแรกระหว่างหัวเว่ยกับสจล. ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์มากมายจากความร่วมมือดังกล่าวระหว่างสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศและองค์กรธุรกิจชั้นนำระดับโลก

มร. เฉิน รุ่ย กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับสจล. และได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ซึ่งมีศักยภาพและความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงวิศวกรรมอิเล็คทรอนิคส์ ซึ่งเป็นแขนงวิชาที่ทางหัวเว่ยให้ความสนใจเป็นพิเศษ ทั้งนี้ พนักงานในบริษัทรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเราในประเทศไทยจำนวนมากที่สำเร็จการศึกษามาจากสถาบันแห่งนี้ เราตระหนักดีถึงศักยภาพของนักศึกษาที่สำเร็จจากสถาบันนี้และมั่นใจว่าด้วยความเชี่ยวชาญและความรู้ทางด้านเทคโนโลยีล้ำหน้าต่าง ๆ ที่หัวเว่ยสั่งสมมานั้นจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาและคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่เป็นหนึ่งในปัจจัยของโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่สำคัญของประเทศไทย”

สำหรับข้อตกลงความร่วมมือกันระหว่างหัวเว่ยและ สจล. นับเป็นการริเริ่มความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในกิจกรรมของหัวเว่ยทั่วโลก ภายใต้โครงการ “บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่ออนาคต” (Telecom Seeds for the Future) จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งหัวเว่ย ประเทศไทย ได้ดำเนินการจัดโครงการแลกเปลี่ยนความรู้ต่าง ๆ มากมาย และจัดหาผู้เชี่ยวชาญของหัวเว่ยทำหน้าที่ผู้บรรยายพิเศษให้กับสถาบันการศึกษาชั้นนำมากมายในประเทศไทย รวมถึงการฝึกอบรมวิชาชีพให้กับนักศึกษาไทยกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้มอบโอกาสในการฝึกและทดลองงานให้กับนักศึกษาในสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศจำนวนประมาณ100 คน สำหรับในปีนี้ บริษัทได้เตรียมจัดทัศนศึกษาพิเศษไปยังสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ย เป็นเวลา 2 สัปดาห์ สำหรับนักศึกษา 10 คน ผู้ฝึกสอน 2 คน และผู้ชำนาญการจากภาครัฐอีก 10 คน เดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย – จีน เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ล้ำหน้า เพื่อให้ผู้ที่ได้รับทุนนำประสบการณ์และความรู้ต่าง ๆ ที่ได้รับไปต่อยอดและพัฒนาประเทศไทยต่อไป

ภายในปี 2558 หัวเว่ยเตรียมการที่จะขยายความร่วมมืออย่างเป็นทางการในด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศไทย 10 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะสนับสนุนทางด้านการศึกษา และความมุ่งมั่นในการจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมตอบแทนกลับคืนสู่สังคมไทย

ผศ. ดร. คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง กล่าวว่า “สจล. รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับหัวเว่ย เรามั่นใจว่านอกเหนือจากประโยชน์ที่นักศึกษาและคณะจะได้รับแล้วนั้น เรายังเพิ่มพูนประโยชน์จากความร่วมมือในครั้งนี้ จากการส่งต่อความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับจากหัวเว่ยไปสู่สังคมไทย ทั้งนี้ สจล. และคณะวิศวกรรมศาสตร์จะครบรอบ 55 ปีในปีหน้า โดยมุ่งมั่นทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตและบุคลากรที่มีคุณภาพมากมายนำความรู้ไปพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่หยุดยั้งที่จะมองหาโอกาสต่าง ๆ เพื่อนำมาเสริมประสบการณ์ให้กับนักศึกษาของเรา จากความร่วมมือกับหัวเว่ยในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านการเข้าถึงเทคโลยีระดับโลก ได้รับความรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพในอุตสาหกรรม รวมถึงได้รับโอกาสเข้าไปฝึกงานที่หัวเว่ยทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริงในองค์กรชั้นนำของโลก ซึ่งประโยชน์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้กับนักศึกษาของเรา”

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมอบทุนการศึกษาพิเศษระยะเวลา 2 ปี จำนวน 4 ทุนให้กับนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม โดยผู้รับทุนการศึกษายังได้รับโอกาสเข้าร่วมในโครงการฝึกงานที่หัวเว่ย และบรรจุเข้าทำงานหลังสำเร็จการศึกษา สำหรับทุนการศึกษานี้จะมอบให้กับผู้ที่มีผลการเรียนดี รวมถึงผู้ที่ต้องการขอทุนสนับสนุนด้านการศึกษา โดยมีคณะกรรมการจากหัวเว่ยประเทศไทยและคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นผู้พิจารณาตัดสินในขั้นตอนสุดท้าย

“หัวเว่ย มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในระยะยาว และพร้อมให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของเราและภายใน 5 ปีข้างหน้า เรามีแผนที่จะขยายโครงการ “บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่ออนาคต” ไปยังยังสถาบันการศึกษากว่า 20 สถาบัน โดยตั้งเป้าว่าจะมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการกว่า 3,000 รวมถึงโครงการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษากว่า 300 คน พร้อมมอบโอกาสพิเศษในโครงการทัศนศึกษาที่สำนักงานใหญ่ในประเทศจีนให้กับนักศึกษาอีกกว่า 100 คนด้วย ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ เรามั่นใจว่าจะเป็นการช่วยพัฒนาความรู้และทักษะให้กับทรัพยากรบุคคลของประเทศไทยซึ่งจะเป็นประโยชน์ สามารถรับมือกับตลาดสากลที่มีการแข่งขันกันสูงในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการประกาศให้ทุกคนได้รับทราบถึงความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมองค์กรที่โดดเด่นของหัวเว่ย จึงนับว่า ความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง และเรามุ่งมั่นที่จะให้เกิดความร่วมมือเช่นนี้ในโอกาสต่อ ๆ ไปในอนาคต” มร. เฉิน กล่าวสรุป

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำทางด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านการสื่อสาร ด้วยกลยุทธ์การสร้างสรรค์นวัตกรรมตามความต้องการของลูกค้าและสัมพันธภาพที่ดีกับพันธมิตร หัวเว่ยนำเสนอโซลูชั่นด้านไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมและเอ็นเตอร์ไพร้ส์ อุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 150,000 คนทั่วโลก หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ กลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้บริโภคทั่วไป ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นไอซีทีของหัวเว่ยได้รับการติดตั้งในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ให้บริการประชากรกว่าหนึ่งในสามของโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

ผู้สนใจสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวของหัวเว่ยได้ทาง

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

]]>
58663
ดีแทค จับมือ แซดทีอี (ZTE) และ เอเซอร์ (Acer) ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพระดับโลก เพื่อบุกตลาดสมาร์ทโฟนส่งท้ายปี https://positioningmag.com/58599 Wed, 15 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58599

นายปภาพรต ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบริหารอุปกรณ์สื่อสาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค จับมือ นางสาวลอร์น่า เหลียง ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจมือถือ บริษัท แซดทีอี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์รายใหญ่ของจีน และ นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย เพื่อผลิตดีแทคโฟนรุ่นใหม่ 3 รุ่นภายใต้ชื่อ “โจอี้ ฟิต ซีรีส์” ได้แก่ โจอี้ ฟิต รุ่น 4.0 ผลิตโดยเอเซอร์ (Acer), โจอี้ ฟิต เซลฟี่ รุ่น 4.0 และโจอี้ ฟิต เซลฟี่ รุ่น 4.5 ผลิตโดยแซดทีอี (ZTE) อีกทั้งยังคงคอนเซ็ปต์ “สเปคสูงกว่า ราคาเบาๆ” เช่นเดิม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.dtac.co.th

]]>
58599
เอไอเอส จับมือ Click for Clever ให้นักเรียน ม.ปลาย ติว GAT/PAT ผ่านแอปฯ “AIS U Academy” บนมือถือ ฟรี! https://positioningmag.com/58561 Thu, 09 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58561

เอไอเอส โดย นางเบญจพร กำเพ็ชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มลูกค้าทั่วไป ร่วมกับ Click for Clever สถาบันกวดวิชาแนวใหม่บนโลกออนไลน์ โดย นายณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ สานต่อกิจกรรมดีๆ เปิดตัวโครงการ “Click for U ระเบิดความรู้ สู่มหาวิทยาลัย Season 4” จัดกิจกรรมติวสด GAT/PAT เพื่อให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเตรียมความพร้อมในการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเอไอเอสมอบความพิเศษให้วัยทีนติว GAT/PAT ได้อย่างไร้ข้อจำกัด ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอปพลิเคชัน “AIS U Academy” บนมือถือ ครั้งแรกที่รวมการให้ความรู้และการกำหนดทิศทางแห่งอนาคตมาไว้ในที่เดียวกัน โดยภายในแอปฯ ประกอบไปด้วย แบบทดสอบ “Scan Future” เพื่อให้น้องๆ ร่วมค้นหาตัวเองในการเลือกคณะที่เหมาะสมกับตนเอง นอกจากนี้ยังมีคลิปไฮไลท์การติว , มีข้อสอบเก่าให้ลองทำ และสามารถดาวน์โหลดหนังสือประกอบการติวได้ด้วย

น้องๆ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “AIS U Academy”มาไว้บนมือถือได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพียงกด *688# แล้วโทรออก (ฟรี) โดยสามารถใช้งานได้กับมือถือในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และจะใช้ได้กับระบบ iOS ในเร็วๆ นี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/12call  หรือ  www.clickforclever.com

]]>
58561
แอลจีเอาใจสาวกคิตตี้ที่รักการถ่ายภาพด้วย LG Pocket Photo รุ่น Hello Kitty Limited Edition (PD239SP) https://positioningmag.com/58558 Wed, 08 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58558

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จับมือกับบริษัท ซานริโอ เวฟ จำกัด เอาใจสาวกผู้คลั่งไคล้ความน่ารักของเจ้าแมวเหมียว Hello Kitty ด้วยการมอบประสบการณ์พิเศษกับนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ภาพถ่ายขนาดพกพา LG Pocket Photo รุ่น Hello Kitty Limited Edition (PD239SP) ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของ ใช้งานง่ายเพียงเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนผ่าน NFC Tag หรือบลูทูธ รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android, iOS และ Windows Phone 8 ก็สามารถพิมพ์ภาพแห่งความประทับใจออกมาเป็นของที่ระลึกให้กับตัวคุณเอง ครอบครัว เพื่อน หรือคนพิเศษ ได้ง่ายๆ อย่างมีสไตล์ โดย LG Pocket Photo รุ่น Hello Kitty Limited Edition แอลจีจัดทำเป็นพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง Hello Kitty ครบรอบ 40 ปีในปีนี้

LG Pocket Photo รุ่น Hello Kitty Limited Edition (PD239SP) ได้รับการออกแบบลายเส้นและโทนสีเป็นพิเศษ โดยตัวเครื่องสีชมพูพร้อมลายเอ็กซ์คลูซีฟของHello Kitty ลิขสิทธิ์แท้จากซานริโอ มีขนาดกะทัดรัดด้วยน้ำหนักเพียง 221 กรัม ผู้ใช้สามารถพิมพ์ภาพขนาด 2 x 3 นิ้ว ได้สูงสุด 30 แผ่นต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องใช้หมึกเพราะเทคโนโลยีล่าสุด ZINK® (Zero Ink) ใช้ความร้อนในการกำเนิดสีเพื่อพิมพ์ลงในกระดาษแต่ละแผ่น ทั้งยังรักษาความคมชัดของภาพได้นานกว่าและเป็นรอยน้อยกว่า ภาพที่พิมพ์ออกมามีความละเอียดคมชัดถึง 313dpi เหมาะสำหรับการแบ่งปันกับเพื่อนๆ และคนที่คุณรัก หลังจากดาวน์โหลดและติดตั้งแอพลิเคชั่น LG Pocket Photo เรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มพิมพ์ภาพได้ทันที ผ่าน NFC Tag หรือบลูทูธ

ความพิเศษของฟีเจอร์การตกแต่งรูปภาพในแอพลิเคชั่น LG Pocket Photo ของรุ่น Hello Kitty Limited Edition (PD239SP) ผู้ใช้จะสนุกสนานไปกับตัวเลือกการตกแต่งรูปภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟิลเตอร์หลายแบบ กรอบภาพสุดเก๋ การแบ่งภาพออกเป็นสองส่วนหรือสี่ส่วน การใส่ข้อความเพิ่มเติม และการพิมพ์ภาพลงบนกระดาษแบบธรรมดาและกระดาษแบบสติ๊กเกอร์ ด้วยการผสมผสานระหว่างอุปกรณ์ไอทีและแอพลิเคชั่นทำให้ LG Pocket Photo รุ่น Hello Kitty Limited Edition (PD239SP) เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะขนาดพกพาที่สามารถตกแต่งและพิมพ์ภาพได้โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์อีกต่อไป

LG Pocket Photo รุ่น Hello Kitty Limited Edition (PD239SP) มาพร้อมกับกระเป๋า Hello Kitty สุดน่ารัก และกระดาษ Zink Paper อีก 5 แผ่น โดยทั้งหมดนี้จะรวมอยู่ในกล่องแพ็คเกจพิเศษสีชมพูสดใสลาย Hello Kitty ราคาเพียง 5,490 บาท และมีจำนวนจำกัด โดยจัดจำหน่ายที่ร้าน Hello Kitty House Café Bangkok (สยามสแควร์ วัน) ร้าน iService ดิจิตอล เกทเวย์ชั้น 3 (สยามสแควร์) และร้านค้าออนไลน์ www.lazada.co.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.lg.com/th

]]>
58558
กสิกรไทยจับมือกรมส่งเสริมฯ บีโอไอ และดิ อีคอนอมิสต์ เตรียมจัดสุดยอดการประชุมระดับภูมิภาค พร้อมลุยเออีซีบวกสาม https://positioningmag.com/58553 Wed, 08 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58553

ธนาคารกสิกรไทยผนึกกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ บีโอไอ และดิ อีคอนอมิสต์ จัดงาน The AEC+3 Summit & Expo 2014 สุดยอดงานสัมมนาระดับภูมิภาค ระดมความคิดผู้นำในเออีซีบวกสาม พร้อมงานแสดงสินค้าในภูมิภาคกว่า 150 บูธ และครั้งแรกกับความร่วมมือระหว่างธนาคารในภูมิภาคอาเซียน 40 ธนาคาร จาก 13 ประเทศเพื่อยกระดับบริการทางการเงินสู่มาตรฐานสากล คาดการณ์ในอีก 10 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจเออีซีมีจีดีพีโตเฉลี่ยปีละ 7%

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ทั่วโลกต่างจับตามองความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2558 ที่จะถึงนี้ อันเนื่องจากศักยภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความน่าสนใจ ด้วยจำนวนประชากรรวมที่มีถึง600 ล้านคน ซึ่งนับเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจใน AEC จะมีจีดีพีเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 7% ต่อปี นอกจากนี้ กลุ่มประเทศAEC ได้ขยายการรวมตัวไปสู่ประเทศชั้นนำด้านเศรษฐกิจของเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หรือ AEC+3 ซึ่งได้เข้ามาทำการค้าและการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้มีการเติบโตรุดหน้า

ธนาคารกสิกรไทย จึงร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และนิตยสารดิ อีคอนอมิสต์ จัดงาน The AEC+3 Summit & Expo 2014 ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 ที่จะถึงนี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจไทยได้เพิ่มองค์ความรู้และมีโอกาสลต่อยอดธุรกิจของตนให้สามารถรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ พร้อมเดินหน้ายกระดับการให้บริการด้านการเงินการธนาคารในภูมิภาคนี้ โดยงานดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรม 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

งานสัมมนา The AEC+3 จะดำเนินการโดย ดิ อีคอนอมิสต์ อินแทลิเจนซ์ ยูนิท (The Economist Intelligence Unit) บริษัทในเครือนิตยสารดิ อีคอนอมิสต์ นิตยสารด้านธุรกิจชั้นนำของโลก ซึ่งจะเชิญวิทยากรที่เป็นบุคคลระดับผู้นำจากภาครัฐ นักธุรกิจชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ นักวิชาการระดับโลกและตัวแทนจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ที่จะร่วมระดมความคิดในการพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจและวางยุทธศาสตร์ประเทศ และในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม ยานยนต์และชิ้นส่วน การท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยและผู้ประกอบการให้พร้อมรับการรวมตัวของ AEC+3 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารฯ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาจำนวนกว่า 1,300 คน

งานแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจที่จะมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าด้านอุปโภค-บริโภค จากประเทศใน AEC+3 อาทิ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจากธนาคารพันธมิตรของธนาคารกสิกรไทย ร่วมออกบูธแสดงสินค้ากว่า 150 บูธ โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแล้วกว่า 500 คู่ และคาดหมายว่าภายในงานดังกล่าวจะมีการจับคู่ธุรกิจ มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท

การจัดทำ Bangkok Declaration ด้วยธนาคารกสิกรไทยเล็งเห็นว่า การสร้างนวัตกรรมและมาตรฐานการให้บริการด้านการเงินการธนาคารในภูมิภาคให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันในระดับสากลถือเป็นวาระสำคัญ ควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้บุคลากรในแวดวงการธนาคารของอาเซียนมีความพร้อมในการให้บริการแก่ธุรกิจข้ามชาติใน  AEC+3 ได้ จึงได้ริเริ่มการประกาศปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) อันจะมุ่งสู่การพัฒนาบริการด้านการเงินและการร่วมมือกันเพื่อรองรับลูกค้าในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ผ่านสถาบัน Taksila-ASEAN Banker Academy

Taksila-ASEAN Banker Academy จะเป็นเวทีให้นักการเงินการธนาคารในภูมิภาคมาพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านธนาคาร (Banking Experience) และเป็นพื้นที่ระดมความคิด อันจะนำไปสู่สร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เพื่อยกระดับการให้บริการไปสู่สากล อีกทั้งยังขยายขอบเขตพื้นที่การให้บริการออกไปให้กว้างยิ่งขึ้น โดยเป็นการร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรท้องถิ่นต่างประเทศในการออกผลิตภัณฑ์และบริการแก่ลูกค้าในประเทศนั้นๆ ซึ่ง Taksila-ASEAN Banker Academy จะประกอบด้วย 2 โปรแกรม คือ โปรแกรมสำหรับนักการเงินการธนาคาร และโปรแกรมสำหรับผู้บริหารและผู้นำระดับสูง

การบรรลุข้อตกลง Bangkok Declaration จะถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคที่ธนาคารผู้ให้บริการในประเทศต่าง ๆ จะสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการลูกค้าให้ได้มาตรฐานเดียวกันในระดับสากล

นายธีรนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน The AEC+3 Summit & Expo 2014 จะเป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจไทย ได้เข้าถึงองค์ความรู้และวิสัยทัศน์ในระดับสากล เพื่อจะสามารถนำมาใช้ในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ รวมถึงการสร้างพันธมิตรและเครือข่ายธุรกิจในระดับประเทศให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง อันจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในตลาดภูมิภาคนี้ ขณะเดียวกันธนาคารฯตั้งเป้าหมายให้ Bangkok Declaration ที่จะเกิดขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับการให้บริการของภาคการธนาคารในภูมิภาคนี้ให้เป็นสากลและมีมาตรฐานบริการเดียวกัน พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาคธุรกิจการธนาคาร ให้สามารถรองรับธุรกิจข้ามชาติที่จะเกิดขึ้นในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้

ร.อ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DIPT) เปิดเผยว่า บทบาทของกรมส่งเสริมการค้าฯ ในฐานะพันธมิตรผู้จัดงานนี้ จะมุ่งเน้นด้านการสนับสนุนข้อมูล รวมทั้งการนำเสนอธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมงานแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจด้วย เพื่อสนับสนุนธุรกิจไทยในการเข้าตลาดและรักษาตลาดการค้าในต่างประเทศ ทั้งนี้ ตัวเลขการค้าระหว่างไทยและ AEC+3 ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. ปี 2557 มีมูลค่า 3,725,335 ล้านบาท สำหรับผลของการรวมตัวของ AEC+3 ที่มีต่อการค้าของไทย เชื่อว่าทิศทางของการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศใน AEC+3 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจะก่อให้การเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่ทางธุรกิจ ซึ่งการรวมตัวของ AEC+3 นอกจากจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทยไปสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในทางกลับกัน ก็จะมีความท้าทายจากการแข่งขันกับธุรกิจในตลาดที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญในการหาข้อมูลและปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ อาทิ การพัฒนาแบรนด์ของสินค้า หรือเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า บทบาทของบีโอไอ ในงาน  AEC+3 Summit & Expo 2014 จะเป็นการสนับสนุนข้อมูลด้านสิทธิประโยชน์ที่ประเทศไทยจะมีให้แก่นักลงทุน ซึ่งบีโอไอมั่นใจว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยตอกย้ำยุทธศาสตร์ของไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าของอาเซียนได้อย่างชัดเจนขึ้น ทั้งนี้  ในช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย.ปี 2557 ประเทศในกลุ่ม AEC+3 ได้เข้ามาลงทุนในอาเซียนคิดเป็นร้อยละ 50 จากมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของอาเซียนด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ แรงงานที่มีศักยภาพสูง ประกอบกับการมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการลงทุนจากนานาชาติ ทว่าการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอาจส่งผลให้ประเทศไทยพบความท้าทายหลายประการ แต่อย่างไรก็ตามบีโอไอก็พร้อมที่จะนำเสนอแผนสนับสนุนการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาในไทย (Inbound Investment) และนักลงทุนไทยที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ (Outbound Investment) ที่จะมอบสิทธิประโยชน์ทั้งในด้านภาษีและด้านอื่นๆ ด้วย

มร.ชาร์ลส์ โกดาร์ด Editorial Director, Asia-Pacific, ดิ อีคอนอมิสต์ อินแทลิเจนซ์ ยูนิท เปิดเผยว่า การจัดงานสัมมนา The AEC+3 Summit & Expo 2014ดังกล่าว จะช่วยให้ภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมต่อการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการให้ข้อมูลบริบททางเศรษฐกิจอย่างครบถ้วนทุกมิติ ทั้งภาพรวมการค้าและการลงทุนในภูมิภาคนี้ ความท้าทายทางภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจาะลึกแนวโน้มอุตสาหกรรมต่างๆ หลังการเกิดเออีซี และบทบาทของไทยในอาเซียน

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา ประกอบด้วยบุคคลระดับผู้นำจากภาครัฐบาล ธุรกิจ นักวิชาการและสถาบันระหว่างประเทศ ที่จะร่วมระดมความคิดเพื่อผลักดันการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคัดกรองความเป็นจริงออกจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยผ่านการบรรยายและการหารืออย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับภาคธุรกิจของไทย นอกจากนี้ นักลงทุนจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศอื่นๆ ในเอเชียก็จะได้ประโยชน์จากความเจริญในภูมิภาคนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาถึงขั้นตอนที่จำเป็นก่อนการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้ และจะมุ่งสู่การมอบเครื่องมือที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงแก่ผู้นำทางธุรกิจและนักลงทุน เพื่อช่วยในการวางยุทธศาสตร์สำหรับการเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป

 

]]>
58553
ดีแทค wifi ร่วมกับ 3BB ให้บริการ wifi ครอบคลุมทั่วไทยแล้ว ในราคาเพียง 99 บาท https://positioningmag.com/58524 Thu, 02 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58524

ดีแทค wifi ร่วมกับ 3BB เปิดให้บริการ dtac wifi – 3BB ให้ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้สามารถเชื่อมต่อ wifi ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยจุดให้บริการทั้งในห้างและอีกกว่า 60,000 จุด ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วไทย ด้วยความสะดวกสบายในการเชื่อมต่ออัตโนมัติเพื่อใช้งานได้ทั้งเครือข่าย dtac wifi และ 3BB_WiFi พร้อมให้บริการความเร็วสูงสุดถึง 100 Mbps ด้วยแพ็กเกจที่คุ้มค่าเพียง 99 บาทต่อเดือน

คุณสืบพงศ์ เจริญมีชัยกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า “ปัจจุบันดีแทคมีฐานลูกค้าที่ใช้บริการดีแทค wifi กว่า 1,800,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยจะเห็นได้จากฐานลูกค้าเมื่อปีที่แล้วโดยปีนี้เพิ่มขึ้นคิดเป็น 33% ดีแทคจึงเล็งเห็นถึงอัตราการเติบโตของฐานลูกค้าที่มีความต้องการใช้งาน wifi ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เชื่อมต่อทุกที่ทุกเวลา และยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Internet for All” ที่มุ่งเน้นให้คนไทยได้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น โดยการร่วมมือกับ 3BB ผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่มีศักยภาพและครอบคลุมที่สุด ในการขยายจุดให้บริการการใช้งาน wifi ให้เพิ่มขึ้นครอบคลุมทั่วประเทศ โดยลูกค้าดีแทคและแฮปปี้จะได้รับสะดวกสบายจากประสบการณ์เข้าใช้อัตโนมัติ ด้วยเทคโนโลยีวิธี Mac Authentication (ล๊อกอินเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ โดยยืนยันตัวตนจาก MAC address ของเครื่อง) บนเครือข่าย 3BB WiFi ในขณะที่ล็อกอินอัตโนมัติแบบการใช้ข้อมูลจาก SIM card (EAP-SIM) และ แบบจดจำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (EAP-TTLS) ก็ยังสามารถใช้การล็อกอินบนเครือข่าย dtac wifi ได้เช่นกัน”

คุณนงลักษณ์ พงษ์ศรีหดุลชัย กรรมการ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันถือเป็นโลกแห่งการติดต่อสื่อสารอย่างแท้จริง โทรศัพท์สมาร์ทโฟน  ได้เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต และทำให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อธุรกิจ หรือชีวิตส่วนตัว ก็ไม่มีข้อจำกัดอีกต่อไป ประกอบกับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาก็มีฟีเจอร์ที่รองรับ wifi ในราคาที่ใครๆก็เป็นเจ้าของได้ 3BB จึงได้เล็งเห็นโอกาสด้านการตลาดในการขยายฐานของกลุ่มผู้ใช้งาน wifi ตลอดจนเสริมจุดแข็งในเรื่องของจุดให้บริการ จึงได้ร่วมกับ dtac ซึ่งเป็นผู้นำด้านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีฐานลูกค้ารายเดือนและเติมเงินจำนวนมาก และมีจุดให้บริการครอบคลุมทั้งในห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟฟ้า ขณะที่ 3BB มีโครงข่าย wifi ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 60,000 จุด ก็จะทำให้ลูกค้าดีแทค ได้รับความสะดวกสบายจากจุดให้บริการที่มากขึ้นและสามารถใช้งานด้วยเน็ตเวิร์คที่มีคุณภาพ ใช้ชีวิตออนไลน์ไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการเล่น Facebook, IG, เกมออนไลน์ หรือเอนเทอร์เทนเมนท์อื่นๆ เช่นดูหนัง ดูคลิปวิดิโอ และหลากหลายรูปแบบของโปรแกรม CHAT โดย 3BB มั่นใจว่าความร่วมมือเพื่อให้บริการในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน และ 3BB จะมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพและขยายจุดให้บริการ wifi อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์อินเทอร์เน็ตไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ทั้งนี้บริการ dtac wifi – 3BB พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ด้วยพื้นที่ให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ อาทิ ศูนย์การค้า, โรงภาพยนตร์, ร้านหนังสือ, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ ชั้นนำ, ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, โรงพยาบาล, มหาวิทยาลัย และสถานที่หน่วยงานของราชการ โดยปัจจุบันมีจุดให้บริการกว่า 64,000 จุดครอบคลุมทั่วประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 80,000 จุดภายในสิ้นปี 2557 ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้สามารถสมัครแพ็คเกจ dtac wifi – 3BB unlimit ได้แล้ววันนี้ เพียงโทร *104*699# ค่าบริการเพียง 99 บาทต่อเดือน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th หรือ www.3bbwifi.com

 

]]>
58524
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผนึกความร่วมมือ กลุ่มทรู เปิดตัว ศูนย์วิจัย True Lab @ Thammasat แหล่งเรียนรู้ค้นคว้าวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาตามแนวคิดการเรียนรู้อย่างมีพลวัต https://positioningmag.com/58514 Wed, 01 Oct 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58514

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร ร่วมเปิด “ศูนย์วิจัย True Lab @ Thammasat” โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้อาจารย์ นักศึกษาและนักวิจัยของมหาวิทยาลัยได้ใช้เป็นพื้นที่ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลงานนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม นำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ

พร้อมเปิด แอพพลิเคชั่น myCampus TU เพื่อเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อดิจิตอลที่ไร้ขีดจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ ตามแนวคิด Thammasat Everywhere, Thammasat Every time ตอบสนองนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้แบบ “แอ็คทิฟ เลิร์นนิ่ง” ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

]]>
58514