Cryptocurrency – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 19 Feb 2026 09:33:52 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 รายงานเผย ‘คริปโตฯ’ ถูก ‘เครือข่ายค้ามนุษย์’ ใช้ฟอกเงินเพิ่มขึ้น 85% ‘อาเซียน’ ขึ้นแท่นฮับใหญ่เครือข่ายอาชญากรรมครบวงจร https://positioningmag.com/1560408 Thu, 19 Feb 2026 08:17:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1560408 รายงานฉบับล่าสุดจาก Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำของสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในปี 2025 ธุรกรรม คริปโตเคอร์เรนซี ที่เชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ทั่วโลกมีอัตราการเติบโตสูงถึง 85% โดยมีเม็ดเงินหมุนเวียนที่ตรวจสอบได้บนบล็อกเชนสาธารณะรวมหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มีจุดกำเนิดและเครือข่ายเชื่อมโยงอยู่ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาเซียน เครือข่ายอาชญากรรมแบบครบวงจร

รายงานระบุว่า กิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแยกส่วน แต่เป็นการทำงานร่วมกันของ ระบบนิเวศอาชญากรรม ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วย:

  •  ศูนย์รวมการต้มตุ๋น (Scam Compounds): แหล่งกบดานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
  • บ่อนพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย: ที่ใช้บังหน้าในการโยกย้ายเงิน
  • เครือข่ายฟอกเงินภาษาจีน (Chinese-language Money Laundering Networks): ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการเปลี่ยนคริปโตฯ เป็นเงินสด

 

ธุรกิจมืดและการใช้คริปโตฯ จะแบ่งได้ 3 กลุ่ม

  • บริการจัดหาคู่และค้าประเวณีข้ามชาติ (International Escort & Prostitution)

พบพฤติกรรมทางการเงินที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพสูง (Highly Organized) โดยมีการแบ่งเกรดบริการ ตั้งแต่ระดับทั่วไปไปจนถึงแพ็กเกจ VIP ที่มีราคาสูงกว่า 30,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1 ล้านบาท) ซึ่งรวมค่าเดินทางข้ามประเทศและบริการที่พักหลายวัน 

กว่าครึ่งหนึ่งของธุรกรรมในกลุ่มนี้มีมูลค่าต่อครั้งเกิน 10,000 ดอลลาร์ โดยมักใช้ Stablecoins เพื่อรักษาความเสถียรของมูลค่า และมีการโอนเงินซ้ำ ๆ ระหว่างกลุ่มกระเป๋าเงิน (Wallet Clusters) ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นรูปแบบบริษัทหรือเอเจนซี่ ไม่ใช่บุคคลทั่วไป

  • ขบวนการหลอกไปทำงานและฐานต้มตุ๋น (Labor Recruiters & Scam Compounds)

นี่คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์โดยตรง โดยมีการหลอกเหยื่อไปทำงานในกัมพูชาและเมียนมา โดยค่าหัว/ค่าจัดหางาน จะอยู่ระหว่าง 1,000 – 10,000 ดอลลาร์ ซึ่งตรงกับราคาค่าตัวที่ประกาศในช่องทางมืด

  • ตลาดสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM Vendors)

แม้ธุรกรรมส่วนใหญ่ (ราว 50%) จะมีมูลค่าน้อยกว่า 100 ดอลลาร์ เนื่องจากเป็นระบบสมาชิก (Subscription) แต่มีความซับซ้อนในการหลบเลี่ยงสูง:

 

Telegram สวรรค์แห่งใหม่ ของอาชญากรไซเบอร์

Telegram ได้กลายเป็น ตัวกลางใหม่ ที่อาชญากรใช้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อโฆษณาบริการ รับสมัครเหยื่อ และประสาน  งานการชําระเงิน โดย Tom McLouth นักวิเคราะห์จาก Chainalysis มองว่า ที่อาชญากรย้ายฐานจากฟอรั่ม Darknet แบบเดิมมาใช้ Telegram เพราะสามารถขยายฐานลูกค้าได้เร็วกว่า และใช้งานง่ายเหมือนธุรกิจปกติ      มี Customer Service และด้วยระบบกึ่งเปิดกึ่งปิด ทำให้เข้าถึงเหยื่อและผู้ซื้อได้ง่าย แต่ยังคงความปลอดภัยให้    ผู้กระทำผิด

Chainalysis คาดการณ์ว่าเฉพาะปี 2025 ช่องทางเหล่า Telegram ถูกช่วยฟอกเงินไปแล้วกว่า 1.61 หมื่นล้านดอลลาร์

Source

]]>
1560408
ไม่แพ้แก๊งคอลเซ็นเตอร์! พบครึ่งปีแรก ‘คริปโตเคอเรนซี’ ถูกโจรกรรมเสียหายกว่า 7.8 หมื่นล้านบาท ทำลายสถิติปี 2024 ทั้งปี https://positioningmag.com/1530630 Sat, 19 Jul 2025 10:27:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1530630 นับตั้งแต่ที่มูลค่า คริปโตเคอเรนซี หรือ สกุลเงินดิจิทัล ขึ้นเอา ๆ รวมถึงมีบางธุรกิจที่รับการจ่ายด้วยคริปโตฯ ทำให้ช่วงครึ่งปีแรก มีการ โจรกรรมคริปโตฯ แค่ครึ่งปีแรก ก็ทำลายสถิติปี 2024 ทั้งปี

ตามรายงานจาก Chainalysis พบว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีการขโมยเงินจาก แพลตฟอร์มผู้ให้บริการคริปโตเคอเรนซี รวมมูลค่ากว่า 2.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.8 หมื่นล้านบาท) ซึ่งแซงหน้ามูลค่าปี 2024 ทั้งปี ที่ 1.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.7 หมื่นล้านบาท) และคาดว่าทั้งปีอาจมีคริปโตฯ ที่ถูกขโมยเป็นมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 แสนล้านบาท)

เมื่อรวมการโจรกรรมคริปโตฯ ทั้งจาก แพลตฟอร์มและบุคคลทั่วไป พบว่าปี 2025 มีความเสียหายกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.1 หมื่นล้านบาท) ใกล้แตะถึงสถิติปี 2024 ที่มียอดความเสียหายทั้งหมด 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 แสนล้านบาท)

ทั้งนี้ ความเสียหายส่วนใหญ่มาจากการโจมตีทางไซเบอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์บน Bybit ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโตฯ ในดูไบ โดยแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือได้ขโมยคริปโตฯ ไปเป็นมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.8 หมื่นล้านบาท) ซึ่งคาดว่าเป็นการโจรกรรมคริปโตฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม การโจรกรรมที่เพิ่มขึ้นนี้มาจาก การโจมตี กระเป๋าเงินผู้ใช้รายย่อย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 23% ของการโจรกรรมทั้งหมด โดยรูปแบบการโจรกรรมจะ ไม่ใช่การแฮก แต่เป็นการ ใช้ความรุนแรง หรือ ใช้กำลังเรียกค่าไถ่ เพื่อเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล

ในเดือนมกราคม David Balland ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทกระเป๋าเงินคริปโต Ledger ถูกลักพาตัวพร้อมกับภรรยาจากบ้านของพวกเขาในภาคกลางของฝรั่งเศส ก่อนที่พวกเขาจะได้รับการปล่อยตัว ผู้โจมตีได้ตัดนิ้วของ Balland และส่งภาพวิดีโอไปยัง Eric Larcheveque ผู้ร่วมก่อตั้งคนอื่น ๆ เพื่อเรียกค่าไถ่

ทั้งนี้ Eric Jardine หัวหน้าฝ่ายวิจัยอาชญากรรมไซเบอร์ของ Chainalysis มองว่า ปัจจัยที่ทำให้ความรุนแรงของการโจรกรรมสูงขึ้นเรื่อย ๆ มาจาก มูลค่า ของคริปโตฯ ที่สูงขึ้น อีกทั้งยังมีหลายบริการที่ รับชำระด้วยคริปโตฯ และในขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยของแพลตฟอร์มมีสูงขึ้น มิจฉาชีพจึงพุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ทั่วไป และใช้กำลังบังคับแทน

“การยอมรับหมายถึงมีบริการและผู้ใช้ในระบบนิเวศคริปโตฯ มากขึ้น ทำให้การโจรกรรมเกิดขึ้นบ่อยขึ้น การเพิ่มขึ้นของราคาหมายความว่าบริการและบุคคลในคริปโตฯ มีมูลค่าสูง”

Source

]]>
1530630
ไม่มีอะไรปลอดภัย! ครึ่งปีแรก ‘เงินดิจิทัล’ ถูกแฮกเกอร์โจรกรรมรวมกว่า 1.38 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 2 เท่า https://positioningmag.com/1481998 Tue, 09 Jul 2024 10:43:53 +0000 https://positioningmag.com/?p=1481998 อย่างที่รู้ ๆ กันว่ามิจฉาชีพเดี๋ยวนี้เก่งมาก ๆ พร้อมจะใช้เทคโนโลยีและเล่ห์กลสารพัดเพื่อดูดเงินของเรา และแม้แต่ คริปโตเคอร์เรนซี หรือ เงินดิจิทัล ก็ไม่รอด เพราะแค่ช่วงครึ่งปีแรก ก็มีเงินดิจิทัลถูกขโมยเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

รายงานจากบริษัทวิจัยด้านบล็อกเชน TRM Labs เปิดเผยว่า มีการขโมยคริปโตฯ มูลค่า 1.38 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 24 มิถุนายน ซึ่ง มากขึ้นกว่าสองเท่า ของจำนวน 657 ล้านดอลลาร์ที่ถูกขโมยไปในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทดังกล่าวสังเกตว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลโดยเฉลี่ยสูงขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้มูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกขโมยสูงขึ้น

เช่นเดียวกับปีที่แล้ว การโจมตีครั้งใหญ่เพียงไม่กี่ครั้งส่งผลให้การขโมยคริปโตเพิ่มขึ้น โดย แฮกเกอร์ 5 อันดับแรก คิดเป็น 70% ของจำนวนเงินที่ถูกขโมยไปในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยเวกเตอร์การโจมตีอันดับต้น ๆ ในปี 2024 ได้แก่ Private key และ Seed Phrase ซึ่งเป็นลำดับคำแบบสุ่มที่จัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นในการเข้าถึงหรือกู้คืน Crypto Wallet

โดยการโจรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้คือการ ขโมย Bitcoin มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์ จากเว็บแลกเปลี่ยนคริปโต DMM Bitcoin ของญี่ปุ่น โดยแฮกเกอร์ใช้ Private key ที่ขโมยมาหรือ การปลอมแปลงที่อยู่กระเป๋าเงิน (address poisoning) โดยผู้โจมตีจะส่งสกุลเงินดิจิทัลจำนวนเล็กน้อยจากกระเป๋าเงินที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบที่อยู่ของคุณหรือผู้รับของคุณโดยมีจุดประสงค์เพื่อหลอกล่อเหยื่อให้ส่งเงินไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่ถูกต้อง

TRM Labs กล่าวว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานใด ๆ ในระบบรักษาความปลอดภัยของระบบนิเวศคริปโตที่อาจส่งผลให้มูลค่าการขโมยเพิ่มขึ้น โดยระบุว่าจำนวนการโจมตีและเวกเตอร์การโจมตี ไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญในแต่ละปี

ทั้งนี้ บริษัท Crypto มักตกเป็นเป้าหมายของการแฮกและการโจมตีทางไซเบอร์ โดยตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Mt.Gox ยื่นฟ้องล้มละลายในปี 2014 หลังจากถูกแฮกหลายครั้งจนขโมย Bitcoin ไปได้ถึง 950,000 Bitcoin ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อพิจารณาจากราคาปัจจุบัน

หรือในเดือนพฤศจิกายนมีการขโมยเงินไปประมาณ 115 ล้านเหรียญ จากการแลกเปลี่ยน HTX และ Heco Chain ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคริปโต 2 แห่งที่เชื่อมโยงกับ Justin Sun ผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง

Source

]]>
1481998
ประเมินขาขึ้น ‘คริปโต’ คาดปีนี้มูลค่าตลาดทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์ โตขึ้น 2 เท่า! https://positioningmag.com/1469425 Mon, 08 Apr 2024 06:31:19 +0000 https://positioningmag.com/?p=1469425 ถือเป็นปีที่ตลาด คริปโตเคอเรนซี่ หรือ สกุลเงินดิจิทัล กลับมาขาขึ้นอีกครั้ง เฉพาะแค่ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) หรือ BTC ที่เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุด ได้ทำราคาสูงสุดทุบสถิติใหม่ขึ้นไปทะลุ 73,000 ดอลลาร์/BTC ไปเมื่อช่วงวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา จากมูลค่าของบิตคอยน์ที่พุ่งขึ้น ทำให้มีการประเมินว่าปีนี้มูลค่าตลาดคริปโตฯ จะโตขึ้น 2 เท่า

Brad Garlinghouse CEO จาก Ripple ประเมินว่า มูลค่าของตลาดคริปโตฯ ปีนี้จะเพิ่มขึ้น สองเท่า หรือมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 5.2 ล้านล้านดอลลาร์ จากมูลค่า ณ วันที่ 4 เมษายน ที่ตลาดคมีมูลค่าประมาณ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากการมาถึงของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ (ETFs) แห่งแรกของสหรัฐฯ

Bitcoin ETF กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในบิตคอยน์ ที่ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 10 มกราคมโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา พวกเขาซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอนุญาตให้สถาบันและนักลงทุนรายย่อยได้รับความเสี่ยงจาก บิตคอยน์โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง

ปัจจุบัน บิตคอยน์คิดเป็นประมาณ 49% ของตลาดคริปโตฯ ทั้งหมด โดยมีมูลค่าตลาด 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 1 เมษายน ซึ่งนับจากช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าบิตคอยน์เพิ่มขึ้นมากกว่า +140% โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ 73,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ตามข้อมูลของ CoinGecko อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์ได้ตกลงไปต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์แล้ว

อีกปัจจัยที่ Garlinghouse มองว่าจะผลักดันตลาดคริปโตฯ ไปสู่จุดสูงสุดใหม่คือความเป็นไปได้ที่โมเมนตัมด้านกฎระเบียบเชิงบวกในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลต่างมองในแง่ดีว่า ฝ่ายบริหารครั้งต่อไปจะอำนวยความสะดวกให้กับอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น

“ฉันคิดว่าเราจะได้รับความชัดเจนมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แต่น่าเสียดายที่อเมริกากลับไม่ค่อยเป็นมิตรกับตลาดคริปโตฯ อย่างไรก็ตาม ปีนี้น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางบวก”

นอกจากนี้ Marshall Beard ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Gemini บริษัทแลกเปลี่ยน crypto ของสหรัฐฯ คาดว่า ราคาบิตคอยน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 ดอลลาร์ ในปลายปีนี้ เนื่องจากครบรอบ บิตคอยน์ ฮาล์ฟวิ่ง (Bitcoin Halving) หรือการที่รางวัลจากการขุดบิตคอยน์จะถูกปรับลดลงครึ่งหนึ่ง 

Source

]]>
1469425
พิษเศรษฐกิจและ FTX ล่มสลาย Crypto.com ต้องปลดพนักงานถึง 20% เพื่อลดต้นทุน https://positioningmag.com/1415494 Sun, 15 Jan 2023 18:40:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1415494 แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตชื่อดังอย่าง Crypto.com ต้องปลดพนักงานมากกว่า 2,000 ราย คิดเป็นสัดส่วน 20% ของบริษัท โดย CEO ของบริษัทได้กล่าวถึงสาเหตุสำคัญนั้นมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังถดถอย ขณะเดียวกันยังรวมถึงกรณีของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่อย่าง FTX ที่ล้มละลายได้สร้างผลกระทบต่อแวดวงคริปโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับ Crypto.com การปลดพนักงานครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 หลังจากได้ปลดพนักงานไป 250 ราย คิดเป็นสัดส่วน 5% ของพนักงานทั้งหมดเมื่อช่วงกลางปี 2022 ที่ผ่านมา โดยพนักงานที่ค้นพบว่าตัวเองโดนปลดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจะไม่สามารถเข้าถึงระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตดังกล่าวได้

Kris Marszalek ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทได้กล่าวถึงการปลดพนักงานจำนวนมากครั้งนี้ว่า บริษัทได้เติบโตอย่างทะเยอทะยานเมื่อต้นปี 2022 นั้นได้สร้างจากแรงผลักดันที่น่าทึ่งและสอดคล้องกับอุตสาหกรรมในวงกว้าง อย่างไรก็ดีเส้นทางนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วยการบรรจบกันของการพัฒนาทางเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้เขายังได้กล่าวว่าการล่มสลายของ FTX ยังทำลายความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอย่างมาก และมองว่าการปลดพนักงานครั้งนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่ง แต่จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในระยะยาว

ไม่เพียงแค่ Crypto.com ที่ปลดพนักงาน แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตอย่าง Huobi ก็ได้มีการปลดพนักงานมากถึง 20% รวมถึง Genesis บริษัทที่ดำเนินธุรกิจซื้อขายคริปโตให้กับนักลงทุนรายใหญ่เองก็ต้องปลดพนักงานถึง 30% หลังจากตลาดคริปโตไม่เป็นใจในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าราคาของ Bitcoin จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงกี่วันไม่ผ่านมาก็ตาม

ที่มา – Fox Business, TechCrunch

]]>
1415494
ตลาดคริปโตร่วงยกแผง! หลัง ‘Binance’ ยกเลิกแผนซื้อกิจการ ‘FTX’ https://positioningmag.com/1407617 Thu, 10 Nov 2022 02:59:37 +0000 https://positioningmag.com/?p=1407617 ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่ตลาดคริปโตฯ มีความผันผวนอย่างมาก เนื่องจาก Binance ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตฯ ระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด ได้ประกาศว่าจะซื้อกิจการของ FTX คู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังประสบวิกฤตใกล้ล่มสลาย

ล่าสุด Binance ได้ประกาศว่าได้ ยกเลิกแผนการซื้อ FTX ของ Sam Bankman-Fried เพื่อหวังว่าจะเข้าไปช่วยเพิ่มสภาพคล่อง แต่หลังจากการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะและรายงานล่าสุดเกี่ยวกับปัญหา ซึ่งพบว่ามันเกินกว่าที่จะเข้าไปช่วยแก้ไขได้

จากการล้มดีลดังกล่าว ส่งผลให้ราคาเหรียญร่วงยกแผง โดยจากข้อมูลของ CoinMarketCap ระบุว่า มูลค่าตลาดของคริปโตลดลงมากกว่า 15% ภายในเวลา 24 ชั่วโมง สู่ระดับ 8.6 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับ 1.05 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ โดยเหรียญดัง ๆ อย่าง Bitcoin ลดลง 12% เหลือเพียง 16,000 ดอลลาร์ ซึ่งแตะระดับต่ำสุดที่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020 ในขณะเดียวกัน Ether ร่วงลง 14% สู่ 1,128.87 ดอลลาร์

Changpeng Zhao หรือ CZ ซีอีโอของ Binance ประกาศผ่าน Twitter ว่า แพลตฟอร์มของเขากำลังขายโทเคน FTX ทั้งหมดในบัญชีของตน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยกับการล่มสลายของ Terra ส่งผลให้ราคาเหรียญ FTX ดิ่งลงทันทีกว่า 10% รวมถึงการแห่ถอนเงินออกจากเว็บเทรด FTX จากนั้น มูลค่าของเหรียญ FTT ร่วงลงอีก 63% ในวันพุธ (9 พ.ย.) ที่ผ่านมา หลังจากที่มูลค่าร่วงลงมากกว่า 75% เมื่อวันก่อน

จนในที่สุด Binance ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงที่ไม่มีผลผูกพันสำหรับการเข้าซื้อกิจการของ FTX แต่สุดท้าย ดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้น

Source

]]>
1407617
มูลค่า ‘Dogecoin’ พุ่ง 35% เด้งรับ ‘อีลอน มัสก์’ ปิดดีล ‘Twitter’ https://positioningmag.com/1405888 Fri, 28 Oct 2022 06:51:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1405888 หนึ่งในเหรียญที่ ‘อีลอน มัสก์’ ให้การสนับสนุนจน ‘Dogecoin’ กลายเป็นที่รู้จัก ล่าสุด มูลค่าของเหรียญมีมดังกล่าวก็เด้งรับการที่มัสก์ปิดดีล Twitter ได้สำเร็จ ทำให้เหรียญดังกล่าวติดท็อป 20 สกุลเงินดิจิทัลที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบสัปดาห์เลยทีเดียว

Dogecoin ถือกำเนิดในปี 2013 พร้อมกับถูกนิยามว่าเป็น ‘เหรียญมีม’ และกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดย อีลอน มัสก์ หลังจากที่เขาเคยระบุว่า สามารถใช้เหรียญ Dogecoin ซื้อของที่ระลึกของ Tesla ได้ นอกจากนี้ เขายังเคยทวิตในช่วงเดือนเมษายนที่เขากำลังจะเข้าซื้อ Twitter โดยระบุว่า จะใช้ Dogecoin เป็นวิธีการชำระเงินสำหรับบริการสมัครสมาชิกของ Twitter

โดยหลังจากที่ อีลอน มัสก์ ได้เพิ่มการระบุตัวตนบนโปรไฟล์ทวิตเตอร์ว่า Chief of Twit ส่งผลให้มูลค่าของ Dogecoin เพิ่มขึ้นทันที 10% ในช่วง 24 ชั่วโมง และนับตั้งแต่วันจันทร์ มูลค่าของเหรียญเพิ่มขึ้น 35% ที่น่าสนใจคือ Jane Manchun Wong บล็อกเกอร์ด้านเทคโนโลยี ได้ทวีตว่า “Twitter กำลังทำ ต้นแบบกระเป๋าสตางค์ ที่รองรับการฝากและถอนเงินคริปโต แต่ยังไม่รู้ว่าสกุลเงินดิจิทัลชนิดใดจะรองรับ หรือเครือข่ายใด”

ที่ผ่านมา ทวิตของมัสก์ที่พูดถึง Dogecoin มักจะทำให้มูลค่าของมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และโพสต์เหล่านี้ยังช่วยกระตุ้นความสนใจของนักลงทุนรายย่อยอีกด้วย และนอกจากมัสก์แล้ว ยังมีเซเลปอีกหลายคนที่สนับสนุน Dogecoin อาทิ Mark Cuban เจ้าของ Dallas Mavericks , Snoop Dogg และมือเบส Kiss Gene Simmons

Source

]]>
1405888
ความสนใจลงทุน ‘คริปโต’ ของคน ‘มิลเลนเนียล’ ลดเหลือ 30% หลังราคาผันผวนหนัก https://positioningmag.com/1402857 Mon, 03 Oct 2022 05:36:47 +0000 https://positioningmag.com/?p=1402857 ก็ดูไม่น่แปลกใจหากพิจารณาจากข่าวที่ร้าย ๆ ในวงการคริปโต รวมไปถึงมูลค่าที่ดิ่งฮวบ ๆ ลงจะทำให้ นักลงทุน เริ่มที่จะลดความสนใจในการลงทุนกับคริปโต ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดในเดือนกันยายนที่ผ่านมาของ Bankrate ที่แสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกัน รู้สึกไม่สบายใจหากต้องลงทุนในคริปโต

จากผลสำรวจของ Bankrate ในเดือนกันยายนพบว่า ความนิยมของ คริปโตเคอร์เรนซี ของนักลงทุนชาวอเมริกันกำลังลดลง โดยในปี 2022 มีชาวอเมริกันเพียง 21% เท่านั้นที่รู้สึกสบายใจที่จะลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล จากปีที่ผ่านมาที่มี 35% ขณะที่กลุ่มคนรุ่น มิลเลนเนียล (อายุ 26-41 ปี) ก็ลดลงจาก 50% เหลือ 30% เท่านั้น ที่สบายใจในการลงทุนในคริปโต ซึ่งถือว่าลดลงมากที่สุดในทุกเจน

การลดลงนั้นไม่น่าแปลกใจ เมื่อพิจารณาว่ามูลค่าสูงสุดของตลาดคริปโตที่เคยมีมูลเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงพฤศจิกายนปี 2021 ปัจจุบันนี้เหลือเพียง 1 ล้านล้านดอลลาร์

“มูลค่าของสกุลเงินดัง ๆ อย่าง Bitcoin และ Ethereum ลดลงมากกว่า 70% จากระดับสูงสุดตลอดกาล จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ความสนใจของเหรียญจะหายไป ยิ่งนักลงทุนหน้าใหม่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง” James Royal ผู้อำนวยการที่ Bankrate กล่าว

ในขั้นต้น ความสนใจของนักลงทุนรุ่นเยาว์จำนวนมากในคริปโตนั้นเป็นเพราะพวกเขามีความรู้สึก อยากถูกลอตเตอรี่ หรือการที่จะสามารถทำเงินได้มากมายอย่างรวดเร็ว แม้ว่านักลงทุนรุ่นเยาว์จำนวนมากจะไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังซื้อ แต่พวกเขาเห็นราคาที่ขึ้นและพวกเขาต้องการเข้าไป

วิธีเดียวที่คุณสามารถสร้างรายได้จากมันคือ การขายให้กับคนที่มองโลกในแง่ดีหรือโง่มากกว่าคุณ ด้วยเหตุผลนี้ คริปโตจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการลงทุนแบบดั้งเดิม

ทั้งนี้ คริปโตเคอร์เรนซีถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ซึ่งอยู่ภายใต้ความผันผวนของราคาที่คาดเดาไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมักไม่แนะนำให้ลงทุนเงินในสกุลเงินดิจิทัล หากทำใจไม่ได้ที่จะขาดทุน เนื่องจากไม่มีการรับประกันว่าจะได้รับผลกำไร

อย่างไรก็ตาม หากว่ากำลังค้นหาการลงทุนที่ได้กำไรน้อยลง แต่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้บนพื้นฐานความเป็น กองทุนดัชนี S&P 500 ถือเป็นอีกตัวเลือก เพราะหากซื้อเป็นประจำ แล้วถือต่อไปอย่างเหนียวแน่น มีแนวโน้มที่จะช่วยสร้างความมั่งคั่ง อย่างเช่นตัวอย่างของเศรษฐีชาวอเมริกันจำนวนมาก

“แน่นอนว่าบางคนถูกลอตเตอรี่ แต่ความมั่งคั่งถูกสร้างขึ้นได้เอง และสามารถไปถึงเป้าหมายได้สำหรับผู้ที่สามารถเป็นนักลงทุนที่มีวินัยได้”

Source

]]>
1402857
ตลาด ‘คริปโตฯ’ ร่วงต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ หลังนักลงทุนแห่ ‘เทขาย’ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง https://positioningmag.com/1399334 Wed, 07 Sep 2022 11:20:17 +0000 https://positioningmag.com/?p=1399334 หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า ส่งผลให้ราคาของ ‘Bitcoin’ ร่วงลงเหลือต่ำกว่า 19,000 ดอลลาร์ โดยแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ขณะที่มูลค่าของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมดก็ลดลงต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายสกุลเงินดิจิทัลทั้งกระดาน

Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 18,812.36 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงมากกว่า 5% ตามข้อมูลของ CoinDesk Ether ซึ่งการซื้อขายของ Bitcoin นั้นจะสัมพันธ์กับหุ้น ดังนั้น หากหุ้นตกสกุลเงินดิจิทัลก็เช่นกัน ส่งผลให้เกิดการเทขายในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง

ปัจจุบัน Bitcoin ลดลงประมาณ 60% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 68,990.90 ดอลลาร์ ส่งผลให้ตลาดคริปโตฯ จากที่เคยมีมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมูลค่าตลาดเหลือเพียง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับสาเหตุที่ตลาดหุ้นทั่วโลกตก มาจากธนาคารกลางทั่วโลกกำลังต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงด้วยนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งเป็นจำนวนรวม 2.25% และด้วยนโยบายที่เข้มงวด ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี

“การที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดตามที่เราเห็น แต่ถ้าค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง Bitcoin ก็จะกลับมาอีกครั้ง” Vijay Ayyar รองประธานฝ่ายพัฒนาองค์กรและระดับนานาชาติที่การแลกเปลี่ยน crypto Luno กล่าว

]]>
1399334
ผลสำรวจชี้ 53% ของการขาย NFT นั้น ‘ขาดทุน’ และนักลงทุนเน้น ‘ถือระยะยาว’ มากขึ้น https://positioningmag.com/1396775 Thu, 18 Aug 2022 11:32:02 +0000 https://positioningmag.com/?p=1396775 จากที่ปี 2021 ตลาด NFT มีมูลค่าถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเติบโตกว่า 21,000% จากปี 2020 ที่มีมูลค่าเพียง 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาแค่ 1 ปี ตลาด NFT ก็ร่วงตามตลาดคริปโตไปติด ๆ

จากการรายงานของ OpenSea แพลตฟอร์มซื้อขาย NFT รายใหญ่ระบุว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มูลค่าการขายผ่านแพลตฟอร์มลดลงเหลือ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเมื่อเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลง 73%

ล่าสุด รายงานจาก Cointelegraph ระบุว่า ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นักลงทุนกว่า 53% ขาดทุนจากการซื้อ-ขาย NFT โดยสาเหตุมาจากราคาที่ร่วงอย่างแรงของ CyberKongz และ CyberKongzBabies ขณะที่ตลาด Blue-Chip หรือ คอลเลกชั่น NFT ที่มีความผันผวนน้อย และมีมูลค่าถึงหรือสูงกว่าระดับ 10 Ether ยังไม่ฟื้นตัว

ไม่ใช่มูลค่าที่ลดลงอย่างเดียว แต่จำนวนผู้ซื้อขายลดลงค่อนข้างมาก จากประมาณ 37,843 คนในวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เหลือเพียงแค่ 10,571 คนเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจคือ นักลงทุนที่เลือกจะถือครอง NFT แบบ ระยะยาวเพิ่มขึ้น โดยจากข้อมูลชี้ว่า ในช่องเดือนมิถุนายนเทียบกับเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ถือระยะยาวของเพิ่มกว่า 500,000 คน ทำให้ตอนนี้มีมากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก

โดยหมวดหมู่ที่มีการถือครองแบบระยะยาวมากที่สุด คือ กลุ่ม PFP (proof of profile) เป็นหมวดที่คนถือมากสุดและมีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดถึง 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 5 แสนล้านบาท ส่วน NFT ในกลุ่มของสะสม เกม และศิลปะ ที่เคยเป็นผู้นำตลาด แต่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2 แสนล้านบาทเท่านั้น

Source

]]>
1396775