Notebook – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 26 Feb 2024 09:21:06 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 อย่างกับในหนัง! ‘เลอโนโว’ โชว์ ‘โน้ตบุ๊กจอโปร่งแสง’ พร้อมมี AI ช่วยในการทำงาน คาดอีก 5 ปีอาจได้ใช้จริง https://positioningmag.com/1463929 Mon, 26 Feb 2024 05:05:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1463929 เชื่อว่าใครที่ดูภาพยนตร์ต้องเคยเห็นภาพของ คอมพิวเตอร์จอโปร่งแสง ที่มองทะลุได้ และหลายคนก็คงจะอยากจะได้มาใช้งานในโลกความจริง ซึ่งบอกได้เลยว่าในอนาคตอันใกล้นี้มีโอกาสที่จะได้ใช้แน่นอน เพราะ เลอโนโว ได้มีต้นแบบของโน้ตบุ๊กจอโปร่งแสงมาโชว์แล้ว

เลอโนโว (Lenovo) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ได้มีการโชว์ ThinkBook Transparent Display Laptop แล็ปท็อปตัวต้นแบบที่มี หน้าจอโปร่งใส สามารถมองทะลุได้ นอกจากนี้ ตัวคีย์บอร์ดและแทร็กแพดยังเป็นแบบ จอสัมผัส ซึ่งจะเป็นการฉายภาพแป้นพิมพ์ ดังนั้น ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนจากคีย์บอร์ดหรือสไตลัสสำหรับใช้วาดภาพได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ด้านหลังของจอยังมีกล้องขนาดเล็กที่มีเอไอ ซึ่งปัญญาประดิษฐ์นี้จะสามารถให้ข้อมูลกับวัตถุที่อยู่หลังจอได้

โดยเลอโนโวได้สาธิตฟีเจอร์ดังกล่าวโดยการตั้งดอกทานตะวัน ซึ่งเจ้า ThinkBook Transparent Display Laptop ก็สามารถให้ข้อมูลดอกทานตะวันได้ทันที ซึ่งทางเลอโนโวระบุว่า ฟีเจอร์การใช้งานดังกล่าวมีคอนเซ็ปต์จากการทำงานของ เทคโนโลยี AR ที่สามารถนำเนื้อหาดิจิทัลมาซ้อนทับกับโลกจริง เพราะด้วยคุณสมบัติหน้าจอโปร่งใสสามารถมองทะลุได้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นบ้านผ่านหน้าจอ และใช้สไตลัสเพื่อวาดหรือออกแบบได้ทันที ยกตัวอย่างสถาปนิกที่สามารถออกแบบบ้านผ่านหน้าจอได้

หรือในตัวอย่างการใช้งานที่ง่ายที่สุด คือ การใช้งาน ThinkBook Transparent Display Laptop กับสำนักงานแพทย์หรือ Reception ในโรงแรม โดยแทนที่จะต้องพลิกหน้าจอ แต่ผู้ใช้สามารถกลับหน้าจอผ่านซอฟต์แวร์ เพื่อให้ใครก็ตามที่อยู่อีกด้านฝั่งสามารถดูหน้าจอได้

ภาพจาก notebookcheck.net

อย่างไรก็ตาม เลอโนโวย้ำว่าตัว ThinkBook Transparent Display Laptop ยังเป็นแค่ตัวโชว์ ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่าย แต่ Lenovo ก็มองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้งานจริงภายใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตพีซีกำลังหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเพื่อกระตุ้นตลาด หลังจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดหดตัวอย่างหนัก โดยเมื่อปีที่แล้ว การจัดส่งพีซีลดลงเกือบ 15% เมื่อเทียบเป็นรายปีตามข้อมูลของ Gartner

แน่นอนว่าคอนเซ็ปต์ของการทำแล็ปท็อปหรือสมาร์ทโฟนจอใสนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยย้อนไปในงาน CES 2010 แบรนด์อย่าง ซัมซุง (Samsung) ก็เคยโชว์แนวคิดแล็ปท็อปโปร่งใส ส่วน Lenovo เองก็เคยมีโชว์ตัวสมาร์ทโฟนโปร่งใสในปี 2015 ผ่านทางบริษัทย่อยอย่าง Zuk Mobile ที่ปัจจุบันเลิกกิจการแล้ว รวมถึงมีแนวคิดจะทำสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอม้วนได้ แต่ที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดก็คือ หน้าจอ OLED ของ LG ที่มีแผนจะจัดส่งทีวีโปร่งใส OLED Signature T ในปีนี้

Source

]]>
1463929
ยอดขาย ‘พีซี’ ปี 2023 ลดลงกว่า 14% เหลือ 241.8 ล้านเครื่อง ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 17 ปี https://positioningmag.com/1460622 Mon, 29 Jan 2024 05:23:25 +0000 https://positioningmag.com/?p=1460622 ปี 2023 ถือเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดพีซีทั่วโลก โดยภาพรวมลดลง 14.8% และนับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ลดลงในระดับเลขสองหลัก ซึ่งยอดขายพีซีทั่วโลกมีทั้งหมด 241.8 ล้านเครื่อง และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีที่ยอดขายมีไม่ถึง 250 ล้านเครื่อง

ตลาดพีซีทำสถิติต่ำสุดในรอบ 17 ปี

การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยยอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซีทั่วโลกปี 2023 ซึ่ง หดตัวติดต่อกัน 8 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2022 โดยปี 2023 มียอดขายเพียง 241.8 ล้านเครื่อง ลดลงจาก 284 ล้านเครื่องในปี 2022 และนับเป็นครั้งแรกที่ยอดขายต่ำกว่า 250 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่ปี 2006 ที่ตลาดพีซีมียอดขายเพียง 230 ล้านเครื่อง

อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มมีสัญญาณบวกในช่วงไตรมาส 4 ปี 2023 ที่มียอดรวม 63.3 ล้านเครื่อง เติบโต 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2022 นับเป็นครั้งแรกที่ยอดขายพีซีรายไตรมาสกลับมาเติบโต โดย มิคาโกะ คิตากาวะ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของการ์ทเนอร์ มองว่า ปี 2023 ถือเป็นปีที่ ตลาดพีซีมาถึงจุดลดลงต่ำสุดแล้ว และคาดว่าปี 2024 ตลาดจะกลับมาเติบโต อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกเนื่องจากการขึ้นราคาของชิ้นส่วน รวมถึงความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ

Lenovo ครองเบอร์ 1 ตลาด

ผู้ขายพีซี 6 อันดับแรกในไตรมาส 4 ปี 2023 ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดย Lenovo, HP, Apple และ Acer มีการเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีเพียง Dell และ ASUS มีอัตราการเติบโตลดลง โดยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว Lenovo มีการเติบโตในการจัดส่งพีซีทั่วโลก นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 ส่วน HP มีการเติบโตเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกันเมื่อเทียบรายปี ขณะที่ Dell มีการเติบโตลดลงเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกันเมื่อเทียบรายปี

เนื่องจากปัญหาพิษเศรษฐกิจในจีนส่งผลกระทบต่อความต้องการพีซี และยังกระทบรุนแรงต่อ Lenovo เนื่องจากจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด อย่างไรก็ตาม Lenovo สามารถทำตลาดได้ดีในตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (หรือ EMEA) รวมถึงตลาดอเมริกาที่เติบโตในระดับเลขสองหลัก ซึ่งชดเชยตลาดเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นที่หดตัว

EMEA เติบโตสูงเป็นประวัติการณ์

ตลาดพีซีในยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา และอเมริกาเหนือ (EMEA) มีการเติบโตสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบรายปี โดยถือเป็นผู้นำการเติบโตทั่วโลก โดยตลาดพีซีใน EMEA มีการเติบโตสูงสุดที่ 8.7% ซึ่งถือเป็นการกลับมาเติบโตครั้งแรกตั้งแต่ไตรมาส 4/2021 เมื่อเทียบเป็นรายปี

นอกจากนี้ ปี 2023 ถือเป็นปีแรกที่ตลาดพีซีในสหรัฐฯ เติบโตนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2021 โดยเพิ่มขึ้น 1.8% ในไตรมาส 4 ปี 2023 ซึ่งการเติบโตของแล็ปท็อปช่วยชดเชยการเติบโตที่ลดลงของเดสก์ท็อป โดย HP ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดพีซีในสหรัฐฯ โดยมีส่วนแบ่งตลาดที่ 27.7% ตามมาด้วย Dell ที่ 24.2%

“การเติบโตของพีซีในสหรัฐฯ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากตลาดมีเสถียรภาพในระหว่างไตรมาส เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งช่วยให้การใช้จ่ายของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางดีขึ้น ในขณะที่กลุ่มธุรกิจก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทขนาดใหญ่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย”

เอเชียแปซิฟิกหดตัวหนักเพราะจีน

ในส่วนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงหดตัว -8% ในช่วง Q4/2023 โดยได้รับแรงกดดันจากยอดที่ตกต่ำในจีน นับเป็นการลดลงติดต่อกัน 7 ไตรมาส โดยแล็ปท็อปและเดสก์ท็อปเป็นอุปกรณ์ไอทีสองชนิดที่เติบโตลดลงในภูมิภาคนี้ ซึ่งเดสก์ท็อปได้รับผลกระทบมากกว่าโดยลดลงอย่างมีนัยสำคัญในประเทศจีน ส่งผลกระทบต่อตลาดเอเชียแปซิฟิกโดยรวมปรับตัวลดลงระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ตลาดหลักในเอเชียแปซิฟิกมีการลดลงเล็กน้อย ส่วนตลาดเกิดใหม่เติบโตขึ้นเพียงเลขหลักเดียว

]]>
1460622
กลับมาจุดเดิม! ยอดขาย ‘พีซี’ โลก -7.3% เคยโตเร็วสุดในรอบ 20 ปี เพราะได้โควิดดัน https://positioningmag.com/1381370 Tue, 12 Apr 2022 03:06:22 +0000 https://positioningmag.com/?p=1381370 ในไตรมาสแรกของปี 2564 ยอดขายพีซีทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจซื้อแล็ปท็อปและเดสก์ท็อปเครื่องใหม่เพื่อ Work และ Learn Form Home และภาพรวมทั้งปี ยอดขายพีซีเติบโตขึ้นประมาณ 15% หลังจากที่ตั้งแต่ปี 2555 ตลาดพีซีทั่วโลกแทบไม่เติบโต

มาไตรมาสแรกของปี 2565 การจัดส่งพีซีทั่วโลกลดลงอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ว่าช่วงที่บูมที่สุดของยอดขายพีซีได้สิ้นสุดลงแล้วโดย Gartner คาดว่า ยอดส่งมอบพีซีปีนี้จะลดลง -7.3% เหลือ 77.5 ล้านเครื่อง ซึ่งส่วนที่ลดลงมากที่สุดมาจากยอดขาย Chromebook ซึ่งเป็นแล็ปท็อปราคาประหยัดที่ได้รับความนิยมในโรงเรียน

เช่นเดียวกับ IDC ที่ประเมินว่าตลาดจะลดลง 5.1% เป็น 80.5 ล้านเครื่อง ส่วน Canalys คาดว่าตลาดจะลดลง -3% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 65 อย่างไรก็ตาม Gartner ประเมินว่าแม้ว่าจำนวนเครื่องจะลดลง แต่มูลค่าตลาดทั้งหมดยังคงเติบโตได้ราว +3.3% ต่อปี

นักวิเคราะห์บางคนมองว่า สาเหตุที่เริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตของตลาดที่ช้าลงอย่างมาก มาจากผู้บริโภคจำนวนมากซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ไปแล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับการจัดหาชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับแล็ปท็อปและเดสก์ท็อป อันเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลกในช่วงที่ยอดขายพีซีเฟื่องฟู อีกทั้งผู้จำหน่ายพีซีหยุดส่งคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ไปยังรัสเซียในระหว่างการรุกรานยูเครน

สำหรับบริษัทที่มียอดขายพีซีสูงสุด 6 อันดับในช่วงไตรมาสแรกของปี ได้แก่

  • Lenovo
  • HP
  • Dell
  • Apple
  • Asus
  • Acer

Source

]]>
1381370
รู้จัก Intel® Evo™ ทำไมถึงเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับเลือกซื้อ ‘โน้ตบุ๊ค’ https://positioningmag.com/1338515 Fri, 25 Jun 2021 03:00:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1338515

หากพูดถึงการ Work From Home เชื่อว่าทั่วโลกและประเทศไทยเองคงได้เรียนรู้แล้วว่าไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ การระบาดของ COVID-19 ทำให้ตอนนี้เราเรียนรู้ที่จะทำงานจากทุก ๆ ที่ขอแค่มีโน้ตบุ๊กดี ๆ และอินเตอร์เน็ตแรง ๆ แล้วโน้ตบุ๊กแบบไหนถึงเรียกว่าดี ดังนั้น เราจะพาไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์ ‘Intel® Evo™’ ว่าทำไมถึงเห็นแล้วสามารถมั่นใจได้ว่าดี


Intel® Evo™ คืออะไร

หากพูดถึงคุณสมบัติของโน้ตบุ๊กที่หลายคนอยากได้ไม่ว่าจะใช้ทำงานหรือใช้เพื่อเรียน นอกจากความแรงแล้ว น้ำหนักก็ต้องเบาเพื่อให้สะดวกต่อการพกพาอีกด้วย นอกจากนี้แบตเตอรี่ต้องอึด เพราะบางคนอาจจะเบื่อที่ต้องไปแย่งชิงปลั๊กไฟในร้านกาแฟ ไม่ก็ขี้เกียจพกสายชาร์จให้รกรุงรัง

Intel จึงได้ต่อยอด Project Athena หรือมาตรฐานโน้ตบุ๊กบางเบาสมัยใหม่ มาเป็น Intel® Evo™ มาตรฐานใหม่ที่เป็นเหมือนเครื่องหมายในการยืนยันว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนั้นได้ผ่านมาตรฐานการออกแบบเทคโนโลยีมาอย่างลงตัว โดยพิจารณาจากการใช้งานจริงไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองที่รวดเร็ว อายุการใช้งานแบตเตอรี่ การเชื่อมต่อ เสียง การแสดงผลที่ยอดเยี่ยม รวมไปถึงการออกแบบที่บางเบาพกพาง่าย


โน้ตบุ๊กแบบไหนถึงมีสัญลักษณ์ Intel® Evo™

ทั้งนี้ Intel ได้กำหนดมาตรฐานของโน้ตบุ๊คที่จะใช้แพลตฟอร์ม Evo ได้ต้องผ่านการทดสอบทุกส่วนของเครื่องตั้งแต่เริ่มยันจบการใช้งานโดยต้องมีคุณสมบัติหลากหลายข้อ ตัวอย่างเด่น ๆ เช่น

ใช้ CPU Intel® เจนเนอเรชั่น 11 Core™ i5 ขึ้นไป ซึ่งชิปดังกล่าวใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 10 นาโนเมตรแบบ SuperFin ซึ่งเจน 11 เป็นรุ่นล่าสุดของ Intel รองรับความเร็วในการประมวลผลสูงสุดถึง 4.8 GHz นอกจากนี้ยังมี เทคโนโลยี Intel Deep Learning Boost ซึ่งมี AI ช่วยประมวลผลในตัว ช่วยให้ทำงานได้เร็วและฉลาดขึ้น โดยเฉพาะด้านกราฟิกหรือตัดต่อร่วมกับโปรแกรมตระกูล Adobe จะทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างมาก

ใช้การ์ดจอ Intel® Iris® Xe ซึ่งช่วยให้สามารถเล่นเกมกราฟิกระดับสูง สามารถดูหนังความละเอียดสูงสุด 8K แบบ HDR ส่วนผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการตัดต่อก็สามารถ render ได้อย่างรวดเร็ว

รองรับการใช้งาน Wi-Fi 6 (Gig+) และ Thunderbolt 4 ได้เต็มประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยี Far-field, OpenVino และ WinML AI และต้องรองรับระบบไบโอเมตริกซ์ (การล็อคอินด้วยเสียงหรือลายนิ้วมือ)

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 9 ชั่วโมง ด้วยจอแสดงผล FHD ชาร์จ 30 นาทีใช้งานต้องใช้งานได้นาน 4 ชั่วโมง รองรับการชาร์จด้วย USB-C และต้องใช้ RAM 8GB ขึ้นไป, หน่วยความจำต้องเป็น SSD NVMe 256GB ขึ้นไป และพร้อมใช้งานทันทีจากโหมดสลีปภายใน 0.8 วินาที

หน้าจอต้องมีขนาด 12-15 นิ้ว ตัวเครื่องสวยงาม บางเบา น้อยกว่า 15 มม. และต้องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 หรือ Chrome OS


ไม่ใช่ทุกรุ่นที่ผ่านมาตรฐาน

จากเงื่อนไขคุณสมบัติดังกล่าว แน่นอนว่าไม่ใช่โน้ตบุ๊กทุกรุ่นที่จะผ่านมาตรฐาน Intel® Evo™ ดังนั้น อยากรู้ว่ารุ่นไหนได้มาตรฐานก็ดูที่สติกเกอร์ได้เลยง่าย ๆ โดยตัวอย่างของโน้ตบุ๊กที่ได้มาตรฐาน Intel® Evo™ ในปัจจุบัน อาทิ Acer Swift 3, Asus Zenbook UX435 และ msi summit e13 flip evo เป็นต้น

สรุป การเลือกซื้อโน้ตบุ๊คหรือคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันไม่ได้ดูแค่จำนวนคอร์หรือเธรดที่เยอะแล้วจะแปลว่าดี แต่ต้องดูเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับซีพียูนั้น ๆ ดังนั้น จากมาตรฐานของ Intel® Evo™ ก็แสดงให้เห็นว่ามั่นใจที่จะเลือกซื้อได้จริง ๆ ไม่ว่าจะนำไปใช้กับงานเอกสารทั่วไป งานประมวลผลหนัก ๆ อาทิ ตัดต่อต่าง ๆ รวมถึงความบันเทิงอย่างดูคอนเทนต์ระดับ ‘8K’ และที่ขาดไม่ได้ ‘เกม’ ดังนั้นคนที่มองหาโน้ตบุ๊คน้ำหนักเบาแต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพไม่ต้องคิดอะไรมาก เห็นสัญลักษณ์ Intel® Evo™ ก็มั่นใจได้เลย

สามารถหาซื้อโน้ตบุ๊ค แพลตฟอร์ม Intel EVO ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ เช่น Advice, BaNANA, IT City, JIB หรือซื้อออนไลน์ได้เลยที่ https://bit.ly/3gLed2n, https://bit.ly/2SJHhON, https://bit.ly/3gLytRr, https://bit.ly/3gSgJmj, https://bit.ly/3qeCIrU, https://bit.ly/3xGX2og

#Intel #IntelEvo #โน้ตบุ๊ก #Notebook #Sponsoredbyintel

]]>
1338515
‘เอเซอร์’ ประเมินตลาดไอทีอาจไม่ ‘ติดลบ’ เพราะอานิสงส์ New Normal และ ‘Gaming’ https://positioningmag.com/1284975 Wed, 24 Jun 2020 09:21:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1284975 ในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมียอดขายราว 2.3 ล้านเครื่อง เติบโตประมาณ 3% และแม้ปีนี้จะเจอพิษ Covid-19 เข้าไปอย่างจัง แต่ ‘เอเซอร์’ (Acer) เบอร์ 1 ในตลาดยังมองว่า ไม่ติดลบ เพราะด้วยอานิสงส์ของการ Work from Home การเรียนออนไลน์ และที่สำคัญ เกมมิ่ง ซึ่งเป็น 3 ปัจจัย New Normal ช่วยประคองตลาดอยู่

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด

นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าในไตรมาส 2 ของปี เอเซอร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการเติบโต 2 หลัก รวมถึงในประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง แต่โดยรวมในช่วงครึ่งปีแรกติดลบไป -10% เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถออกมาจับจ่ายได้ตามปกติ แต่หลังจากคลายล็อกดาวน์ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะผู้บริโภคมีความต้องการทั้งจากการ Work from Home, การเรียนออนไลน์ ที่เป็นพฤติกรรม New Normal ใหม่รวมถึงเกมมิ่งที่เติบโตอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดประเทศไทย แม้จะเห็นความต้องการเพิ่มมากขึ้นหลังจากคลายล็อกดาวน์ แต่มองว่าภาพรวมทั้งปีทั้งตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไทยและเอเซอร์ทั้งปีอาจทำได้เพียง ‘ทรงตัว’ ยังจะไม่เติบโต เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี ดังนั้นอาจจะมีผู้บริโภคบางส่วนที่ยังไม่มีกำลังซื้อ

“ในไทยช่วงไตรมาส 1 ต่อไตรมาส 2 ยอดขายดร็อปลงเพราะห้างปิด แต่หลังจากห้างเปิดเราเห็นความต้องการที่พุ่งขึ้น แต่อาจจะพูดไม่ได้ว่าตลาดจะเติบโต เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวและเกษตรไทยยังไม่ฟื้น แต่ถือว่าเป็นโชคดีของธุรกิจไอทีที่ยังทรงตัวได้ไม่ติดลบ”

ทั้งนี้ เอเซอร์ได้มีการปรับกลยุทธ์หลายอย่างในช่วง Covd-19 ที่ผ่านมา โดยในไตรมาสแรกได้เพิ่มช่องทางออนไลน์ เอเซอร์ อีสโตร์ (Acer EStore) และเพิ่มธุรกิจใหม่ ไฮพอยท์ เซอร์วิส เน็ตเวิร์ค (Highpoint Service Network) ที่เป็นด้านธุรกิจด้านเซอร์วิสให้กับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Mobile Phone โดยสร้างมาเพื่อซัพพอร์ตองค์กรที่มีสินค้าหลายแบรนด์และใกล้หมดการรับประกัน ปัจจุบันเอเซอร์มีลูกค้าประมาณ 20-30 แบรนด์

“เราเคยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากบริการจะเป็น 15% แต่จาก Covid-19 ทำให้บางองค์กรชะลอการใช้จ่าย ดังนั้นเรามารปรับเป้าใหม่ โดยมองว่าใน 3-5 ปี ส่วนของบริการจะมีสัดส่วน 15-20% ของรายได้รวมเอเซอร์”

สำหรับการตลาดหลังจากนี้ เอเซอร์จะเน้นทำการตลาดออนไลน์เป็นหลัก อาทิ ทำโปรโมชั่นร่วมกับ E-Marketplace อย่างลาซาด้า ช้อปปี้ และมีแคมเปญ Back To School ในเดือนหน้า ขณะที่ส่วนของห้างสรรพสินค้าไม่ต้องทำอะไรมา หลังจากเห็นถึงดีมานด์ที่กลับมา เพราะแม้ผู้บริโภคอาจไปห้างน้อย แต่เลือกที่จะไปซื้อสินค้าจริง ๆ

ในส่วนของตลาดองค์กร เอเซอร์ยังคงโฟกัสไปที่ ตลาดการศึกษา แม้ว่าในช่วงที่มีการเลื่อนการเรียนการสอนจะทำให้ทีมต้องหยุดทำตลาด แต่หลังจากมีเรื่องการเรียนออนไลน์ทำให้เห็นความต้องการของตลาด โดยเอเซอร์สามารถซัพพอร์ตได้ทุกรูปแบบที่สถานศึกษาต้องการ ไม่ว่าจะซื้อเหมาให้นักเรียนเช่า ซื้อไปขายนักเรียนต่อ อีกทั้งยังมีพาร์ตเนอร์ในส่วนของเน็ตเวิร์กโซลูชั่น พร้อมรองรับการเรียนการสอนออนไลน์

“ตอนนี้ปัจจัยการเลือกสินค้าไม่ใช่ตัวโปรดักต์ แต่มีเรื่องของบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้เปรียบ และตอนนี้ตลาดที่ยังเติบโตได้ดีคือเกมมิ่ง เพราะช่วง Covid-19 คนเล่นเกมเยอะ เมื่อเปิดเทอมหรือต้องซื้อเครื่องใหม่ก็จะเบนเข็มไปที่เกมมิ่ง ซึ่งเรามองว่ามันไม่ใช่ดีมานด์เทียมแน่นอน ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของเอเซอร์สำหรับโน้ตบุ๊กทั่วไปอยู่ที่ 40% บางเบา 30% และเกมมิ่ง 30%”

]]>
1284975
เลอโนโว ประเทศไทย เปิดตัวศูนย์บริการ Lenovo Service Centre แห่งแรกในประเทศไทย https://positioningmag.com/1095246 Wed, 22 Jun 2016 05:01:32 +0000 http://positioningmag.com/?p=1095246 เลอโนโว ผู้นำยอดขายคอมพิวเตอร์อันดับ 1 ได้ทำการเปิดตัวศูนย์บริการ Lenovo Service Centre แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 โดยศูนย์บริการดังกล่าวตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้า ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ชั้น 4 ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่แห่งการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของเลอโนโว โดยเลอโนโวตั้งเป้าให้ศูนย์บริการดังกล่าวเป็นศูนย์การบริการที่ครบวงจร ด้วยการให้บริการที่รวดเร็ว ฉับไว ด้วยการบริการจากเจ้าหน้าที่และช่างผู้ชำนาญการจากเลอโนโวโดยเฉพาะ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกท่าน และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า

]]>
1095246
เลอโนโว เปิดตัว X1 Family – กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แรงและเบากว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงาน https://positioningmag.com/1092183 Wed, 18 May 2016 09:08:35 +0000 http://positioningmag.com/?p=1092183 เลอโนโว เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้ชื่อ X1 Family ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อนักธุรกิจยุคดิจิทัล โดยนำทัพนวัตกรรมล่าสุดด้วย ThinkPad X1 Tablet แท็บเล็ตสายพันธุ์ใหม่ที่นำเสนอการใช้งานร่วมกับโมดูลเสริมต่างๆ และ ThinkPad X1 YOGA แล็ปท็อปคอนเวอร์ติเบิลรุ่นแรกในโลกที่นำเสนอทางเลือกหน้าจอ OLED และ ThinkPad X1 Carbon รุ่นล่าสุดที่ บางขึ้น, เบาขึ้น และสเปคแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย เพื่อตอกย้ำความเป็นหนึ่งในอัลตร้าบุ๊คที่ดีที่สุดในตลาด

คุณจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า “เลอโนโว ให้ความสำคัญกับลูกค้า จึงทำให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์กลุ่ม X1 Family แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมที่เหนือระดับของเลอโนโว เราเสริมประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ของเราด้วยการเพิ่มฟีเจอร์พิเศษ และนำเสนอการทำงานที่ราบรื่น, การใช้งานระบบคลาวด์ที่ไม่ยุ่งยาก, ระบบรักษาความปลอดภัยและความทนทานที่ดีเยี่ยม เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปรียบเสมือนอาวุธลับของผู้ใช้งาน อีกทั้งผู้บริหารที่จำเป็นต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ และต้องการความสะดวกรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ที่บางเบาอย่าง X1 family เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการทำงานได้เป็นอย่างดี”

กลุ่มผลิตภัณฑ์ X1 Family ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักธุรกิจในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์มัลติโหมดจากเลอโนโวซึ่งรองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ในทุกที่ ทุกเวลา X1 YOGA เหมาะสำหรับผู้บริหารซึ่งต้องการดีไวซ์ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา ด้วยสี่โหมดการใช้งานที่มีความยืดหยุ่นสำหรับทุกการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมี X1 Carbon แล็ปท็อปขนาดบางเบา ด้วยตัวเครื่องที่ผลิตมาจากคาร์บอน-ไฟเบอร์และแบตเตอรี่สุดอึด จึงทำให้เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการแบตเตอรี่ที่ยาวนานสำหรับการทำงานข้างนอกตลอดทั้งวัน ปิดท้ายด้วย X1 Tablet ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบด้วยโมดูลเสริมต่างๆ ทำให้ X1 Tablet เป็นทั้งดีไวซ์สำหรับความบันเทิงขนาดพกพา ดีไวซ์สำหรับการสร้างคอนเทนต์ และแล็ปท็อปขนาดย่อมในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่มองหาดีไวซ์ขนาดพกพาที่สามารถทำทุกอย่างได้ในเครื่องเดียว

ถูกออกแบบด้านรูปลักษณ์และวิศวกรรมมาเพื่อนักธุรกิจยุคดิจิทัล

ThinkPad X1 YOGA บางเบาเพียง 0.66 นิ้ว และนำหนักเพียง 2.8 ปอนด์ (ประมาณ 1.27 กิโลกรัม) อีกทั้งยังเป็นแล็ปท็อปคอนเวอร์ติเบิลรุ่นแรกในโลกที่นำเสนอทางเลือกหน้าจอ OLED ซึ่งแสดงภาพคมชัดและสมจริง อีกทั้งยังมาพร้อมนวัตกรรมคีย์บอร์ดที่ได้จดสิทธิบัตรอย่าง Lift and Lock ซึ่งยกระดับพื้นที่รอบๆคีย์บอร์ดขึ้นมาให้โหมดแท็บเล็ต นอกจากนี้ X1 YOGA ยังมาพร้อมปากกากแอคทีฟ หรือ active pen ที่เหมาะสำหรับการไฮไลท์และจดข้อมูลบนเว็บเพจบนบราวเซอร์ Microsoft Edge โดยตรง ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์เองจะมีช่องสำหรับเก็บปากกาพร้อมทั้งชาร์จไปในตัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำหล่นหาย

ThinkPad X1 Carbon ยังคงครองตำแหน่งอัลตร้าบุ๊คขนาด 14 นิ้ว ที่เบาที่สุดในโลกและนับว่าเป็นหนึ่งในแล็ปท็อปที่หรูหราที่สุดในปัจจุบัน กลับมาครั้งนี้ X1 Carbon นั้น บางขึ้น, เบาขึ้น และสเปคแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย อีกทั้งยังมาพร้อมดีไซด์รูปแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น อาทิเช่น เพิ่มตัวเลือกสำหรับจอแสดงผล, เพิ่มหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และเพิ่มความกระทัดรัดในการพกพาด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 2.6 ปอนด์ (ประมาณ 1.27 กิโลกรัม)

ThinkPad X1 Tablet แท็บเล็ตอัจฉริยะที่มาพร้อมกับโมดูลเสริมสำหรับเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ:

ต้องการแบตเตอรี่เพิ่ม? Productivity Module หรือโมดูลแบตเตอรี่เสริม จะช่วยเพิ่มให้แท็บเล็ตทำงานได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง

ต้องการทำ presentation? Presenter Module หรือโมดูลฉายภาพเพื่อตอบโจทย์การนำเสนองานที่ง่ายดายที่มาพร้อม pico projector และพอร์ต HDMI

ต้องการสร้างภาพ 3 มิติ? เพียงแค่ประกอบ 3D Imaging Module หรือโมดูลสำหรับภาพ 3 มิติ ที่มีกล้อง Intel RealSense อยู่ด้านหลัง ก็สามารถสร้างภาพ 3 มิติได้อย่างง่ายดาย

คียบอร์ด ThinkPad ขนาดเต็มที่มาพร้อมปุ่ม TrackPoint สามารถปรับระดับการใช้งานได้ถึง 3 ระดับ จึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน ThinkPad อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเมื่อประกอบคียบอร์ดและแท็บเล็ตเข้าด้วยกันมีน้ำหนักเพียง 2.4 ปอร์ด (ประมาณ 1.08 กิโลกรัม)เท่านั้น ให้ประสบการณ์การทำงานเสมือน แล็ปท็อปขนาดย่อมเลยทีเดียว นอกจากนี้ ThinkPad X1 ยังเป็นแท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่อ LTE  ช่วยผู้ใช้งานสามารถเชือมโลกดิจิตอลแบบไม่จำกัดได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งมาพร้อมแผงด้านหลังที่สามารถถอดออกเพื่อการซ่อมแซมและการอัพเกรดได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เลอโนโวที่มีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ตระกูล ThindPad X1 ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์ของการทำงาน การเชื่อมต่อ และระบบความปลอดภัย ที่ถูกออกแบบมาไว้ในผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่น ได้อย่างลงตัว โดยการออกแบบจากวิศวกรชั้นนำสำหรับกลุ่มนักธุรกิจยุคดิจิทัล

ราคาและการจัดจำหน่าย

ThinkPad X1 Carbon, ThinkPad X1 Tablet และ ThinkPad X1 YOGA จำหน่ายแล้วผ่านตัวแทนจำหน่ายของเลอโนโว โดยโมดูลเสริมสำหรับ ThinkPad X1 Tablet อย่าง Productivity Module, Projector Module และ 3D Imaging Module สามารถสั่งซื้อได้ตามความต้องการ

 ผลิตภัณฑ์ ThinkPad X1 ทุกรุ่น สามารถสั่งประกอบได้ตามความต้องการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น http://www.lenovo.com/think

 

 

]]>
1092183
เลอโนโวจัดเต็ม แท็บเล็ต โน๊ตบุ๊คใหม่ กระชากใจคอไอที เปิดตัวแท็บเล็ตตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ โน๊ตบุ๊คภาพคมกระชากใจคอเกมส์ https://positioningmag.com/58497 Sat, 27 Sep 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58497

เลอโนโวเปิดตัวผลิตภัณฑ์แท็บแล็ตและโน๊ตบุ๊คใหม่ที่งาน 2014 IFA เลอโนโว แท็บ เอส 8 (Tab S8)” แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เครื่องแรกที่ใช้ Intel โปรเซสเซอร์ สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์กการใช้งาน และยังเปิดตัว Y70 Touch ตระกูล Y Series โน้ตบุ๊คสเปคแรงสำหรับเหล่าเกมเมอร์โดยเฉพาะ มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 17 นิ้ว ความละเอียดแบบ Full-HD

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เลอโนโวเปิดตัวผลิตภัณฑ์แท็บแล็ตและโน๊ตบุ๊คใหม่เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างครอบคลุม ปัจจุบัน เลอโนโวคือผู้ผลิตอุปกรณ์ smart connected devices ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก เรามั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้นำโปรเซสเซอร์ Intel มาใช้งาน ซึ่งจะตอบโจทย์ผู้บริโภคคนไทยกำลังมองหาดีไวซ์ที่ใช้งานได้ครอบคลุม เลอโนโว Tab S8 และ โน๊ตบุ๊ค Y70 จะช่วยตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า”

เลอโนโว แท็บ เอส 8 แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์โปรเซสเซอร์คุณภาพจาก Intel

เลอโนโว แท็บ เอส 8 เหมาะสำหรับลูกค้าที่มองหาแท็บแล็บแบบมีสไลต์ รูปลักษณ์บางเบา ราคาสบายกระเป๋า เครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียดจอภาพ 1920×1200 พิกเซล ให้ความคมชัดที่มากกว่า FHD พร้อมกับเทคโนโลยี One Glass Solution ช่วยให้หน้าจอสว่างและให้รายละเอียดได้ดีกว่าจอสัมผัสทัวไป เลอโนโว แท็บ เอส 8 ไม่เพียงแต่เบาบางแต่ยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่หรูหรา กล้องหน้าละเอียด 1.6 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด wide F2.2 ช่วยในการถ่ายภาพในที่มืดได้อย่างคมชัด

เลอโนโว แท็บ เอส 8 คือแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เครื่องแรกที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Atom™ quad-core  เครื่องบางเพียง 7.87 มิลลิเมตรซึ่งบางเทียบเท่ากับดินสอและหนักเพียง 294 กรัม

เลอโนโวY70 ทัช โน้ตบุ๊คเกมมิ่งประสิทธิสูงสุดสำหรับคอเกมส์

เลอโนโว 70 ทัช มาพร้อมโปรเซสเซอร์ 4th generation Intel® Core™ i7 และการด์จอจาก NVIDIA GTX จอสัมผัสขนาด 17 นิ้ว ให้ความบันเทิงที่เหนือระดับด้วยภาพระดับ Full-HDและเสียงถูกใจคอเกมส์ ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์วีดิโอ แชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการเล่นเกมส์

ไม่เพียงแต่ให้หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส ความละเอียด Full-HD ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับความบันเทิงทั้งภาพยนต์ และเกมส์ ระบบเสียงสุดยอดอย่าง Dolby Advanced Audio พร้อมด้วยลำโพง JBL ให้พลังเสียงในการเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลงบนได้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมแป้นพิมพ์ตัวเลขและไฟสีแดงปรับได้สองระดับ

เครื่องมีความหนาราว 25.9 มิลลิเมตร พร้อมด้วยน้ำหนักตัว 3.4 กิโลกรัม บางกว่าและเบากว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ และมีพอร์ตเชื่อมต่อ external สำหรับ DVD และ Blu-ray เลอโนโว Y70 ทัช สามารถเพิ่มความจุได้ถึง 16GB DDR3L, 512GB SSD หรือ 1TB of SSHD พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานนาน 5 ชั่วโมง

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับเลอโนโวได้ทาง RSS feeds หรือติดตามได้ใน Twitter และ Facebook หรือสอบถามข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ที่ http://lenovothailand.com/ โทร. 02-689-6451 หรือ โทรฟรีที่ 1800 060 066

]]>
58497
เลอโนโว เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจเพื่อการใช้งานที่เหนือระดับ https://positioningmag.com/58463 Fri, 19 Sep 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58463

เลอโนโวเปิดตัว Lenovo ThinkPad Helix อัลตร้าบุ้กใหม่ล่าสุด เสริมทัพลูกค้าธุรกิจองค์กรด้วยการผสานคุณสมบัติระหว่างโน๊ตบุ๊กและแท็บเล็ตเข้าด้วยกันแบบ 2-in-1 ตอบโจทย์การใช้งานธุรกิจและไลฟ์สไตล์ในเครื่องเดียว เครื่องมาพร้อมดีไซน์บางเบา สะดวกในการพกพา นอกจากนี้เลอโนโวยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์น้องใหม่อย่าง ThinkCentre Tiny-in-One 23เดสท็อปตั้งโต๊ะแบบอลล-อินวัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าธุรกิจองค์กร

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นี่คือนวัตกรรมล่าสุดจากเลอโนโวที่เราคิดค้นขึ้นเพื่อให้สามารถตอบสนองได้ทุกความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ จากเดิมที่การใช้งานเป็นเพียงเดสท๊อปทั่วไป ปัจจุบันเรายกมาตรฐานให้สามารถเป็นได้ทั้งโน๊ตบุ๊กและแท็บเล็ตในเครื่องเดียว เลอโนโวมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้นักธุรกิจและองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

อัลตร้าบุ้กที่ผสานสองความต้องในหนึ่งเดียว

เลอโนโวตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่พกพาง่ายแบบแท็บเล็ตแต่สามารถใช้งานได้ครบครันแบบโน๊ตบุ๊กด้วย Lenovo ThinkPad Helix อัลตร้าบุ้กแบบคอนเวอร์ทิเบิลระดับพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ ที่เบากว่าเดิมถึง 12% ด้วยน้ำหนักรวมพียง 835 กรัม และบางกว่าเดิมถึง15% เหลือเพียง 0.38 นิ้ว

Lenovo ThinkPad Helix อัลตร้าบุ้กแบบ 2-in-1 ประกอบขึ้นด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟ์ตแวร์คุณภาพอันดับหนึ่งโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ M เพิ่มความสามารถในการประมวลผลเครื่องได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 30%นอกเหนือจากคุณภาพและความทนทานตามมาตรฐานแบรนด์ ThinkPad Lenovo ThinkPad Helix ยังมีดีไซน์ที่สวยงามเรียบหรูเหมาะกับนักธุรกิจ ผิวสัมผัสแบบ Aluminum ช่วยให้การถือเครื่องทำได้ง่ายไม่หลุดมือ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงซึ่งนานกว่ารุ่นก่อนถึง 60 เปอร์เซ็นต์

ผู้ใช้งานสามารถเลือกรุ่นใช้งานได้ตามความเหมาะสม โดยรุ่นอัลตร้าบุ้ก คีย์บอร์ดให้พลังแบตเตอรี่ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และรุ่นอัลตร้าบุ้ก โปร คีย์บอร์ด ให้พลังงานได้มากกว่า ถึง 12 ชั่วโมง Lenovo ThinkPad Helix ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ Gorilla® Glass ให้ความทนทาน แสดงผลแบบ Full HD เครื่องสามารถใช้งานร่วมกับปากกาดิจิไทเซอร์ เพิ่มความสะดวกในการจดบันทึก ลงลายเซ็น และการกรอกแบบฟอร์มต่างๆได้อีกด้วย

เดสก์ท๊อปออล-อิน-วันแบบแยกชิ้นส่วนได้เครื่องแรกจากเลอโนโว

Lenovo ThinkCentre Tiny-in-One (TIO) 23 หรือไทนี่-อิน-วัน 23 คือ ออล-อิน-วันเดกส์ท๊อปรุ่นใหม่ที่แยกชิ้นส่วนได้เพื่อการใช้งานที่คล่องตัว ซึ่งเลอโนโวพัฒนาขึ้นจากความคิดเห็นของลูกค้าธุรกิจที่ต้องการดีไวซ์ที่สามารถใช้งานได้แบบ มิกซ์ แอนด์ แมตช์ โดยได้นำหน้าจอมอนิเตอร์เลอโนโวขนาด 23 นิ้ว เชื่อมกับ Tiny พีซีที่สามารถเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ได้ตามกาลเวลาโดยใช้หน้าจอเดิม

เลอโนโว ไทนี่-อิน-วัน 23 ติดตั้งง่ายเพียง 2 ขั้นตอน โดยผู้ใช้งานเลือกซื้อ ThinkCentre M223L ที่ต้องการซึ่งมาพร้อมหน้าจอHD ขนาด 23นิ้ว ความละเอียด 1920×1080 โดยสามารถปรับหน้าจอให้ได้มุมองศาที่สะดวกต่อการใช้งาน และเลือก ไทนี่-อิน-วัน ตัวที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้มากที่สุด ซึ่งไทนี่-อิน-วัน มาพร้อมตัวล็อกแบบ K-Lock ที่ช่วยยึด Tiny กับจอมอนิเตอร์เพื่อความปล่อยภัยของผู้ใช้งาน ขั้นตอนการติดตั้งต่อมาคือการนำสายเคเบิ้ลมาเชื่อมต่อระหว่าง Tiny กับจอมอนิเตอร์ ไทนี่-อิน-วัน มีช่องUSB ไว้รองรับการเชื่อมต่อถึง 8 ช่องเพื่อเป็นตัวเลือกในการใช้งาน ผู้ใช้จึงทำงานได้อย่างมืออาชีพไม่มีสะดุด

ผู้ใช้งานในองค์กรรัฐ หน่วยงานการศึกษา และหน่วยงานด้านบริการต่างๆ จะพึงพอใจกับความสามารถและความคล่องตัวของ ไทนี่-อิน-วัน ซึ่งสามารถถอดเข้า-ออกเพื่อนำไปเชื่อมต่อกับหน้าจอ ThinkCenter M223L ได้อย่างง่ายดายในทุกที่ ทั้งยังสามารถนำ ไทนี่-อิน-วัน ไปอัพเกรด, อัพโหลดข้อมูลต่างๆ หรือนำไปซ่อมแซมเมื่อชำรุดได้สะดวกเพราไม่ต้องพกหน้าจอมอนิเตอร์ไปเหมือนเดกส์ท๊อปรุ่นอื่นๆ ผู้ใช้งานในภาคธุรกิจสามารถวางใจด้านความปลอดภัยจากระบบกุญแจแบบ K-Locked โดยแค่ผู้ถือกุญแจเท่านั้นที่สามารถถอด Tiny ออกจากจอมอนิเตอร์ได้ ไทนี่-อิน-วัน 23 จะเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานคอมพิวเตอร์ของคุณให้เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดกส์ท๊อปทั่วๆ ไป

รับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับเลอโนโวได้ทาง RSS feeds หรือติดตามได้ใน Twitter และ Facebook หรือสอบถามข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ที่ http://lenovothailand.com/ โทร. 02-689-6451 หรือ โทรฟรีที่ 1800 060 066

]]>
58463
Acer Aspire Switch 10 ไฮบริดโน้ตบุ๊ค และ Acer Iconia One 7 (B1-730HD) แอนดรอยด์แท็บเล็ต พลังเทคโนโลยีซีพียูจากอินเทล ปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ทุกที่ทุกเวลา https://positioningmag.com/58039 Thu, 26 Jun 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58039

บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฮบริดโน้ตบุ๊คAcer Aspire Switch 10 บนแพลทฟอร์มวินโดวส์ และแอนดรอยด์แท็บเล็ตAcer Iconia One 7 (B1-730HD) โดดเด่นด้วยดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม พร้อมนำเสนอการใช้งานอย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบทั้งด้านการออกแบบ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างประสบการณ์ใหม่ของการใช้งานอุปกรณ์ไอทีที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการเน้นจุดขายการปฏิวัติรูปแบบการใช้งานแบบ Work, View & Play ที่รวมเอาประสบการณ์ทั้งความบันเทิงและการทำงานเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างดี

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า นวัตกรรมไอทีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้งานของผู้บริโภคที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามกระแสของเทคโนโลยี ไฮบริดโน้ตบุ๊คและแท็บเล็ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาทั้งด้านดีไซน์และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันที่ต้องการอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ด้านการทำงานและความบันเทิงรวมกันไว้ในเครื่องเดียว เอเซอร์มีความพร้อมในด้านโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Acer Aspire Switch10 และ Acer Iconia One 7 (B1-730HD) ในครั้งนี้จะเป็นการช่วยเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเอเซอร์ให้ครบทุกเซกเมนต์ อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นตลาดในครึ่งปีหลังให้คึกคักมากขึ้น

“สำหรับผลิตภัณฑ์ Acer Aspire Switch10 และ Acer Iconia One 7 (B1-730HD) นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของเอเซอร์แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตลอดมา ในวันนี้เอเซอร์มีความพร้อมอย่างมากในการที่จะให้ผู้บริโภคได้พบกับไฮบริดโน้ตบุ๊คและแอนดรอยด์แท็บเล็ต ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างครอบคลุมในขนาดและราคาที่เหมาะสม และเรามั่นใจว่าทั้ง Acer Aspire Switch10 และ Acer Iconia One 7 (B1-730HD) จะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี  ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานที่ต้องการทำงานบนแท็บเล็ต หรือผู้ใช้งานที่ต้องการความบันเทิง”

นายสุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล ผู้จัดการฝ่ายกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คและแท็บเล็ต บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับ Acer Aspire Switch 10 เป็นไฮบริดโน้ตบุ๊คบนแพลทฟอร์มวินโดวส์ สามารถใช้งานได้แบบ 2 in 1 ทั้งแท็บเล็ต หรือ โน้ตบุ๊ค ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 4 รูปแบบ คือโน้ตบุ๊ค (Notebook) แท็บเล็ต (Pad) ตั้ง (Display) และเต็นท์ (Tent) เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย (Multiple Functions) รวมถึงการเข้าถึงการใช้งานได้หลากหลาย (Multiple Accessibility) ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์ที่บางเพียง 8.9 มม ขนาดหนŒาจอ 10.1 นิ้ว แบบ TFT LCD พร้อมเทคโนโลยี Zero Air Gap ลดการสะท้อนของแสง เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้จะใช้งานกลางแจ้ง  ทำให้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด‹นแต่แฝงไปด้วยการใช้งานที่ครอบคลุม มาพร้อมอุปกรณ เสริม Docking Keyboard (ภาษาอังกฤษ-ไทย) พร้อม HDD ขนาด 500GB ภายในตัวคีย์ บอร์ด และระบบ Acer Snap HingeTM ที่มีความทนทานทำให้ทุกการใช้งานไม่ว่าจะเป็น พลิก พับ เชื่อมต่อ หรือการถอดคีย์บอร์ดออกจากตัวเครื่องเป็นไปอย่างง่ายดาย ระบบประมวลผลสุดล้ำ Intel® Z3745 ความเร็วสูงสุดที่ 1.8 GHz พร้Œอมแรม 2GB และหน่วยความจําภายในสูงถึง 64GB แบบ SSD พร้Œอมระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 และชุดโปรแกรม Office Home & Student 2013 ให้คุณทํางานได้อย่‹างเต็มประสิทธิภาพ ราบรื่น ได้ Œ ทุกที่ ทุกเวลา

นายวิวัฒน์ เต็มสุขถวิล ผู้จัดการฝ่ายกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแอนดรอยด์  บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า Acer Iconia One 7 (B1-730HD) เป็นแอนดรอยด์แท็บเล็ตที่รองรับความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม บางเฉียบน้ำหนักเบาแต่เต็มประสิทธิภาพในการใช้งาน มาพร้อมจอแสดงผล HD ความละเอียด1280 x 800 พิกเซล ขนาด 7 นิ้ว ใช้งานง่ายในมือเดียว รองรับการสัมผัสพร้อมกัน 5 จุด ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.2 ท่องเว็บ เล่นเกมส์ได้ลื่นไหลด้วยซีพียู Intel®AtomTM Z2560 1.6 GHz Dual Core ที่มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้กินไฟน้อยลง แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 7 ชม. พื้นที่ความจุ 8 GB รองรับ Micro SD สูงสุดถึง 32 GB หน่วยความจำ RAM 1 GB เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi กล้องถ่ายรูป 2 ล้านพิกเซล และ กล้องด้านหน้า 3 แสนพิกเซล พร้อมสีสันให้เลือกใช้งานถึง 10 สี

เกี่ยวกับเอเซอร์

ก่อตั้งในปี 1976 เอเซอร์เป็นบริษัทที่ให้บริการในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการบริการ ที่เน้นด้านงานวิจัย การออกแบบ การตลาด การขาย และสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ จอมอนิเตอร์ โปรเจกเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ แท็ปเล็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์จำเป็นต่อลูกค้าในการก้าวข้ามขีดจำกัดและเพิ่มประสบการณ์ให้มากขึ้น เอเซอร์ อิงค์ มีพนักงาน 7,400 คนทั่วโลก และอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลกสำหรับตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวม (ข้อมูลจาก IDC ปี 2013) มีรายได้ในปี 2013 อยู่ที่ 12.02 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.acer.com

]]>
58039