Telenor – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 28 Jan 2026 23:57:43 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 สรุปไทม์ไลน์การถอยทัพจาก ‘เอเชีย’ ของ ‘เทเลนอร์’ ถอนสมอแล้วกี่ประเทศ และยังเหลือประเทศไหนที่ยังลงทุน https://positioningmag.com/1557101 Wed, 28 Jan 2026 14:18:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1557101 สรุปไทม์ไลน์เทเลนอร์ในประเทศไทย

จุดเริ่มต้นของ เทเลนอร์ ในประเทศไทย ต้องย้อนไปถึงปี 2543 โดยเทเลนอร์ถือเป็นกลุ่มโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่จากประเทศนอร์เวย์ โดยเทเลนอร์ได้ก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรกับ UCOM ของกลุ่มเบญจรงคกุล เพื่อสร้างแบรนด์ TAC และได้เปลี่ยนเป็น Dtac (ดีแทค) ในเวลาต่อมา 

Dtac เคยผงาดขึ้นมาเป็น เบอร์ 2 ในตลาดโทรคมนาคมไทย จากกลยุทธ์ Emotional Marketing และ ซิม Happy ในปี 2546 ที่เป็นซิมระบบเติมเงิน (Prepaid) จากที่ตอนนั้นเป็นตลาดรายเดือน (Postpaid) จากนั้นในปี 2550 บริษัทก็ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยราคา IPO ที่ 40 บาทต่อหุ้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงยุค 4G และ 5G ที่ตลาดโทรคมนาคมแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งการแย่งชิงลูกค้า และการแข่งขันกันประมูลคลื่นความถี่ในราคาที่สูงลิ่ว ซึ่งในกลยุทธ์ช่วงนั้น Dtac ได้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่บางรอบ เช่น คลื่น 900 MHz (พ.ศ. 2559) และ 1800 MHz (พ.ศ. 2561) ซึ่งนั่นทำให้ Dtac ได้สูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้าไปพอสมควร และในท้ายที่สุดก็ถูก True แซงขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของตลาด 

จนกระทั่งในเดือนมีนาคม 2566 เมื่อ True และ Dtac ได้ควบรวมกิจการกัน โดยเทเลนอร์ลดบทบาทจากการเป็นเจ้าของกิจการ (Operator) มาเป็นเพียง ผู้ถือหุ้นร่วม ในสัดส่วนที่เท่ากับกลุ่ม CP (ประมาณ 30%)

และในที่สุด 21 มกราคม 2569 เทเลนอร์แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าได้ลงนามขายหุ้น TRUE จำนวน 24.95% ให้กับบริษัท Arise Digital Technology (กลุ่มทุนของคุณศุภชัย เจียรวนนท์) ในราคาหุ้นละ 11.70 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท และดีลนี้ยังมีสัญญาพ่วง (Put/Call Option) สำหรับหุ้นอีก 5.35% ที่เหลือ ซึ่งจะขายขาดกันภายในปี 2571 ถือเป็นการล้างมือจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยอย่างสมบูรณ์ ปิดฉาก 25 ปีของเทเลนอร์ในไทย

จาก 5 เหลือ 2 ที่ยังลงทุน

แน่นอนว่ากลุ่มเทเลนอร์ไม่ได้ลงทุนแค่ในประเทศไทย แต่ยังลงทุนอีกหลายประเทศ และไม่ใช่แค่ไทยที่เทเลนอร์ถอนสมอออกแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเทศที่ถอนตัวออกไปแล้ว ได้แก่ 

  1. อินเดีย (The First Exit) – ปี 2561

อินเดียเป็นบทเรียนแรกที่เทเลนอร์ถอยทัพ เพราะสู้กับ สงครามราคา สุดโหดของ Reliance Jio บริษัทโทรคมนาคมของ Mukesh Ambani มหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมากที่สุดในเอเชียไม่ไหว สุดท้ายต้องตัดสินใจยกธุรกิจให้กับ Bharti Airtel 

  1. เมียนมา (The Forced Exit) – มีนาคม 2565

ประเทศต่อมาที่เทเลนอร์ยอมทิ้งกิจการก็คือ เมียนมา เนื่องจากเกิดสงครามกลางเมืองนับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2564 ด้วยความไม่มั่นคงหลังการรัฐประหาร แรงบีบคั้นจากรัฐบาลทหาร และความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ สุดท้าย เทเลนอร์จึงขายกิจการทั้งหมดให้ M1 Group จากเลบานอน มูลค่า 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,400-3,600 ล้านบาท) 

3. ปากีสถาน (The Strategic Exit) – ธันวาคม 2568 (2025)

หลังจากประกาศขายมานานกว่า 2 ปี ในที่สุดเทเลนอร์ก็ปิดดีลขาย Telenor Pakistan ให้กับกลุ่ม PTCL ได้สำเร็จในวันสุดท้ายของปี 2568 มูลค่าดีลประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจในปากีสถานและอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป

Photo : Shutterstock

มาเลเซีย-บังกลาเทศ 2 ประเทศที่ยังดำเนินกิจการ

  1. มาเลเซีย (The Consolidation) – 2565 – ปัจจุบัน

เทเลนอร์เลือกทางสายกลางในมาเลเซีย โดยการควบรวม Digi เข้ากับ Celcom เกิดเป็น CelcomDigi โดยเทเลนอร์ยังถือหุ้นอยู่ 33.1% แต่ไม่ได้บริหารงานเองเบ็ดเสร็จ มีรายงานว่าหากสถานการณ์ในเอเชียยังไม่ดีขึ้น หุ้นก้อนนี้อาจเป็นรายต่อไปที่ถูกขายออกในปี 2027-2028

2. บังกลาเทศ (Grameenphone): 2540 – ปัจจุบัน

เทเลนอร์ ดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ Grameenphone (กรามีนโฟน) โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างเทเลนอร์ (55.8%) และ Grameen Telecom (34.2%) ส่วนหุ้นส่วนที่เหลือ 10%: จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบังกลาเทศ

ปัจจุบัน Grameenphone ถือเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออันดับ 1 ของประเทศที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 80 ล้านราย โดย Grameenphone ถือเป็นผู้นำในการบุกเบิก 4G และกำลังทดสอบ/ขยายโครงข่าย 5G รวมถึงการนำระบบ eSIM มาใช้เป็นรายแรก ๆ ในประเทศ

แต่นอกจากบริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตแล้ว Grameenphone ยังเน้นบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์คนท้องถิ่น เช่น MyGP App ซูเปอร์แอปฯ ของคนบังกลาเทศ, Bioscope แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งความบันเทิงยอดนิยม เป็นต้น

ถอยทัพเพราะหันไปเน้นยุโรปเหนือแทน

เหตุผลที่เทเลนอร์ให้ไว้ในงาน Capital Markets Day 2025 คือการเป็นบริษัทที่ “Nordic-centric” (เน้นยุโรปเหนือ) เพราะในเดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน ลูกค้ามีกำลังซื้อสูงและมีความต้องการบริการด้าน Cyber Security, Cloud และ AI ที่ชัดเจนกว่า ซึ่งสร้างผลกำไร (Margin) ได้ดีกว่าการไปไล่เก็บค่าโทรศัพท์รายเดือนราคาถูกในเอเชีย

จริง ๆ แล้ว การถอนตัวในไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่เป็น แผนการลดระดับ ที่ดำเนินมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนของเทเลนอร์ที่เล็งเห็นแล้วว่าธุรกิจโทรคมนาคมโลกเข้าสู่ยุค ปลาใหญ่กินปลาเล็ก และหันไปเน้นธุรกิจอื่น ๆ ที่มีโอกาสสร้างผลกำไรที่มากกว่าแทน

]]>
1557101
จับตา! ‘เทเลนอร์’ จับมือ ‘ซีพี’ ควบรวม ‘ดีแทค-ทรู’ https://positioningmag.com/1363008 Fri, 19 Nov 2021 10:06:07 +0000 https://positioningmag.com/?p=1363008 เทเลนอร์ (Telenor) ร่อนจดหมายแจงกำลังพิจารณาควบรวมกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย ผู้โชคดีคือเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย นักสังเกตการณ์จับตาการเจรจาจะนำไปสู่การควบรวมกิจการมือถือระหว่างดีแทค (Dtac) และทรู (True) ในอนาคต

ดีแทคนั้นเป็นบริษัทลูกของเทเลนอร์ในประเทศไทย ขณะที่ทรูเป็นธุรกิจด้านสื่อและโทรคมนาคมของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ ล่าสุด รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ และ E24 ระบุว่า เทเลนอร์ได้ส่งเอกสารชี้แจงหลักทรัพย์ (​​stock exchange release) ว่าบริษัทกำลังพิจารณาการควบรวมกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย โดยจะร่วมเจรจากับเครือเจริญโภคภัณฑ์เพื่อก่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา

แถลงการณ์ของเทเลนอร์ไม่เพียงชี้ว่า การควบรวมกิจการจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อก่อตั้งบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำในประเทศ แต่ระบุว่า ยังคงต้องตกลงกันในประเด็นสำคัญ และไม่แน่ใจว่าการเจรจาจะนำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย รวมถึงกรอบเวลาในเบื้องต้นที่ยังไม่มีการเปิดเผย ดังนั้น ยังไม่มีความแน่นอนว่าการเจรจาครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ โดยจะมีการแถลงความชัดเจนในวันที่ 22 พ.ย.นี้ อีกที

Photo : Shutterstock

ข่าวนี้ทำให้โลกเทความสนใจไปที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่เรียกกันในนามซีพี กรุ้ป (CP Group) ซึ่งมีธุรกิจหลากหลายด้านทั้งเกษตรกรรม การค้าปลีก โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมยานยนต์ เภสัชกรรม และการเงิน จากข้อมูลของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของเครือซีพีนั้นมีตำแหน่งเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกที่มีทรัพย์สินมากกว่า 4,800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ซีพี กรุ๊ปถูกจัดเป็นบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ปัจจุบัน ดีแทคมีฐานลูกค้ารวม 19.3 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้ารายเดือนราว 6.2 ล้านราย และลูกค้าในระบบเติมเงิน 13.1 ล้านราย ในขณะที่กลุ่มทรู มีฐานลูกค้าของทรูมูฟ เอช ราว 32 ล้านราย แบ่งเป็นรายเดือน 10.8 ล้านราย และเติมเงิน 21.2 ล้านราย

ดังนั้น ในกรณีที่เกิดการควบรวมกิจการกันจะทำให้มีฐานลูกค้ารวมมากกว่า 51 ล้านราย และขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทยทันที เนื่องจากปัจจุบันเอไอเอสมีฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 43.7 ล้านราย

โดยหลังจากที่มีความคืบหน้าจากสื่อต่างประเทศออกมา ทั้งทรู และดีแทคต่างส่งจดหมายแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า หากมีข้อชี้แจงใดที่บริษัทมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทางบริษัทฯ จะแจ้งข้อมูลให้ตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

Source

]]>
1363008
ลาแล้ว 1! “เทเลนอร์” ขายกิจการในเมียนมาให้ M1 Group มูลค่า 105 ล้านเหรียญ https://positioningmag.com/1341445 Thu, 08 Jul 2021 15:09:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1341445 เทเลนอร์ (Telenor) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสัญชาตินอร์เวย์ได้ขายกิจการในเมียนมาให้บริษัท M1 Group กลุ่มนักลงทุนจากเลบานอนในมูลค่า 105 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่ประเทศที่ตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายนับตั้งแต่การรัฐประหารในเดือน ก.พ.

“สถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงไปอีกและการพัฒนาล่าสุดในเมียนมาเป็นมูลเหตุสำหรับการตัดสินใจขายบริษัท” เทเลนอร์ระบุในคำแถลง

เทเลนอร์ หนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในเมียนมาเป็นบริษัทตะวันตกเพียงไม่กี่รายที่เสี่ยงเดิมพันกับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้หลังหลุดพ้นจากการปกครองของทหารเมื่อทศวรรษก่อน

เทเลนอร์เริ่มตัดหนี้สูญตั้งแต่เดือน พ.ค. โดยขาดทุนสุทธิ 6,500 ล้านโครน (ราว 752 ล้านดอลลาร์) หลังธุรกิจมือถือถูกจำกัดอย่างรุนแรงหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และเมื่อวันที่ 15 มี.ค. รัฐบาลทหารได้สั่งปิดข้อมูลมือถือทั่วประเทศ เพื่อให้นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยจัดการชุมนุม และส่งข้อความสนับสนุนรัฐบาลพลเรือนที่ถูกโค่นล้มได้ยากมากขึ้น

ความรุนแรงนับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ได้ผลักดันให้ประชาชนมากกว่า 230,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตนเอง และประชาชนมากกว่า 880 คน ถูกกองกำลังความมั่นคงสังหาร และถูกควบคุมตัวอีก 5,200 คน ตามการระบุของสหประชาชาติ

รัฐบาลทหารยังห้ามผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่เดินทางออกจากประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และกำลังกดดันพวกเขาให้ใช้เทคโนโลยีสกัดกั้น ที่จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบผู้ใช้งานได้ ตามการระบุของแหล่งข่าวที่เปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อต้นสัปดาห์

“สถานการณ์ในเมียนมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมากลายเป็นความท้าทายมากขึ้นสำหรับเทเลนอร์ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของพนักงาน กฎระเบียบ และการปฏิบัติตาม” ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทเลนอร์ กล่าว และว่า การขายกิจการให้ M1 Group จะรับประกันการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคมสัญชาตินอร์เวย์รายนี้ดำเนินงานอยู่ในแถบนอร์ดิก รวมถึงเอเชีย โดย 95% ของลูกค้ากว่า 187 ล้านคนของบริษัท อยู่ในบังกลาเทศ ปากีสถาน ไทย และมาเลเซีย รวมถึงพม่า

บริษัทมีลูกค้าในเมียนมาอยู่ราว 18 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากร 54 ล้านคนของประเทศ

ส่วนบริษัท M1 Group ก่อตั้งขึ้นโดยนาจิบ อัซมี มิคาติ อดีตนายกรัฐมนตรีเลบานอน ที่ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท MTN Group ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ในแอฟริกา แต่มีการดำเนินงานในเอเชียด้วย

อย่างไรก็ตาม บริษัท M1 อยู่ในบัญชีดำขององค์กร Burma Campaign UK ที่ตรวจสอบความสัมพันธ์ทางธุรกิจของบริษัทระหว่างประเทศกับกองทัพพม่า และในรายงานปี 2562 ที่ดำเนินการโดยคณะสอบสวนอิสระระหว่างประเทศที่รายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของกองทัพพม่า พบว่าบริษัท M1 Group มีหุ้นส่วนในบริษัทที่ให้เช่าเสาสัญญาณมือถือกับบริษัท MEC ที่เป็นกิจการของกองทัพ

Source

]]>
1341445
[ข่าวลือ] “เทเลนอร์” เล็งขายธุรกิจในพม่า หั่นฐานลูกค้า 18 ล้านคน เหตุความไม่มั่นคงในประเทศ https://positioningmag.com/1340600 Sun, 04 Jul 2021 14:35:08 +0000 https://positioningmag.com/?p=1340600 สื่อต่างประเทศรายงาน “เทเลนอร์” (Telenor) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสัญชาตินอร์เวย์ กำลังเตรียมขายหน่วยธุรกิจในพม่า เป็นการตัดสินใจบอกลาฐานลูกค้ากว่า 18 ล้านคนเพราะปัญหาความไม่มั่นคงในพื้นที่

สำนักข่าวทีเอ็มทีไฟแนนซ์ (TMT Finance) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 64 ระบุว่า เทเลนอร์ได้จ้างสถาบันการเงินอย่างซิตี้ (Citi) เพื่อดำเนินการขายธุรกิจด้วยการเสนอราคาที่ไม่มีผลผูกพัน คาดว่าจะมีการประกาศดีลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เบื้องต้น โฆษกของเทเลนอร์ปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวลือที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับ Citi ที่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ พบว่าเทเลนอร์เริ่มตัดหนี้สูญหรือลดมูลค่าการดำเนินงานของพม่าในงบการเงินของบริษัทเมื่อเดือนพฤษภาคม เนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงและสิทธิมนุษยชนที่สั่นคลอนในประเทศ โดยธุรกิจโทรทัศน์เคลื่อนที่ในประเทศยังคงถูกจำกัดอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่การปฏิวัติทางทหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 64

Sigve Brekke ประธานและซีอีโอเทเลนอร์ เคยยอมรับกับสื่อต่างประเทศว่า ความเสี่ยงทางการเมืองเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ถูกนำมาพิจารณาเมื่อมีการตัดสินใจขยายธุรกิจเข้าสู่พม่า

ล่าสุด TMT Finance ชี้ว่า บริษัทสัญชาติจีนบางรายได้รับเชิญให้เข้าร่วมประมูลเพื่อซื้อหน่วยธุรกิจจากเทเลนอร์ เนื่องจากบริษัทจีนมีโอกาสไม่ถูกคว่ำบาตร เหมือนที่บริษัทโทรคมนาคมนานาชาติรายอื่นเผชิญอยู่ ขณะนี้มีการอ้างชื่อบริษัท “โอรีดู” (Ooredoo) สัญชาติกาตาร์ที่ประกอบการอยู่ในพม่า ว่าเป็นบริษัทที่แสดงความสนใจซื้อคู่แข่งในตลาด และกำลังมองหาที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับกระบวนการที่จะเกิดขึ้น

ในขณะที่ Ooredoo ไม่แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม แหล่งข่าวจากรอยเตอร์ยืนยันว่ารายละเอียดของรายงาน TMT นั้นถูกต้อง ปัจจุบัน เทเลนอร์มีลูกค้าประมาณ 18 ล้านคนในพม่า โดยให้บริการ 1 ใน 3 ของประชากร 54 ล้านคน

เทเลนอร์ถือเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในพม่า ซึ่งเข้ามาปักหลักธุรกิจในปี 2557 สถิติล่าสุดชี้ว่าพม่าคิดเป็น 7% ของรายได้ของเทเลนอร์ในปีที่แล้ว

Source

]]>
1340600
เทเลนอร์คว้าใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในพม่า https://positioningmag.com/56753 Wed, 03 Jul 2013 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=56753

เทเลนอร์ประกาศความสำเร็จคว้าใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมในพม่า พร้อมเร่งสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมที่ทันสมัยเพื่อนำประโยชน์จากบริการสื่อสารสู่ประชาชนทั่วประเทศ ทันทีหลังจากเสร็จสิ้นการเจรจากับรัฐบาลพม่าอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการออกใบอนุญาต

นายจอน เฟรดริค บัคซอส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เปิดเผยว่า “เรารู้สึกยินดีที่เป็นผู้ชนะใบอนุญาตโทรคมนาคมจากการประมูลที่มีการแข่งขันสูงมาก เราขอขอบคุณรัฐบาลพม่าที่ให้โอกาสเทเลนอร์ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหรรมโทรคมนาคมอันเป็นเป้าหมายที่สำคัญของประเทศ และขอขอบคุณสำหรับการจัดการประมูลที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพในครั้งนี้ พม่ามีความที่สำคัญอย่างมากต่อกลยุทธ์การขยายการเติบโตของเรา เรามีความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบเพื่อนำบริการสื่อสารมาสู่ประชาชนของพม่า และพร้อมเข้าร่วมเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการออกใบอนุญาตต่อไป

นายซิคเว่ เบรคเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย กล่าวว่าเทเลนอร์มีความพร้อมที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในพม่าจากประสบการณ์การให้บริการสื่อสารมาแล้วในตลาดเอเชียถึง 5 ประเทศ ผลการประมูลในครั้งนี้ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของกลยุทธ์เทเลนอร์ในการมอบบริการการสื่อสารที่ครอบคลุมในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลและประชาชนของพม่าในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจของพม่าต่อไป

เทเลนอร์วางแผนที่จะสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมเคลื่อนที่ที่ทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยี HSPA และ LTE-ready ซึ่งสอดคล้องกับระบบการให้บริการชั้นนำในปัจจุบันที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลก และวางแผนที่จะสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศพม่าภายใน 5 ปี พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบทั้งบริการด้านเสียงและข้อมูลภายในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศพม่าต่อไป

เทเลนอร์ กำหนด 4 กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจในพม่า ดังนี้

• สร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ทันสมัยและครอบคลุม

• เพิ่มอัตราการเข้าถึงบริการสื่อสารของประชาชนด้วยการสร้างโครงข่ายอย่างรวดเร็ว และให้บริการในราคาที่เหมาะสม ผ่านเครือข่ายดิสทริบิวชั่นทั่วประเทศ

• ก้าวสู่ผู้นำโทรคมนาคมในประเทศพม่าด้วยการนำเสนอบริการที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

• มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดี ด้วยบริการที่มีคุณภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภค

“กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเทเลนอร์ในการช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับประโยชน์เต็มรูปแบบของบริการการสื่อสารไร้สายในชีวิตประจำวัน เรามุ่งมั่นที่นำเสนอบริการที่ได้มาตรฐานโลกและจะดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักบรรษัทภิบาลและความโปร่งใสในทุกขั้นตอน” นายซิคเว่ กล่าวเพิ่มเติม

หลังจากนี้ เทเลนอร์ กรุ๊ป จะเข้าสู่กระบวนการเจรจาขั้นสุดท้ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ เทเลนอร์จะแถลงต่อสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ทันทีหลังจากได้ข้อสุรปทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

]]>
56753
เทเลนอร์ เผยยอดลูกค้า ในเอเชีย ทะลุ 100 ล้าน https://positioningmag.com/54007 Mon, 21 Feb 2011 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=54007

เทเลนอร์ กรุ๊ป ประกาศในงาน GSMA World Congress 2011 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองบาร์เซโลน่า ว่ายอดผู้ใช้บริการ ในเอเชียล่าสุด มีจำนวนสูงกว่า 100 ล้านคนแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของเทเลนอร์ กรุ๊ป ในการประกอบกิจการในภูมิภาคเอเชีย

“ด้วยจำนวนลูกค้ากว่า 100 ล้านรายที่เรามีอยู่ในตอนนี้ เทเลนอร์ กรุ๊ป จะยังคงเดินหน้ารักษาตำแหน่งผู้ให้บริการชั้นนำในเอเชียต่อไป ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง การให้ความสำคัญกับลูกค้า และความเชื่อที่ว่าบริการสื่อสารเคลื่อนที่ผ่านโทรศัพท์มือถือ คือเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนจำนวนมากในภูมิภาคนี้” มร. ซิคเว่ เบรกเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชียกล่าว

เทเลนอร์ กรุ๊ป เข้ามาในภูมิภาคเอเชียในปี พ.ศ. 2539 และกลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำในภูมิภาคตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ณ สิ้นปี พ.ศ. 2553 รายได้จากภูมิภาคเอเชีย คิดเป็นร้อยละ 39 ของรายได้ทั้งหมดของเทเลนอร์ กรุ๊ป สร้างกระแสเงินสดสูงกว่า 10 พันล้านโครนนอร์เวย์ (ประมาณกว่า 52 พันล้านบาท) และเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ทั้งสิ้น กว่า 23 ล้านคน

ปัจจุบัน เทเลนอร์ กรุ๊ป ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยให้บริการในนาม แกรมีนโฟน (บังคลาเทศ) ยูนินอร์ (อินเดีย) ดีแทค (ไทย) ดิจิ (มาเลเซีย) และเทเลนอร์(ปากีสถาน)

นับเป็นระยะเวลาเกือบ 15 ปีแล้วที่เทเลนอร์เป็นผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านการให้บริการและสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในภูมิภาคเอเชีย ความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบบริการสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม และระบบการบริหารช่องทางการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ได้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับบริษัทอย่างมาก และช่วยให้ผู้คนหลายล้านคนมีโอกาสเข้าถึงบริการสื่อสารไร้สาย และด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทำให้เทเลนอร์ติดอันดับผู้ให้บริการชั้นนำในประเทศที่เข้าไปดำเนินกิจการในเอเชีย

“ในฐานะผู้ให้บริการด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งมีพื้นฐานทางด้านอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง เทเลนอร์ กรุ๊ป มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการดำเนินงานของเราอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เริ่มเข้ามาในตลาดเอเชีย เรามีการลงทุนไปแล้วจำนวนมาก ทั้งยังได้จัดตั้งทีมงานที่มีศักยภาพด้านการบริหารจัดการ และเชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรม” มร. ซิคเว่ เบรกเก้ กล่าวเพิ่มเติม

“ตลาดยังมีความต้องการใช้บริการพื้นฐานอยู่สูง โดยเฉพาะในประเทศที่อัตราการใช้งานยังค่อนข้างต่ำ แต่ บริการที่มีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในเอเชีย คือบริการทางด้านข้อมูลและบริการอินเทอร์เน็ต และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าบริการทางด้านอินเทอร์เน็ตจะได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว รัฐบาลในแต่ละประเทศควรกำหนดนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนและส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง” มร. ซิคเว่ เบรกเก้ กล่าวสรุป

]]>
54007
เทเลนอร์ กรุ๊ป แต่งตั้ง ฮิลดา ทันเน ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชีย https://positioningmag.com/51939 Mon, 10 May 2010 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=51939

เทเลนอร์ กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง ฮิลดา ทันเน วัย 44 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชีย โดยการเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวจะช่วยเสริมการบริหารจัดการและการดำเนินงานของบริษัทสาขาของเทเลนอร์ภายในภูมิภาคเอเชียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
 
“ดิฉันมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จให้กับทีมงานในภูมิภาคเอเชียมาโดยตลอด ภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตรวดเร็วและเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้บริษัทก้าวไปสู่ความสำเร็จ โดยเทเลนอร์นับได้ว่าเป็นผู้เล่นรายสำคัญในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของภูมิภาค” ฮิลเด ทันเน รองประธานบริหารและประธานฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรของเทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าว “การเข้ารับตำแหน่งในภูมิภาคเอเชียครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากความตั้งใจของดิฉันที่ต้องการทำงานใกล้ชิดกับสายธุรกิจยิ่งขึ้น และเพื่อนำประสบการณ์ของดิฉันมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์กับเป้าหมายสำคัญของตลาดประเทศท้องถิ่น”
 
“รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นตำแหน่งใหม่ที่บริษัทได้ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับการบริหารงานในระดับสูงและการดำเนินธุรกิจภายในภูมิภาคเอเชีย” มร. ซิคเว่ เบรกเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย กล่าว “ฮิลดา ทันเน จะเป็นผู้นำและบริหารงานในส่วนของประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ธรรมาภิบาล การวัดผลประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมระหว่างหน่วยธุรกิจภายในภูมิภาค”

จอน เฟรดริค บัคซอส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ฮิลดา ทันเน เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าวในเอเชีย เธอสร้างผลงานที่โดดเด่นในตำแหน่งปัจจุบันของเธอซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้บริหารจัดการระดับสูง และผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเทเลนอร์ เอเชีย จะได้รับประโยชน์มากมายจากประสบการณ์ในการเป็นผู้นำและความสามารถในการจัดการของเธอ ทันเนยังเป็นแกนนำสำคัญในการสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมของเทเลนอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของความปลอดภัยของสุขภาพและสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน”
 
ฮิลดา ทันเน จะประจำอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของเทเลนอร์ เอเชีย ที่กรุงเทพฯ และจะขึ้นตรงต่อ มร. ซิคเว่ เบรกเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย โดยทันเน จะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวในวันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้

ฮิลดา ทันเน เริ่มงานกับเทเลนอร์ในปี 2550 ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมงานกับ เทเลนอร์ ฮิลดา ทันเน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและการวิจัย (Head of Technology & Research) ฝ่าย ไฮโดรออยล์ และพลังงาน (Hydro Oil & Energy) ของบริษัท นอรส์ค ไฮโดร (Norsk Hydro) ทันเน ยังเคยดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของบริษัท Det Norske Veritas AS และ Statkraft AS

ทันเน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณทิต จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งนอร์วีเจียน (Norwegian Institute of Technology) เมืองทรอนด์ไฮม์ ประเทศนอร์เวย์ และมหาวิทยาลัยอาเค่น (RWTH-Aachen y) ประเทศเยอรมนี

]]>
51939
ต้องชัดกว่านี้ https://positioningmag.com/12576 Sun, 11 Apr 2010 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=12576

แม้ต้นกำเนิดจะอยู่ที่นอร์เวย์ แต่บทบาทของเทเลนอร์ที่มีต่อธุรกิจโทรคมนาคมในเอเชีย กลับกำลังเพิ่มความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

จนเทเลนอร์ต้องตอกย้ำความเชื่อมั่นในเอเชียด้วยการเปิดตัวแคมเปญเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรเป็นครั้งแรก ภายใต้สโลแกน “Built around People” โดยมีซีอีโอที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนไทยดี ซิคเว่ เบรคเก้ ที่โยกจากซีอีโอดีแทค มานั่งในตำแหน่งรองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย ภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้ เขายังรับหน้าที่พิธีกรเป็นครั้งแรก อธิบายให้สื่อมวลชนทั้งจากไทยและในต่างประเทศ เกี่ยวกับการตัดสินใจออกแคมเปญสร้างแบรนด์ของเทเลนอร์

หลังจากลงทุนในเอเชียมา 14 ปี เริ่มจากบังกลาเทศ มาเลเซีย ไทย ปากีสถาน และล่าสุดอินเดีย ซิคเว่มองว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เทเลนอร์จะต้องสร้างแบรนด์ในเอเชียให้เป็นที่รับรู้มากขึ้น ทั้งกับผู้บริโภค และนักลงทุนทั้งหลาย ให้ภาพของเทเลนอร์ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธุรกิจในแต่ละประเทศที่เข้าไปลงทุน ชัดเจนขึ้นไปพร้อมๆ กับแบรนด์ท้องถิ่น

“ในช่วงที่ผ่านมา มีหลายบริษัทในธุรกิจโทรคมนาคมขนาดใหญ่ ได้เข้ามาลงทุนในเอเชีย แต่ทว่าไม่นานพวกเขาก็ล้มเหลวและจากไป แต่เทเลนอร์อยู่ในเอเชียมาแล้วกว่า 14 ปี และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจแบบ Multi-Market รายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของภูมิภาคนี้”

นอกจากการเพิ่มความแข็งแกร่ง สร้างความเชื่อมั่นให้เพิ่มขึ้นกับแบรนด์ท้องถิ่นทั้ง 5 ประเทศของเทเลนอร์แล้ว ความคาดหวังจากโฆษณาในครั้งนี้ของเทเลนอร์อยู่ที่การเพิ่มระดับการรับรู้เกี่ยวกับบริษัทฯ

สำหรับนักลงทุน พวกเขาจะได้รับรู้และเข้าใจในเทเลนอร์มากขึ้น

และสำหรับผู้บริโภคนี่คือคำมั่นที่เทเลนอร์มีให้ต่อภูมิภาคเอเชีย

ฮิลดา ทันเน รองประธานบริหาร และประธานฝ่านสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรของเทเลนอร์กรุ๊ป ซึ่งบินตรงมาจากสำนักงานใหญ่ในนอร์เวย์ ได้ให้รายละเอียดในโฆษณาครั้งนี้ว่า ได้ใช้พนักงานมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในการสื่อสาร เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและตอกย้ำคุณค่าของทรัพยากรบุคคล

ขณะเดียวกัน Built Around People ยังหมายถึงการทำความเข้าใจในธุรกิจและความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ และความพยายามของบริษัทฯในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน Society และ Community ของแต่ละประเทศ

“นี่ไม่ใช่โฆษณาเพื่อจะทำให้ผู้บริโภคเชื่อในสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงในโฆษณา และนี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่เราไม่ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพราะพนักงานแต่ละคนที่แม้จะอยู่คนละประเทศกัน แต่ทั้งหมดรู้สึกถึงความสุขในการทำงานกับเทเลนอร์อย่งที่พูดจริงๆ”

ภายใต้แคมเปญ Built Around People เทเลนอร์ได้ใช้สื่อโฆษณาในระดับทั่วภูมิภาคเอเชีย อย่างเช่น CNN CNBC Economist และ Time โดยแคมเปญมีระยะเวลา 3 เดือน

ธุรกิจของเทเลนอร์ในเอเชีย
แบรนด์ ประเทศ จำนวนลูกค้า ตำแหน่งผู้นำ จำนวนพนักงาน
กรามีนโฟน บังกลาเทศ 23 ล้านราย อันดับ 1 4,750 คน
ดิจิ มาเลเซีย 7.7 ล้านราย อันดับ 3 2,800 คน
ดีแทค ไทย 19.6 ล้านราย อันดับ 2 5,950 คน
เทเลนอร์ ปากีสถาน 22.5 ล้านราย อันดับ 2 2,700 คน
ยูนินอร์ อินเดีย 3.5 ล้านราย – 2,400 คน

]]>
12576
เทเลนอร์ กรุ๊ป ตอกย้ำความเชื่อมั่นในเอเชียด้วยการเปิดตัวแคมเปญสร้างแบรนด์ในระดับโลกเป็นครั้งแรก https://positioningmag.com/51551 Thu, 25 Mar 2010 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=51551

วันนี้ เทเลนอร์ กรุ๊ป ประกาศเปิดตัวแคมเปญเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรเป็นครั้งแรก ภายใต้สโลแกน ‘Built around People’ เพื่อตอกย้ำความเชื่อขององค์กรที่ว่าทรัพยากรบุคคลเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ

แคมเปญดังกล่าวจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคม 2553 นี้ โดยครอบคลุมถึงการโฆษณาอย่างครบครันทางสื่อต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และสื่อดิจิตอล โดยมีระยะเวลาการดำเนินงานเป็นเวลาสามเดือน และใช้พนักงานของเทเลนอร์ กรุ๊ป ในบังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน และประเทศไทย ร่วมแสดงและเป็นจุดเด่นของแคมเปญ

ฮิลดา ทันเน (Hilde Tonne) รองประธานบริหารและประธานฝ่ายสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรของเทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “การที่เราเลือกใช้พนักงานของเราเองมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เป็นการสะท้อนถึงความเชื่อของเราและตอกย้ำคุณค่าที่เรายึดถือเสมอมาในการให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล ในฐานะที่เราเป็นบริษัทโทรคมนาคมระดับโลก คำว่า “built around people” ยังหมายถึงการที่เราต้องเข้าใจธุรกิจ ความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ พรัอมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เราดำเนินธุรกิจอยู่”

“เทเลนอร์ กรุ๊ป เป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 6 ของโลก การเปิดตัวแคมเปญเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกลุ่มบริษัทในเอเชียเป็นภูมิภาคแรก สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของภูมิภาคนี้” มร. ซิคเว่ เบรกเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย กล่าว

ช่วงเวลา 14 ปีที่ผ่านมาที่เทเลนอร์ กรุ๊ป ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย บริษัทฯ ได้ขยับตำแหน่งทางธุรกิจจากการเป็นเพียงผู้ประกอบการรายใหม่ ก้าวสู่การเป็นบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำของภูมิภาค เทเลนอร์มีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในภูมิภาคเอเชียกว่า 75 ล้านคน ทำให้บริษัทฯ อยู่ในฐานะของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจแบบ Multi-market รายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของภูมิภาคนี้

มร. ซิคเว่ เบรกเก้ กล่าวต่อว่า “นับว่าเราได้ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่เข้ามาประกอบธุรกิจในเอเชียตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่เทเลนอร์ กรุ๊ป จะตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ของเราให้เด่นชัดยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เรามุ่งมั่นนำเสนอให้กับภูมิภาคเอเชียนี้ แคมเปญนี้ยังถือเป็นการเฉลิมฉลองปรัชญาการดำเนินธุรกิจของเรา รวมทั้งสิ่งที่เทเลนอร์เป็นอยู่ในวันนี้

ความสำเร็จของเราเกิดจากความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญกับผู้คนและความต้องการของพวกเขาเป็นอันดับแรก”

ทั้งนี้ พนักงานที่เข้าร่วมในแคมเปญเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในครั้งนี้ ได้รับการคัดเลือกมาจากการแข่งขันในหมู่พนักงานกว่า 20,000 คนที่ทำงานให้กับกลุ่มบริษัท เทเลนอร์ กรุ๊ป ในภูมิภาคเอเชีย พนักงานเหล่านี้ได้ส่งภาพยนตร์สั้นเพื่อแสดงความหมายของคำว่า “built around people” ทั้งต่อตัวเองและต่อบริษัทฯ มาทำการคัดเลือกเบื้องต้น ซึ่งจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้ามานั้น มีพนักงาน 26 คนที่ถูกคัดเลือกและได้รับเชิญไปร่วมถ่ายทำผลงานที่กรุงกัวลาลัมเปอร์

]]>
51551
รายงานผลประกอบการเบื้องต้นประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2552 ของเทเลนอร์ https://positioningmag.com/48696 Thu, 30 Jul 2009 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=48696

(กรุงเทพ – 29 กรกฎาคม 2552) นายจอน เฟรดริค บัคคาส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า “แนวโน้มจากไตรมาสที่ผ่านมายังคงปรากฎให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ผันผวนได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยตรง แม้จะต้องเผชิญกับความกดดันในการพัฒนาธุรกิจ แต่การดำเนินงานของบริษัทก็ยังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้ชัดจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง อีกทั้งในช่วงปลายไตรมาส เรามียอดผู้ลงทะเบียนใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมทั้งหมด 168 ล้านคน”

เติบโตด้วยผลกำไรที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“บริษัท กรามีนโฟน ในบังกลาเทศ และ บริษัท โมบายล์ นอร์เวย์ แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมทั้งในแง่ของการเติบโตของรายได้และกำไร เรายังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบว่า บริษัท เทเลนอร์ ปากีสถาน มีกำไรสูงสุดในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ผลกำไรและตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทในภูมิภาคยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออกยังคงเข้มแข็ง โดยเคียฟสตาร์ มีผลกำไรอย่างต่อเนื่องทั้งในปี 2549 และ 2550 และมีสัดส่วนกำไรสำหรับเทเลนอร์ในหน่วยเงินโครนน์นอร์เวย์อยู่ที่ 2.1 พันล้าน (ประมาณ 11 พันล้านบาท)” นายบัคคาส กล่าว

การเปิดตัวแบรนด์เทเลนอร์ในประเทศเดนมาร์ก
“ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวแบรนด์เทเลนอร์ในตลาดประเทศเดนมาร์ก โดยการ รีแบรนดิ้งครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ เทเลนอร์ เดนมาร์ก ในการผนวกสินค้าและบริการแก่ลูกค้า อีกทั้งช่วยสร้างเอกลักษณ์แก่บริษัทได้เป็นอย่างดี ในส่วนของประเทศสวีเดน เรายังคงมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน นอกเหนือไปจากการสรรหาช่องทางด้านการค้าและการจัดจำหน่ายใหม่ๆ แล้ว เรายังจะปรับลดจำนวนพนักงานดังที่ได้มีการประกาศไปแล้ว ซึ่งจะเสร็จสิ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2552” นาย บัคคาส กล่าว

เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวในประเทศอินเดีย
“สำหรับในประเทศอินเดียนั้น เราอยู่ระหว่างการวางรากฐานดำเนินงานทางธุรกิจและเตรียมตัวสำหรับการเปิดตัวบริษัท โดยได้มีการเห็นชอบในข้อตกลงสำคัญต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ทั้งในส่วนของการจัดการอุปกรณ์จีเอสเอ็ม และการจ้างบริษัทภายนอกสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกเหนือไปจากการแบ่งปันใช้โครงสร้างพื้นฐาน เราวางแผนที่จะเปิดตัวบริการใน 5 ขอบเขต ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ โดยแผนงานนั้นนับเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของเราในปี 2552” นายบัคคาส กล่าวเสริม

การพิจารณาคดีครั้งใหม่ในเซอร์เบีย
“หุ้นของเราในบริษัทวิมเพิลคอม ได้ถูกอายัดไว้ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยเกี่ยวพันกับคดีของแฟริเม็กซ์ที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด และศาลระดับประเทศของตูย์เมนจะตัดสินคำร้องอุทธรณ์ของเทเลนอร์ ในวันที่ 30 กันยายน 2552 นี้” นายบัคคาส กล่าว

สถานการณ์ยากลำบากในการสร้างผลกำไร
“สำหรับช่วงเวลาที่เหลือในปีนี้ แม้จะยากลำบากที่บริษัทจะสร้างผลกำไร แต่เราจะยังคงประเมินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก็จะบริหารจัดการให้เกิดกระแสเงินสดที่เข้มแข็งและรักษาตำแหน่งในตลาดเอาไว้ให้ได้” นายบัคคาส กล่าว

]]>
48696