Bangchak – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 13 Nov 2023 04:09:06 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 บางจากเผยแบรนด์ไอเดีย “สมดุลธรรมชาติ สรรค์พลังไม่สิ้นสุด” ในการเปลี่ยนผ่านสู่นวัตกรรมสีเขียว https://positioningmag.com/1451469 Sun, 12 Nov 2023 15:37:39 +0000 https://positioningmag.com/?p=1451469 บางจาก ได้เผยแบรนด์ไอเดีย “สมดุลธรรมชาติ สรรค์พลังไม่สิ้นสุด” ในการเปลี่ยนผ่านสู่นวัตกรรมสีเขียว ผู้บริหารสูงสุดมีมุมมองเรื่องของกระบวนการธรรมชาติที่ยั่งยืน ทำให้มีการเปลี่ยนผ่านที่ดีขึ้น รวมถึงการรักษาสมดุลในเรื่องต่างๆ

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงการสื่อสารแบรนด์ไอเดีย “Greenovate to Regenerate สมดุลธรรมชาติ สรรค์พลังไม่สิ้นสุด” 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ ของบางจากได้กล่าวว่า แบรนด์บางจากได้ให้ความสำคัญกับการรักษา ‘สมดุล’ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมดุลระหว่างมูลค่าในการดำเนินธุรกิจ และคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและสังคม สมดุลในการคำนึงถึงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการกำกับดูแลกิจการอย่างมีความรับผิดชอบ รักษาสมดุลระหว่างความท้าทายด้านพลังงาน เป็นต้น

โดย ชัยวัฒน์ ได้กล่าวถึงเรื่องของ Greenovate นวัตกรรมสีเขียว ที่ผ่านมาบริษัทได้ทำเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำ B5 หรือ B7 ที่นำน้ำมันดีเซลมาผสมไบโอดีเซล ขณะเดียวกันบริษัทก็ได้ทำ Solar Farm ขนาดใหญ่ รวมถึงในปีที่ผ่านมายังได้ทำน้ำมันเครื่องบินโดยใช้น้ำมันจากการปรุงอาหารแล้วด้วย

CEO ของบางจากยังได้กล่าวว่าบริษัทมองว่าเรื่องสีเขียวคือเรื่องการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่แค่การทำ CSR หรือแม้แต่เรื่องของ ESG ซึ่งบริษัทคำนึงถึงเรื่องดังกล่าวนับตั้งแต่อดีต ที่มีการตั้งปั๊มน้ำมันตามสหกรณ์ต่างๆ มาแล้ว เป็นต้น

ขณะที่ในเรื่องของ Regenerate หรือที่บริษัทได้กล่าวถึงเรื่องการสรรค์พลังใหม่ๆ เพื่อการเดินทางอย่างยั่งยืน และพลังงานสะอาด ไปจนถึงพลังที่เติมให้กับชีวิตผ่านเครื่องดื่มต่างๆ และพลังแห่งความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมบรรเทาวิกฤตสภาวะภูมิอากาศ โดยมองกระบวนการธรรมชาติที่ยั่งยืน ทำให้มีการเปลี่ยนผ่านที่ดีขึ้น

ภาพจากบริษัท

นอกจากนี้บางจากเองยังมองถึงเรื่องความ ‘สมดุล’ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมดุลระหว่างมูลค่าในการดำเนินธุรกิจ และคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและสังคม สมดุลในการคำนึงถึงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการกำกับดูแลกิจการอย่างมีความรับผิดชอบ รักษาสมดุลระหว่างความท้าทายด้านพลังงาน

ปัจจุบันบางจากมีธุรกิจหลัก 5 ธุรกิจได้แก่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน กลุ่มธุรกิจการตลาด กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ รวมถึงกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2023 บริษัทมีรายได้รวม 252,250 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 14,210 ล้านบาท

ชัยวัฒน์ ยังมองถึงการเปลี่ยนผ่านไปยังนวัตกรรมสีเขียว เปรียบเหมือนใบไม้ใบไม้ใหม่  และบริษัทยังได้เปลี่ยน Vision Mission รวมถึง Core Value ของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาด้วย เพื่อสอดรับกับเรื่องดังกล่าว

นอกจากนี้บริษัทเองยังได้เปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ความยาว 5 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและลงมือทำตามความฝันของตน สะท้อนพลังและจิตวิญญาณที่ไม่หยุดนิ่งของบริษัทด้วย

ขณะที่เรื่องของการส่งต่อเรื่อง DNA ของความเป็นบางจากนั้น ชัยวัฒน์มองว่าเหมือนเป็นการซึมซับมาจากพนักงานต่างๆ และเขายังกล่าวว่าบางจากเป็นเป็นไม่กี่บริษัทที่มี KPI เกี่ยวกับด้าน ESG ให้กับพนักงานด้วย หรือให้พนักงานทำ CSR ในส่วนหนึ่งของการทำงานได้ เช่น การซื้อน้ำมันพืชจากเพื่อนบ้าน เพื่อที่จะเอาไปทำน้ำมันเครื่องบิน เป็นต้น

]]>
1451469
“บางจาก” ฟาดกำไรปี 65 พุ่ง 65% แตะ 1.26 หมื่นล้าน ทุบสถิติสูงสุดในประวัติการณ์ https://positioningmag.com/1420136 Tue, 21 Feb 2023 06:57:55 +0000 https://positioningmag.com/?p=1420136 บางจากฯ โชว์กำไรปี 65 พุ่ง 1.26 หมื่นล้านบาท โตขึ้น 65% จากปีก่อน สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท มาจากธุรกิจโรงกลั่น และธุรกิจต้นน้ำที่นอร์เวย์ ชี้ปีนี้ยังมีความท้าทายจากความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการกีดกันทางการค้า มั่นใจซื้อ “เอสโซ่” ช่วยยกระดับการดำเนินธุรกิจจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงของพลังงานและขยายการลงทุนไปสู่พลังงานแห่งอนาคต

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่า บริษัทได้สร้างสถิติใหม่ในปี 2565 ด้วยผลการดำเนินงานสูงสุดในรอบเกือบ 4 ทศวรรษนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา โดยมีรายได้จากการขาย และการให้บริการ 312,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57 จากปี 2564 คิดเป็นกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีค่าเสื่อมและการตัดจำหน่าย (EBITDA) 44,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 73 จากปีก่อน ส่งผลให้มีกำไรสำหรับงวดปี 2565 อยู่ที่ 12,575 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 65

โดยมาจากธุรกิจโรงกลั่นฯ และการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำที่นอร์เวย์ แสดงถึงความสำเร็จจากการขยายและปรับเปลี่ยนธุรกิจให้หลากหลายและสมดุล โครงสร้างองค์กรที่คล่องตัวและการขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติให้นำเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2565 ในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น

มีผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจมีดังนี้ คือ

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มี EBITDA รวม 17,864 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 91 เทียบกับปีก่อน โดยโรงกลั่นมีอัตรากำลังการผลิตสูงสุดในระดับ 123,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากปี 2564 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ฟื้นตัว ขณะที่อุปทานน้ำมันตึงตัวจากสงครามรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้ค่าการกลั่นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 9.81 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 4.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2564 มาเป็น 14.33 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2565 อย่างไรก็ดี มีการรับรู้ขาดทุนจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าและ Inventory Gain ลดลงเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ส่วนธุรกิจการค้าน้ำมันพบว่ามีการเติบโตต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีก่อน และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนของธุรกรรมกับคู่ค้าที่อยู่ภายนอกกลุ่มบริษัทบางจากมากขึ้น

กลุ่มธุรกิจการตลาด มี EBITDA รวม 2,909 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากปี 2564 ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายรวมเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของการบริโภคและการผลักดันด้านการตลาด อีกทั้งการเปิดประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 148 จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ มีส่วนแบ่งการตลาดผ่านสถานีบริการในปี 2565 อยู่ที่ร้อยละ 16.4 เทียบกับร้อยละ 16.2 ในปีก่อน และมีสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 1,343 สถานี และธุรกิจ Non-Oil ร้านกาแฟอินทนิลมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 1,002 สาขา

bangchak

กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) มี EBITDA รวม 6,400 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 จากปี 2564 จากการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท Star Energy Group Holdings Pte. Ltd. 2,031 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยผลการดำเนินงานปกติปรับเพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น 3 โครงการ ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 373 เมื่อเทียบกับปีก่อน

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ภายใต้การดำเนินงานโดยบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) มี EBITDA รวม 617 ล้านบาทในปี 2565 ปรับลดร้อยละ 67 จากปี 2564 ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายการพิเศษในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่วนการดำเนินงานโดยปกติปรับลดลงเนื่องจากธุรกิจเอทานอลมีปริมาณขายลดลงและธุรกิจไบโอดีเซลปริมาณขายลดลงจากการที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ประกาศปรับส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B10 เป็น B5 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและธุรกิจใหม่ มี EBITDA รวม 17,625 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 114 จากปี 2564 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกเงินลงทุนใน OKEA เป็นบริษัทย่อยตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2564 ทำให้ปี 2565 กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติรับรู้ EBITDA จาก OKEA เต็มปี ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานเฉพาะของ OKEA ปี 2565 EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 82 จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว และราคาขายก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก ส่วนปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปี 2564

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปี 2566 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายจากการที่ประเทศเศรษฐกิจหลักกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการกีดกันทางการค้า อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานในปี 2565 จะเป็นฐานที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทบางจากในการเดินหน้าต่อไป

โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ประกาศซื้อหุ้นและทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท เอสโซ่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ยกระดับการดำเนินธุรกิจและความเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จากพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงของพลังงานและขยายการลงทุนไปสู่พลังงานแห่งอนาคต รวมถึงต่อยอดธุรกิจปัจจุบัน หรือธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต โดยรักษาสมดุลที่ดีระหว่างความท้าทายด้านพลังงาน 3 ประการ คือ ความมั่นคงด้านพลังงาน การเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 อนุมัติให้นำเสนอจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2565 ในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2565 ในอัตรา 1.25 บาทต่อหุ้น จะรวมเป็นเงินปันผลที่จ่ายในปี 2565 ในอัตรา 2.25 บาทต่อหุ้น โดยวันให้สิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อรับสิทธิในการรับเงินปันผลเป็นวันที่ 7 มีนาคม 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 เมษายน 2566

]]>
1420136
บางจากประกาศซื้อกิจการ ESSO ได้มาร์เก็ตแชร์ปั๊มน้ำมันเป็น 25% คาดปิดดีลได้ครึ่งปีหลัง https://positioningmag.com/1415265 Thu, 12 Jan 2023 04:02:56 +0000 https://positioningmag.com/?p=1415265 บางจากประกาศเข้าซื้อกิจการของ ESSO ในประเทศไทย ทำให้มีเครือข่ายปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,100 สถานี ส่งผลทำให้บริษัทมีสัดส่วนในธุรกิจปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 25% นอกจากนี้ยังได้ธุรกิจโรงกลั่น รวมถึงเครือข่ายคลังน้ำมัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับบริษัทในอนาคต

บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 ได้มีมติเอกฉันท์อนุมัติการเข้าทำธุรกรรมและเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บมจ. เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) จาก ExxonMobil

ในช่วงเริ่มต้นของการซื้อกิจการนั้น BCP จะซื้อหุ้นในสัดส่วน 65.99% จาก ExxonMobil เป็นมูลค่า 20,188 ล้านบาท อิงราคาเบื้องต้นหุ้นละ 8.84 บาท และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง หลังจากทำธุรกรรมดังกล่าวแล้วเสร็จนั้นทางบางจากจะประกาศซื้อหุ้นอีก 34.01% ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือ

การลงทุนครั้งนี้ของบางจากที่จะได้มาคือโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการกลั่น 174,000 บาร์เรลต่อวัน เครือข่ายคลังน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศกว่า 700 แห่ง หลังจากการเข้าซื้อกิจการของ ESSO จะทำให้บางจากมีกำลังการกลั่นน้ำมันรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน และเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,100 แห่ง

ดีลดังกล่าวยังทำให้บางจากนั้นมีส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้นมาเป็น 25% จากเดิม 15% ซึ่งจะทำให้บางจากเป็นรองแค่ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เท่านั้น

สำหรับแหล่งเงินทุนในการเข้าซื้อกิจการนั้น ทาง BCP ชี้แจงว่าจะใช้เงินทุนหลากหลายช่องทางในการเข้าซื้อไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อจากสถาบันการเงิน รวมถึงกระแสเงินสดภายในบริษัท

โดยหลังจากการขายกิจการ ESSO ออกไปแล้วนั้นทาง ExxonMobil จะยังคงดำเนินธุรกิจนำเข้าผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและเคมีภัณฑ์ในประเทศไทยต่อไป

คาดว่าดีลในการซื้อหุ้นสัดส่วน 65.99% ทางบางจากและ ExxonMobil คาดว่าจะสามารถดำเนินการซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จได้สำเร็จภายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 ขึ้นอยู่กับหน่วยงานกำกับดูแลรวมถึงการอนุมัติของผู้ถือหุ้น ESSO หลังจากนี้

]]>
1415265
ส่องกลยุทธ์ “Bangchak Unique Design Station” ออกแบบเป็นเอกลักษณ์ สร้างจุดขายให้ “ต้องแวะมา” https://positioningmag.com/1395104 Fri, 05 Aug 2022 10:00:28 +0000 https://positioningmag.com/?p=1395104
  • ยุคนี้ลูกค้าไม่ได้เลือกเลี้ยวเข้าสถานีบริการน้ำมันใดจากเหตุผลด้าน “ฟังก์ชัน” เท่านั้น แต่ยังมีโจทย์เรื่อง “อารมณ์ความรู้สึก” อีกด้วย ทำให้ บางจากฯ เลือกวางกลยุทธ์หนึ่งที่เรียกว่า “Bangchak Unique Design Station” 
    • บางจากฯ ออกแบบสถานีบริการน้ำมันให้สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ผ่านธีม 6 สไตล์ จนเป็นที่จดจำของลูกค้า รวมถึงมองเป็นจุดหมายปลายทางที่ “ต้องแวะมา” 
    • หลังเริ่มพัฒนามา 5 ปี กลยุทธ์นี้ได้พิสูจน์ตนเองแล้วว่าสถานีบริการน้ำมันที่มีการดีไซน์โดดเด่นจะช่วยเร่งทราฟฟิกได้มากขึ้น 14-15% เทียบกับสถานีบริการน้ำมันรูปแบบปกติ

    ปี 2565 “บางจากฯ” มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศไทย และยึดตำแหน่งอันดับ 2 ของธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โดยมีมาร์เก็ตแชร์ 16.1% ตัวเลขนี้มีการเติบโตขึ้นมาจากปี 2560 ที่เคยมีมาร์เก็ตแชร์ 15.4% เพราะบางจากฯ วางกลยุทธ์หลายส่วนร่วมกันเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง      5 ปีที่ผ่านมา

    กลยุทธ์ดังกล่าวแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่

    1.Greenovative Products – ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม “น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่เหนือกว่าทั้งในด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการการันตีด้วยมาตรฐานยูโร 5 ทั้งในน้ำมัน Hi-Premium Diesel S และ น้ำมันบางจาก E20 S EVO ซึ่งได้รับเป็นรายแรกในเอเชียอีกด้วย

    2.Bangchak Unique Design Station – สถานีบริการน้ำมันที่ออกแบบสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 54 สาขาและมีแผนขยายเพิ่มเป็นกว่า 80 สาขา ในปี 65

    3.Non-oil Offerings – บริการที่มากกว่าน้ำมัน เช่น ร้านกาแฟอินทนิล ร้านมินิมาร์ท ร้านอาหารในรูปแบบ ร้านค้า ซุ้มขายอาหารและ ฟู้ดทรัค รวมถึงบริการด้านสินค้าไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เช่น ร้านอาหารและอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง บริการส่งสินค้าและพัสดุ นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการที่เกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ EV Charging Station และ Swapping Battery Station เป็นต้น

    4.Digital Experience – นำเทคโนโลยีมาสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากขึ้น เช่น บางจากแอปพลิเคชัน ที่มีฟีเจอร์แจ้งเตือนราคาน้ำมันและค้นหาปั๊ม ทั้งยังเป็นช่องทางติดต่อ แลกและโอนคะแนนสะสม พร้อมนำเสนอโปรโมชันต่างๆ ให้กับสมาชิกบางจาก รวมไปถึงมีบริการที่รองรับการชำระเงินแบบ Digital Payment  มากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ

    5.Green Sustainability – การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์น้ำมัน, สถานีบริการ รวมถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชนด้วยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรมาสมนาคุณลูกค้าผู้เติมน้ำมันบางจาก

    “ปั๊มจานบิน” สถานีบริการน้ำมันบางจากสาขาศรีนครินทร์ กม.14 ดีไซน์พิเศษในแบบ Modern

    ทั้งหมดนี้เมื่อมารวมกันอยู่ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ทำให้ที่นี่เป็น “Greenovative Destination” จุดหมายปลายทางของลูกค้า ที่มีจุดเด่นด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมความทันสมัย เป้าหมายคือเป็นสถานีบริการน้ำมันในใจของทุกเจนเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นเบบี้บูมเมอร์จนถึง Gen Z


    Bangchak Unique Design Station 6 สไตล์โดนใจลูกค้า

    ในกลยุทธ์ทั้งหมดนั้น มีส่วนหนึ่งที่ถือเป็นกุญแจสำคัญของการพลิกโฉมสถานีบริการน้ำมันบางจาก นั่นคือการ “ออกแบบ” ให้โดดเด่นกว่าที่เคยเป็น ปัจจุบันมี 54 สาขาทั่วไทย และตั้งเป้าจะเพิ่มเป็นกว่า 80 สาขาภายในปี 2565

    โจทย์ของการออกแบบนั้นเกิดจากการวิจัยพบว่า ยุคนี้คนรุ่นใหม่ต้องการสถานีบริการน้ำมันที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ออกแบบสวยงาม เพื่อให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้ เรียกได้ว่าเป็นดั่งคอมมูนิตี้ มอลล์ขนาดย่อมในชุมชน ตอบสนองทั้งด้าน “ฟังก์ชัน” ให้ประโยชน์ครบในการเดินทางมา พร้อมความสะดวกสบายจาก Digital Experience

    ในการให้บริการ และยังให้ด้าน “อารมณ์ความรู้สึก” ผ่อนคลายจิตใจหรือสร้างความประทับใจจากบรรยากาศที่ดีโดยรอบสถานีน้ำมัน

    สถานีบริการน้ำมันบรรยากาศใหม่สไตล์ “บ้านเอลฟ์” สาขาอินฟินิท เกษตร-นวมินทร์

    นั่นทำให้บางจากฯ เริ่มพัฒนาดีไซน์สถานีบริการน้ำมันแห่งใหม่ๆ ทั้งที่บริษัทลงทุนเองและที่ร่วมกับพันธมิตร บางแห่งนับได้ว่ากลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ของการท่องเที่ยว มีกระแสนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเพื่อเช็กอินระหว่างเดินทาง

    หลังพัฒนามา 5 ปี ทำให้ขณะนี้สถานีบริการน้ำมันบางจากมีการแบ่งรูปแบบดีไซน์เป็น 6 สไตล์ พร้อมไฮไลท์เด่นๆ ดังนี้

    • Modern – สไตล์ตกแต่งด้วยลุคล้ำสมัย เช่น สาขาศรีนครินทร์ กม.14 หลังคาจุดเติมน้ำมันรูปใบไม้ยักษ์ ใต้หลังคาเป็นวัสดุผิวมันคล้ายกระจก ออกแบบโดย “คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค”, สาขาวี เอส ปิโตรเลียม จ.นนทบุรี ออกแบบด้วยเส้นสายโครงเหล็กพ่นสีดำ แรงบันดาลใจจาก “จักรยาน”
    • Thai-inspired – สไตล์การตกแต่งจากมรดกวัฒนธรรมไทยท้องถิ่น เช่น สาขาลานอีสาน โคราช ใช้อิฐด่านเกวียนที่เป็นของดีท้องถิ่นในการตกแต่ง, สาขา จ.บุรีรัมย์ ตกแต่งผนังอาคาร โดยได้แรงบันดาลใจจากผ้าซิ่นตีนแดงที่เป็นสินค้าในท้องถิ่น
    • Western – สไตล์ตกแต่งแบบตะวันตก เช่น สาขาโกลด์รัช จ.ขอนแก่น ดีไซน์แบบอเมริกันยุคตื่นทอง
    • พร้อมห้องน้ำที่มีสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับอาคารทำเนียบขาว, สาขาสิริกรโกศล จ.ระยอง ตกแต่งแนวท่าเรือยุโรป สอดคล้องกับพื้นที่ที่อยู่ริมทะเล
    • Eastern – สไตล์ตกแต่งแบบตะวันออก เช่น สาขานาคสมบูรณ์สุข จ.ภูเก็ต ตกแต่งแบบตึกชิโนโปรตุกีส เข้ากับพื้นที่เมืองเก่าภูเก็ต, สาขาเลิศพัฒนาปิโตรเลียม จ.อุดรธานี ออกแบบตามรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน
    • Fantasy – สไตล์ตกแต่งแบบเหนือจริง เช่น สาขาอินฟินิท เกษตร-นวมินทร์ ออกแบบสไตล์บ้านเอลฟ์, สาขาศรีราชา จ.ชลบุรี ออกแบบสไตล์ปราสาทในเทพนิยาย มีร้านกาแฟอินทนิลบนเนินเขา

    Innovation – การออกแบบโดยใช้นวัตกรรมเพื่อแก้โจทย์ของที่ตั้ง เช่น สาขาสุขุมวิท 62 เป็นสถานีบริการน้ำมันแห่งแรกและแห่งเดียวของไทยที่ใช้ “ตู้จ่ายลอยฟ้า” เพราะเข้าออกได้จากถนน 2 ฝั่งทำให้ต้องออกแบบพิเศษให้รถสามารถเข้าถึงได้จากทุกทิศทาง และสาขาสุขุมวิท 101/2 ออกแบบสถานีเป็นวงกลมเพื่อจัดจราจรได้เร็วขึ้น มีต้นไม้ใหญ่ตรงกลางอาคารเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และอากาศบริสุทธิ์ให้สิ่งแวดล้อมและชุมชน

    ตัวอย่าง 6 รูปแบบของปั๊มน้ำมันบางจากและอาคารภายใน

    สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาสุขุมวิท 62 แห่งเดียวที่มีตู้จ่ายลอยฟ้า ตอบโจทย์การมีทางเข้าออกได้หลายทาง ประหยัดพื้นที่   ไม่ต้องกังวลว่าตู้จ่ายน้ำมันจะอยู่ฝั่งไหน


    ดีไซน์สวย มีทุกอย่างครบ ดึงลูกค้าเพิ่มได้กว่า 15%

    การพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน Bangchak Unique Design นั้น จะต้องมีการคัดเลือกทำเลที่มีที่ดินขนาดใหญ่อย่างน้อย 3-4 ไร่ ติดริมถนนใหญ่ และประเมินแล้วคาดว่าจะมีทราฟฟิกลูกค้าปริมาณมากพอที่จะลงทุน

    เหตุที่ต้องเป็นที่ดินขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะสถานีบริการน้ำมันดีไซน์พิเศษจะมาพร้อมกับฟังก์ชัน Non-oil Offerings ที่ค่อนข้างครบครัน เช่น ร้านกาแฟอินทนิล  ร้านสะดวกซื้อ อาทิ Mini BigC, Tops supermarket, FamilyMart  ร้านอาหาร อาทิ ครัวต้นข้าว, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อซาหลักเก้า, โอซาว่าราเมน, บริการส่งพัสดุ, EV Charging Station, Swapping Battery Station สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Winnonie)  และปัจจุบันบางจากฯ ยังมีแบรนด์พาร์ทเนอร์ชื่อดังจำนวนมาก เช่น ชานมไข่มุก Dakasi, KFC, Subway, Gateaux House, Kanom, Milk Land, ผัดไทไฟทะลุ ที่พร้อมพิจารณาลงเช่าพื้นที่

    การลงทุน Bangchak Unique Design Station นั้นจะสูงกว่าปกติประมาณ 15-20% ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนเหล่านี้คือ การได้ทราฟฟิกลูกค้ามากขึ้นถึงกว่า 15% และทำให้การคืนทุนรวดเร็วขึ้นกว่าปกติ  รวมถึงแรงดึงดูดต่อพาร์ทเนอร์ร้านค้าที่จะเข้ามาจับจองพื้นที่ขายก็จะมีมากขึ้นด้วย

    บางจากฯ ระบุว่า จากการทยอยพัฒนา Bangchak Unique Design Station มาตลอด 5 ปี ทำให้ดีลเลอร์พันธมิตรรายอื่นเห็นความสวยงาม และประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง การขยายสาขาแนวใหม่ร่วมกันจึงมีโอกาสมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผู้บริโภคจะได้เห็นสถานีบริการน้ำมันบางจากดีไซน์พิเศษอีกหลายสาขาทั่วประเทศ  โดยเฉพาะในโซนภาคเหนือและภาคใต้ที่กำลังจะเปิดให้บริการรออวดดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับลูกค้าได้แวะชม เร็วๆ นี้

    ]]>
    1395104