DJSI – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 21 Feb 2024 04:10:57 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ยืนหนึ่งยั่งยืนระดับโลก “เซ็นทรัลพัฒนา” คว้าที่ 1 DJSI World 2023 คะแนนสูงสุดจาก 299 บริษัทอสังหาฯ ทั่วโลก https://positioningmag.com/1463292 Wed, 21 Feb 2024 04:00:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1463292

ตัวจริง! บริษัทฯ ไทยสร้างชื่อระดับโลก สำหรับ “เซ็นทรัลพัฒนา” ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทย และผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ได้ตอกย้ำความแข็งแกร่งขึ้นแท่นเบอร์ 1 องค์กรยั่งยืนระดับโลก โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) สูงสุดเป็นอันดับ 1 ระดับโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Management& Development) จากการประกาศผล Sustainability Yearbook 2024 โดยS&P Global

นับว่าเซ็นทรัลพัฒนาติดอันดับเป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีโลก (DJSI World) ในหมวดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (DJSI Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10และเป็นสมาชิกของ S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6


เบอร์หนึ่งยั่งยืนระดับโลก…ความภูมิใจของทุกคน

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า

“เซ็นทรัลพัฒนา เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าองค์กรสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยการได้รับคัดเลือกให้อยู่ในดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ DJSI มาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นความภาคภูมิใจของเซ็นทรัลพัฒนาทั้งในฐานะที่เป็นตัวแทนของบริษัทคนไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ รวมถึงสะท้อนนโยบายและแนวทางของประเทศไทย ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนในทุกๆ ด้าน

“การได้รับรางวัลผู้นำอันดับหนึ่ง DJSI World 2023 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี้ นับเป็นรางวัลของประเทศ…ของทุกคน จากผลลัพธ์ความมุ่งมั่นของพนักงาน และความร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งผู้เช่า คู่ค้า และซัพพลายเออร์ จึงขอขอบคุณทุกความพยายามที่ร่วมกันเสริมสร้างผลการดำเนินงานขององค์กรในด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง”

ดัชนี Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) เป็นดัชนีที่คัดเลือก “หุ้นยั่งยืนระดับโลก” เป็นดัชนีหลักทรัพย์ของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีความโดดเด่นในการทำธุรกิจ และคำนึงถึงประเด็นเรื่องความยั่งยืนเป็นหลัก โดยผ่านการประเมินความยั่งยืนรายปี จัดอันดับโดย S&P Global ตามตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกให้การยอมรับและใช้เป็นข้อมูลในการลงทุนที่มีผู้ลงทุนสถาบันและกองทุนต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจลงทุนคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2023 มีบริษัททั่วโลกเข้าร่วมการประเมิน 9,400 แห่ง

การได้รับจัดอันดับเป็นเบอร์ 1 ของโลกก็ไม่ได้มาง่ายๆ เซ็นทรัลพัฒนา ได้ดำเนินธุรกิจที่ด้วยกลยุทธ์หลักที่สำคัญ คือการสร้าง Sustainable Ecosystem ที่แข็งแกร่ง โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Customer-Centric เพื่อตอบโจทย์ความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า และให้ความสำคัญกับพันธมิตรทุกฝ่ายร่วมมือกันเป็น Partner Champions ให้คู่ค้าเติบโตไปด้วยกัน ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาก้าวสู่อันดับ 1 ของโลกด้านความยั่งยืน ผ่านความสำเร็จของเป้าหมาย 3 ด้าน ดังนี้

  1. Planet : Journey to NET Zero 2050

ด้วยความมุ่งมั่นดำเนินตามเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็น ‘ศูนย์’ เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เซ็นทรัลพัฒนาจึงพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวทางอาคารประหยัดพลังงาน หรือ Green Building ทำให้ที่ผ่านมาได้รับรางวัล Thailand Energy Awards แล้วจำนวน 45รางวัล รางวัล MEA Energy Awards 17 รางวัล รางวัลระดับอาเซียน Asean Energy Awards 13รางวัล และได้รับการรับรองประกาศนียบัตรLeadership in Energy & Environmental Design (LEED) อีก 3 อาคาร ซึ่งล่าสุดได้รับการรับรองLEED ระดับ ‘Gold’ ที่ centralwOrld Offices ด้วยกระบวนการออกแบบบูรณาการ ซึ่งผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ประกอบกับมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และจัดการขยะ

ส่งผลให้มีการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยรวมได้ 19.3% เมื่อเทียบกับปี 2019นอกจากนี้ ยังขยายการติดตั้ง Solar Rooftop บนอาคารศูนย์การค้ารวม 26 แห่ง จัดตั้งจุดรีไซเคิลถาวรและหมุนเวียน15 แห่ง ให้ชุมชนมีโอกาสได้ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม จัดการขยะตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะฝังกลบได้กว่า 31,000 ตัน รวมถึง ติดตั้ง EV Charging Station ในศูนย์การค้า 40 แห่ง 19 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกว่า 400 ช่องจอด โดยเซ็นทรัลพัฒนายังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ตามแนวทาง Science Based Targets initiativeหรือ SBTi

  1. People : ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนทั่วประเทศ (Local Wealth)

สร้างศูนย์กลางของชุมชนในการสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการสนับสนุนพื้นที่ขายสินค้าให้ชุมชน เกษตรกร SMEs เช่น โครงการหลวง ตลาดจริงใจฟาร์เมอร์มาร์เก็ต สินค้า OTOP สร้างรายได้รวมมูลค่า 411 ล้านบาท และ สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ด้านสาธารณสุข กีฬา ศิลปวัฒนธรรม ศูนย์บริการหนังสือเดินทาง หน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ และศูนย์รับบริจาคโลหิตถาวรระดับจังหวัด รวม 15 ล้านซีซีรวมกว่า1,650 กิจกรรมของศูนย์การค้า พร้อมสนับสนุนท้องถิ่นผ่านการจัดซื้อ จัดจ้างอีกกว่า 5,300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังสร้าง ‘Sustainable Tourism Ecosystem’ ผ่านแคมเปญ “GO LOCAL, LOVE LOCAL” ผลักดันการท่องเที่ยวของไทยทั่วประเทศ เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

  1. Place : Synergy for new solutionsผนึกกำลังพันธมิตรคู่ค้า และร้านค้าเพื่อยกระดับการใช้ชีวิตแบบครบวงจร

Retail-led Mixed-use development อำนวยความสะดวกสบาย และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้ผู้คนในระดับภูมิภาคของประเทศ โดยให้บริการสาธารณะแก่ชุมชนรวมกว่า 4 ล้านคนในปีที่ผ่านมา ด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบบนพื้นฐานการกำกับดูแลที่ดีมีจรรยาบรรณ ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน เคารพสิทธิมนุษยชน และให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างจริงจัง มีมาตรการจัดการความเสี่ยง มาตรการความปลอดภัย การรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ยังวางแผนลงทุนต่อเนื่อง 5 ปี ด้วยมูลค่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 120,000 ล้านบาท ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับความเจริญแก่ชุมชนท้องถิ่น ด้วยความมุ่งมั่นสร้างคุณค่าสู่สังคมผ่านกระบวนการทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนในระยะยาว นำไปสู่การยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีและพัฒนาความยั่งยืนให้แก่ผู้คนในประเทศอย่างแท้จริง

#CentralPattana #Imaginingbetterfuturesforall #centralwOrld #เซ็นทรัลพัฒนา #เซ็นทรัลเวิลด์

]]>
1463292
ฐาปน สิริวัฒนภักดี ตอกย้ำผู้นำองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับโลก ครองคะแนนสูงสุด DJSI โลก 4 ปีซ้อน https://positioningmag.com/1362075 Tue, 16 Nov 2021 04:00:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1362075 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำเครื่องดื่มครบวงจรที่มั่นคง และยั่งยืน ของภูมิภาคอาเซียน Stable and Sustainable ASEAN Leader ด้วยการครองคะแนนสูงที่สุดในโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของโลก จากการจัดโดย S&P Global เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (The Dow Jones Sustainability Indices-DJSI) มาอย่างต่อเนื่อง โดยไทยเบฟ ได้รับคะแนนสูงสุดจากการประเมินด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ประจำปี 2564 (Corporate Sustainability Assessment 2021) เป็นปีที่ 4 ต่อเนื่อง และได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกของประเภท กลุ่มดัชนีโลก (World Index) เป็นปีที่ 5 และเป็นสมาชิกของกลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets Index) เป็นปีที่ 6 สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งขององค์กรต้นแบบในการดำเนินธุรกิจ ที่ใส่ใจด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่นำความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ระดับโลก ด้วยศักยภาพความพร้อมที่แข็งแกร่ง สู่ PASSION2025 ไปพร้อมกับการ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” (Creating and Sharing the Value of Growth)

ไทยเบฟ มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการธุรกิจ และดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือสังคม ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานใน 5 มิติหลักคือ การศึกษา สาธารณสุข กีฬา ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชน ที่ได้สร้างผลลัพธ์ความสำเร็จการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม และมีการติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยยังตระหนักถึงความสำคัญของหลักการบริหารจัดการและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจทุกภาคส่วน ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล (Good governance)

สอดคล้องกับจรรยาบรรณของบริษัทที่มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ มาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่จะบรรลุตามวิสัยทัศน์ขององค์กรได้อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการต่างๆ อาทิ การผสานสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันดูแล และอนุรักษ์แหล่งน้ำ รวมถึงการดูแลชุมชนให้สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดในการอุปโภค และบริโภค เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการประเมินความยั่งยืนของน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน โครงการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และดูแลแหล่งน้ำร่วมกับชุมชน

การดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ปกป้อง และรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ด้วยการนำขวดพลาสติกบรรจุเครื่องดื่มหลังการบริโภคมาผลิตเป็น เม็ดพลาสติกรีไซเคิลหรือ Recycled PET นำมาผลิตเป็นผ้าห่มในโครงการ ไทยเบฟรวมใจต้านภัยหนาวด้วยนวัตกรรม Eco Friendly Blanket ที่สามารถช่วยลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต และยังช่วยลดปริมาณขยะจากขวดพลาสติกได้มากถึง 7.6 ล้านขวดต่อปี โดยสามารถผลิต “ผ้าห่มผืนเขียวรักษ์โลก” ได้มากถึงปีละจำนวน 200,000 ผืน ทำให้สามารถนำขยะจากขวดพลาสติกกลับสู่ระบบรีไซเคิลได้สำเร็จแล้วจำนวน 15.2 ล้านขวดจากการดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2

นอกจากนี้ ไทยเบฟ ยังเป็นผู้ริเริ่มแพลตฟอร์มการทำงานในอีกหลายโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง อาทิ มูลนิธิพลังน้ำใจไทย มูลนิธิสถาบันพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย Thailand Supply Chain Network (TSCN) หรือภาคีเครือข่ายธุรกิจห่วงโซ่อุปทานแห่งประเทศไทย ฯลฯ การเป็นผู้ริเริ่มการจัดงาน Thailand Sustainability Expo (TSX) ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” ที่ตอกย้ำการสร้างพลังความร่วมมือครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทยที่ร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินงานภายใต้แนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืน

และแม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไทยเบฟได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ (ThaiBev Covid-19 Situation Room (TSR)) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการติดตามข่าวสาร และดำรงความต่อเนื่องทางธุรกิจของกลุ่มไทยเบฟ ให้สามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่องเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ไปพร้อมกับใส่ใจด้วยการส่งความห่วงใยและให้การช่วยเหลือสังคม พันธมิตรทางธุรกิจ และพนักงาน ให้ก้าวข้ามสถานการณ์ โควิด-19 ไปด้วยกัน จึงได้มีหน่วยงานที่อาสาไปทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวมทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการสนับสนุนทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ และประสานความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์ครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากแอลกอฮอล์ หน้ากาก Surgical Mask หน้ากาก N95มอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มคุ้มครองการติดเชื้อ (COVID-19) ให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศรวมถึงพนักงาน คู่ค้า เอเย่นต์ในกลุ่มไทยเบฟครอบคลุมทั่วประเทศ มอบตู้แช่จัดเก็บวัคซีนโควิด-19 ให้กับสถานพยาบาล 10 จังหวัดหลักทั่วประเทศ รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ สนับสนุนน้ำดื่ม อาหาร และผลิตภัณฑ์ในเครือ รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์ตรวจโควิด และศูนย์ฉีดวัคซีน ฯลฯ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับทางภาครัฐ

จากการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งในการบริหารจัดการด้านธุรกิจ และการดำเนินโครงการต่างๆ ในการช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพความพร้อมที่แข็งแกร่งทางธุรกิจในทุกมิติควบคู่ไปกับการ “สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต” อย่างยั่งยืน สู่กลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานที่สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของการเป็นต้นแบบของผู้นำองค์กรในด้านความยั่งยืนระดับโลก

]]>
1362075
ไทยเบฟ ครองอันดับ 1 DJSI อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม 3 ปีซ้อน ยกระดับความยั่งยืน นำความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ระดับโลก https://positioningmag.com/1306027 Sat, 14 Nov 2020 03:23:14 +0000 https://positioningmag.com/?p=1306027

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (The Dow Jones Sustainability Indices -DJSI) ประเภทกลุ่มดัชนีโลก (World Index) และประเภทดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Index) ประจำปี 2563 และได้รับการจัดอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ทำให้ปีนี้ไทยเบฟ ได้รับการคัดเลือกและจัดลำดับให้เป็นสมาชิกของ DJSI World Index เป็นปีที่ 4 และ DJSI Emerging Market Index เป็นปีที่ 5

ไทยเบฟ มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy – SEP) ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนพร้อมทั้งยึดถือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติมาปรับใช้เป็นแนวทางในการกำหนดเป้าหมาย และเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงการดำเนินธุรกิจด้วยการสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตสู่สังคมไทย ด้วยการคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มจากการอนุรักษ์น้ำและทรัพยากรธรรมชาติไปจนถึงกระบวนการผลิตที่คำนึงความพอเพียง และยังมีอีกหลากหลายกิจกรรมที่สร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมไทยโดยรวม นับเป็นการสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต ทั้งหมดนี้เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กรที่มุ่งไปสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ใส่ใจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับโลก

ตลอดระยะเวลาบนเส้นทางธุรกิจเครื่องดื่ม ไทยเบฟให้ความใส่ใจในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความยั่งยืน ทั้งด้าน สิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงเศรษฐกิจ สำหรับไทยเบฟ การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะส่งผลสำเร็จทางธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การจัดซื้อจัดหา ไปจนถึงการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ไทยเบฟนำเทคโนโลยีทางด้านดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจแทบทุกกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินความยั่งยืนด้านน้ำ การบริหารจัดการกระบวนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาบุคลากร คู่ค้าและพันธมิตรของไทยเบฟ

ในปีนี้ไทยเบฟยังต่อยอดแนวทางการสร้างความยั่งยืนผ่านการสร้างแพลตฟอร์ม “Thailand Sustainability Expo (TSX) 2020” ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญขององค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนของประเทศไทยที่มาร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน  เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้ร่วมงานเกิดแรงบันดาลใจในการร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ถือเป็นโอกาสที่ทุกคนมาช่วยกันผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยกัน เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อโลกตามแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”

ทั้งหมดนี้ เป็นการตอกย้ำความพร้อมถึงศักยภาพความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการในทุกช่วงเวลาอันมีค่าของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคมผ่านโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่องตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต ยกระดับความยั่งยืน นำความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ระดับโลก

]]>
1306027