Internet – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 16 Nov 2023 11:47:23 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เร็วสุดในโลก! ‘จีน’ เปิดตัวอินเทอร์เน็ตความเร็ว 1.2 เทราบิต โหลดหนัง 150 เรื่องได้ใน 1 วินาที https://positioningmag.com/1451972 Thu, 16 Nov 2023 03:49:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1451972 อย่างที่รู้กันว่า จีน ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก ในขณะที่ปัจจุบันทั่วโลกกำลังใช้งาน 5G แต่จีนก็พร้อมจะดัน 6G ไว้ใช้งานภายในไม่กี่ปีข้างหน้าแล้ว ล่าสุด จีนก็ได้เปิดตัวสิ่งที่เรียกว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ทันสมัยที่สุดในโลก ซึ่งมีความเร็วกว่าเครือข่ายปัจจุบันหลายเท่า

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเคยคาดการณ์ไว้ว่าอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่ความเร็วในการส่งข้อมูลระดับ 1 เทราบิต (หรือ 1,000 กิกะบิต) จะเกิดขึ้นภายในปี 2025 หรืออีก 2 ปีจากนี้ แต่ล่าสุด จีน ได้เปิดตัวเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่สามารถส่งข้อมูลได้เร็วถึง 1.2 เทราบิตต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าโครงข่ายหลักของหลาย ๆ ประเทศมากกว่า 10 เท่า หรือเช่น สหรัฐอเมริกา มีความเร็วที่ 400 กิกะบิตต่อวินาที ทั้งที่เพิ่งเสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต

“ความเร็วดังกล่าวเร็วพอที่จะถ่ายโอนข้อมูลจากภาพยนตร์ 150 เรื่องในหนึ่งวินาที” หวัง เล่ย รองประธานของหัวเว่ย กล่าว

สำหรับความสำเร็จในการพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยชิงหัว, บริษัทไชนาโมบายล์ (China Mobile), บริษัทหัวเว่ย (Huawei Technologies) และ โครงข่ายเพื่อการศึกษาและการวิจัยของจีน (Cernet) โดยเครือข่ายใหม่นี้จะทำงานบน สายเคเบิลใยแก้วนำแสงความยาว 3,000 กิโลเมตร ระหว่างปักกิ่ง อู่ฮั่น และกว่างโจว ซึ่ง 3 เมืองนี้จะสามารถส่งข้อมูลในระดับความเร็ว 1.2 เทราบิตได้

ทั้งนี้ เครือข่ายใหม่นี้ได้เริ่มใช้งานจริงมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนนี้ โดยอินเทอร์เน็ตที่แข็งแกร่งและเร็วกว่านั้นจะสร้างความได้เปรียบในทางธุรกิจอย่างมาก เพราะการถ่ายโอนข้อมูลที่เร็วขึ้น อาจนำไปสู่ความได้เปรียบในการซื้อขายหุ้น และผลกระทบด้านความมั่นคงของชาติอื่น ๆ

Source

]]>
1451972
อินโดนีเซียบล็อก PayPal และอีกหลายบริการ หลังไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ของรัฐบาล https://positioningmag.com/1394391 Sun, 31 Jul 2022 13:42:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1394391 รัฐบาลอินโดนีเซียได้สั่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบล็อกบริการออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น PayPal Yahoo หรือแม้แต่ Steam หลังจากบริการเหล่านี้ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ที่ได้ขีดเส้นตายต้องลงทะเบียนแพลตฟอร์มกับรัฐบาลภายในวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจากต่างประเทศที่ถือว่าเป็น “ผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัว” ต้องลงทะเบียนกับรัฐบาลภายใต้ข้อกฎหมาย MR5 นี้นั้นรัฐบาลสามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้เฉพาะราย และขอให้ลบข้อมูลหรือเนื้อหาที่รบกวนความสงบเรียบร้อยหลังจากที่ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลภายใน 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ดี เจ้าของแพลตฟอร์มหลายรายจะต้องลงทะเบียนบริษัทให้เข้ากับข้อกฎหมาย MR5 ภายในวันที่ 27 ก.ค. แต่หลายบริษัทจากต่างประเทศเองกลับไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด โดยหลายบริษัทได้ลงทะเบียนกับรัฐบาลภายใต้ข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น Apple Microsoft Google Amazon TikTok Twitter Netflix รวมถึง Spotify ด้วย

การบล็อกบริการออนไลน์ต่างๆ จะทำให้ประชาชนชาวอินโดนีเซียไม่สามารถใช้บริการจ่ายเงิน หรือแม้แต่เล่นเกมออนไลน์ได้ แต่ล่าสุดสำนักข่าว Reuters ได้รายงานว่ารัฐบาลอาจปล่อยให้ประชาชนสามารถใช้บริการ PayPal ได้ 5 วันทำการ หลังถูกแรงกดดันจากประชาชน และตัวแทนของรัฐบาลได้กล่าวว่าไม่มีการติดต่อจากแพลตฟอร์มจ่ายเงินรายนี้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี มูลนิธิพรมแดนอิเล็กทรอนิกส์ (EFF) กลับมองว่าข้อกฎหมาย MR5 นั้นละเมิดสิทธิมนุษยชน เนื่องจากผู้ให้บริการจะถูกทำให้อยู่ในการควบคุมของรัฐบาลอินโดนีเซีย และถ้าหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวนี้ก็อาจไม่สามารถให้บริการได้

ที่มา – The Verge, The Jakarta Post

]]>
1394391
รู้จัก ‘Web3’ อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่ ‘อีลอน มัสก์’ ซัดว่าเป็น ‘ศัพท์การตลาด’ ไม่มีทางเกิดจริง https://positioningmag.com/1368354 Wed, 22 Dec 2021 14:24:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1368354 หลายคนที่รู้จักกับ Cryptocurrency หรือ Bitcoin ก็คงต้องรู้จักกับ บล็อกเชน (Blockchain) เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่ง Blockchain นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีแนวคิดทำในการสร้างระบบที่ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางอีกต่อไป เนื่องจากเป็นการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ เช่นเดียวกับ Web3 หรืออนาคตของโลกอินเทอร์เน็ตแบบกระจายอำนาจโดยอิงจากบล็อกเชน

รู้จัก Web3

ก่อนจะไปรู้จักกับ Web3 เรามารู้จักกับ Web1 และ Web2 กันก่อน โดย Web1 ทำหน้าที่ให้ข้อมูลในรูปแบบสื่อสารทางเดียว (One Way Communication) หรือ Static Web โดยผู้ใช้งานไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ มีเพียงเจ้าของเว็บหรือผู้ผลิตข้อมูลป้อนไว้เท่านั้นที่จะนำเสนอและอัปเดต-แก้ไขเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ

เนื่องจากข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ในปี 2000 ก็ได้ถือกำเนิดเป็น Web2 ที่ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นง่ายกว่าเดิม และทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ในโลกเสมือนจริงที่มากขึ้นกว่าเดิม เริ่มมีการพัฒนาทั้งระบบการค้นหาของ Google ต่อมาก็ก่อเกิดชุมชนออนไลน์อย่าง Facebook และจากนั้นก็เป็นยุคทองของเหล่า Tech Company ซึ่ง Web2 ก็คืออินเทอร์เน็ตที่เราใช้กันจนทุกวันนี้

สำหรับ Web3 จะเป็นอินเทอร์เน็ตที่กระจายอำนาจโดยใช้บล็อกเชน เนื่องจาก Web1 และ Web2 มีการรวมศูนย์มากเกินไป และอยู่ในกำมือของบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เช่น Google ของ Alphabet, Amazon, Apple และ Meta บริษัท แม่ Facebook ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้รวบรวมข้อมูลและเนื้อหาจำนวนมหาศาลที่แบ่งปันบนอินเทอร์เน็ต

โดยแนวคิดของ Web3 คือ อินเทอร์เน็ตที่ชาวเน็ตจะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลของตนเอง จะมีการบันทึกในทุกกิจกรรมของผู้ใช้งานในรูปแบบของบล็อกเชนโดยที่ข้อมูลดังกล่าวเหล่าบริษัทใหญ่ไม่ได้เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป โดยข้อมูลทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตอยู่ภายใต้การจัดเก็บและการจัดการแบบรวมศูนย์ผ่าน Server ที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ AI มาใช้อีกด้วย

Photo : Pixabay

มัสก์สับเป็นแค่ ศัพท์ทางการตลาด

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของเทสลา ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับ Web3 ว่า เป็น ศัพท์ทางการตลาดมากกว่าที่เป็นความจริง

“ผมไม่ได้บอกว่า web3 จะไม่เกิดขึ้นจริง แต่มันดูเหมือนคำศัพท์ทางการตลาดมากกว่าที่จะเกิดขึ้นจริงในตอนนี้ แค่สงสัยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรในอีก 10, 20 หรือ 30 ปี ซึ่งมันฟังดูล้ำยุคมาก”

และวันวันต่อมา อีลอน มัสก์ก็ได้ทวิตว่า “มีใครเห็น web3 บ้างไหม? ผมหาไม่เจอ”

ต่อมา แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ร่วมก่อตั้งทวิตเตอร์ (Twitter) ที่เพิ่งประกาศลงจากเก้าอี้การเป็นซีอีโอทวิตเตอร์มาหมาด ๆ ได้ทวิตตอบโต้ว่า “มันอยู่ที่ไหนสักแห่งระหว่าง a และ z” หรือสื่อเป็นนัย ๆ ว่า Web3 อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทุน a16z กองทุนของบริษัท Andreessen Horowitz ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน Facebook รุ่นแรกและปัจจุบันเป็นผู้สนับสนุน Web3

ก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เห็น Web3 เมื่อไหร่ และยังไม่แน่ว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริงไหม เพราะไม่ใช่แค่ Web3 ที่ถูกขนานนามว่าเป็นอนาคตใหม่ของอินเทอร์เน็ต แต่ยังมี Metaverse หรือ โลกเสมือน ที่กำลังพูดถึงอย่างมาก หรือโลกของอินเทอร์เน็ตในอนาคตอาจเป็นการผสมผสานของ Web3 กับ Metaverse ก็เป็นได้

]]>
1368354
นิด้าเผยคนไทยใช้เน็ตบนมือถือไม่เคยพอ เน็ตปรับลดสปีด ปัญหาใหญ่-โปรเสริมไม่เคลียร์ https://positioningmag.com/1116008 Thu, 09 Feb 2017 15:58:37 +0000 http://positioningmag.com/?p=1116008 คนไทยใช้เน็ตบนมือถือพุ่ง นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นพฤติกรรมการใช้เน็ตบนมือถือ ชี้กว่าครึ่งคนไทยไม่เข้าใจแพ็กเกจ ‘ใช้เน็ตได้ไม่อั้น’ ผู้ใช้บริการแบบรายเดือน เจอปัญหาใหญ่ ‘เน็ตปรับลดสปีด’ ขณะที่ ผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน รู้ไม่เท่าทันข้อจำกัด ’โปรเสริม’

จากอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จนมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนไทย ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” จึงทำการสำรวจความคิดเห็นพฤติกรรมการใช้เน็ตบนมือถือ ในกลุ่มตัวอย่างคนไทยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,529 คน ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2560 เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อผู้บริโภคมากขึ้น

โดยพบว่าปัญหาหลักที่พบจากการใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตทางมือถือ เป็นเรื่องความต้องการการใช้อินเทอร์เน็ตมีมากกว่าแพ็กเกจที่ทางผู้ให้บริการเสนอขายอยู่ คิดเป็นร้อยละ 43.99

รองลงมาคือเรื่องราคาของแพ็กเกจสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตให้เพียงพอกับความต้องการใช้ได้ คิดเป็นร้อยละ 36.01 และแพ็กเกจของผู้ให้บริการมีความซับซ้อน เข้าใจยาก บางครั้งจึงได้ในสิ่งที่ไม่ตรงตามความต้องการ คิดเป็นร้อยละ 28.47

จากสองอันดับแรก นับได้ว่าร้อยละ 80.00 ของกลุ่มตัวอย่างมีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตพุ่งสูงเกินกว่าแพ็กเกจที่ผู้ให้บริการนำเสนอขายในปัจจุบัน

ใช้เน็ตบนมือถือต่อวัน

โดยผลสำรวจระยะเวลาการใช้งานเน็ตบนมิอถือ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง ใช้เวลา 1 – 2 ชั่วโมงต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 24.72 ซึ่งมากที่สุด รองลงมา ใช้เวลามากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 21.91 และใช้เวลา 2 – 3 ชั่วโมงต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 19.23 ตามลำดับ

85% ใช้ส่งไลน์-เฟซบุ๊ก-ไอจี

วัตถุประสงค์ในการใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ พบว่า ส่วนใหญ่ใช้เพื่อพูดคุยติดต่อกับบุคคลที่รู้จัก คิดเป็นร้อยละ 85.61 โดยผ่าน Line Facebook และ Instagram ตามลำดับ

รองลงมา คือ โพสต์ข้อความ/รูปภาพ คิดเป็นร้อยละ 63.90 โดยผ่าน Facebook Instagram และ Line ตามลำดับ และติดตามข่าวสารทั่วไป เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม กีฬา คิดเป็นร้อยละ 55..79 ตามลำดับ

สับสนแพ็กเกจใช้ไม่อั้น

เมื่อสอบถามถึงความเข้าใจเกี่ยวกับแพ็กเกจแบบ ‘ใช้ได้ไม่อั้น’ หรือ ‘Unlimited’ ร้อยละ 49.05 เข้าใจว่า เมื่อใช้อินเทอร์เน็ตจนถึงจุดหนึ่งที่กำหนดไว้ในแพ็กเกจ อินเทอร์เน็ตจะถูกปรับลดความเร็ว แต่ยังใช้ต่อไปได้

ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของกลุ่มสำรวจ ขณะที่ร้อยละ 35.45 ที่เข้าใจว่าสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัด ด้วยความเร็วที่ดีที่สุดของเครือข่ายมือถือนั้น และอีกร้อยละ 15.30 เข้าใจว่า สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัด ตามจำนวนวันที่ซื้อ

เมื่อสำรวจเจาะลึกถึงปัญหาของผู้ใช้บริการแบบรายเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เน็ตได้ไม่อั้น พบว่าปัญหาใหญ่ของกลุ่มนี้ คือ ‘เน็ตปรับลดสปีด’ ร้อยละ 40.25 อินเทอร์เน็ตจะถูกปรับลดสปีด ทำให้วิ่งช้าลง เมื่อการใช้งานผ่านไประยะหนึ่ง รองลงมา ร้อยละ 35.17 จำนวนอินเทอร์เน็ตที่ให้มาตามแพ็กเกจ ไม่เคยใช้พอ และร้อยละ 21.89 ค่าโทรที่ให้มาตามแพ็กเกจ ไม่เคยใช้พอ

รู้ไม่เท่าทันโปรเสริม

ด้านผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน พบว่า ร้อยละ 41.18 เจอปัญหาโปรเสริมมีข้อจำกัดมากมาย บางครั้งไม่สามารถรู้เท่าทัน จึงทำให้เสียเงินไปในสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือได้จำนวนเน็ตหรือโทรที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ รองลงมา ร้อยละ 26.66 โปรเสริมมีมากมาย ซับซ้อน ยุ่งยาก ไม่เข้าใจรายละเอียดในการใช้งาน และร้อยละ 20.45 ยอดเงินที่เติมหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

ทั้งนี้ระดับความพึงพอใจต่อแพ็กเกจในอุปกรณ์พกพาเคลื่อนที่ จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน มีความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.52 คะแนน และผู้ใช้บริการแบบรายเดือน มีความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.67 คะแนน สำหรับข้อเสนอแนะ หรือวิธีการแก้ไขปรับปรุงเกี่ยวกับแพ็กเกจแบบรายเดือน หรือแพ็กเกจแบบเติมเงิน พบว่า ร้อยละ 28.38 สัญญาณอินเทอร์เน็ตควรมีความเร็วสม่ำเสมอ ร้อยละ 16.59 ควรปรับปรุงสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้มีความเสถียร และร้อยละ 15.72ควรเพิ่มจำนวนชั่วโมงเน็ตที่เยอะขึ้นแต่ราคาแพ็กเกจถูกลง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐฐา วินิจนัยภาค ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ระบุว่า “ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาที่แท้จริงของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ ซึ่งความสับสนเกี่ยวกับแพ็กเกจแบบใช้ได้ไม่จำกัด เป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้ให้บริการต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง หรือออกแพ็กเกจที่ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น ผู้ใช้บริการรายแบบเดือนประสบปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพและปริมาณของสัญญาณทั้งอินเทอร์เน็ตและการโทร ขณะที่ผู้ใช้บริการแบบเติมเงินประสบปัญหาเกี่ยวกับโปรโมชั่นเสริมและยอดเงินเป็นหลัก

惵‘°√√¡°“√„™ÈÕ‘π‡µÕ√χπÁµ

惵‘°√√¡°“√„™ÈÕ‘π‡µÕ√χπÁµ

]]>
1116008
เผยคนรุ่นใหม่ไทยใช้งานดิจิทัลมากสุดใน 7 ประเทศ https://positioningmag.com/1096260 Mon, 04 Jul 2016 00:45:46 +0000 http://positioningmag.com/?p=1096260 คนไทย นิยมโทรผ่านอินเทอร์เน็ตและวิดีโอคอลเพิ่มต่อเนื่อง เพียง 3% กล่าวว่ายังไม่เคยใช้งาน 22% ของคนไทยช้อปออนไลน์ทุกวัน โอนเงินผ่านเน็ต 49%

ดีแทค ประกาศผลศึกษา ความร่วมมือกับศูนย์วิจัยเทเลนอร์ ถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตในกลุ่มคนรุ่นใหม่ 7 ประเทศในเอเชียและยุโรป พบว่าที่ใช้งานบนมือถือมีความหลากหลายและแตกต่างกันไป แม้อยู่ในภูมิภาคเดียวกันและเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มยุโรป กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนของไทยเป็นทั้งผู้ใช้งานดิจิทัลที่ล้ำหน้าและใช้งานดิจิทัลทางอินเทอร์เน็ตมากสุด โดยมียอดการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุดติดอันดับทั้งวิดีโอและการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต

การวิจัยนี้ ได้เริ่มดำเนินการศึกษาเมื่อไตรมาสที่ 4 ปี 2558 กับกลุ่มตัวอย่าง 5,600 ราย ในประเทศไทย มาเลเซีย ปากีสถาน เซอร์เบีย ฮังการี สวีเดน และนอร์เวย์ จากกลุ่มอายุ 16-35 ปี ซึ่งเป็นผู้ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตบนมือถือ โดยกลุ่มประชากรที่ถูกทำการสำรวจในครั้งนี้เทเลนอร์ระบุให้เป็น ผู้ใช้งานดิจิทัลแถวหน้า (Digital Frontrunners)” โดยรูปแบบต่างๆ ของการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือของผู้ใช้งาน จะเป็นดรรชนีชี้วัดในภาพรวมของแต่ละประเทศในปีหน้า จากการศึกษาพฤติกรรมพบว่าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมีรูปแบบกิจกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตหลากหลายในแต่ละวัน ทั้งการใช้ท่องเว็บ รับ-ส่งข้อความ แชร์คอนเทนต์ ช้อปปิ้ง และชมวิดีโอ

ผลจากการสำรวจในครั้งนี้จะช่วยในการคาดการณ์เทรนด์ของการใช้งานในอนาคตที่กำลังมา สิ่งนี้ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การวางแผนในการบริการดิจิทัล แต่ยังน่าสนใจสำหรับที่จะศึกษาการใช้งานที่มีความคล้ายกันของระหว่างประเทศ ซึ่งมีความหลากหลายออกไปในประเทศไทย ฮังการี ปากีสถาน หรือนอร์เวย์ เช่น ถ้าคาดว่า 2 ประเทศอาจจะมีพัฒนาการแบบเดียวกัน แต่บนความคล้ายกันจะมีจุดแตกต่างของแต่ละท้องถิ่นเฉพาะออกไป

 ไทยและเอเชีย ล้ำหน้ายุโรป

จากการศึกษาพบว่า ใน 7 ประเทศกำลังเพิ่มการก้าวสู่การใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตต่างๆ สำหรับในส่วนของประเทศไทยพบว่ามีการเติบโตการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทั้งรูปแบบการโทรผ่านอินเทอร์เน็ตและวิดีโอคอลตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2557 ถึงธันวาคม 2558 ด้วยการใช้งานเพิ่มขึ้นจาก 48% เป็น 65% และ 37% เป็น 52% ตามลำดับ โดยมีเพียง 3% กล่าวว่ายังไม่เคยใช้งานสื่อสารรูปแบบนี้

นอกจากนี้ ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่มีความถี่ในการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงสุดโดยมีจำนวน 86% ที่ใช้งานทุกวัน รองจากประเทศเซอร์เบีย 89%

จากผลสำรวจกลุ่มประเทศนอร์ดิกชี้ว่ามีจำนวน 37% ใช้บริการเล็กน้อยในการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต และในจำนวน 36% ของชาวนอร์เวย์ และสวีเดนระบุว่าไม่เคยใช้งานการโทรรูปแบบนี้มาก่อน เปรียบเทียบกับความนิยมการใช้งานวิดีโอคอลในกลุ่มผู้ใช้งานดิจิท้ลแถวหน้าของประเทศไทย โดยมีจำนวน 52% ที่ใช้งานทุกวัน เทียบกับชาวนอร์เวย์มีจำนวนเพียง 5% ใช้งานทุกวัน

ทั้งนี้ จากการเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลายของแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาจจะคาดได้ว่าคนใช้งานรุ่นใหม่จะมองข้ามฟังก์ชั่นการโทร ซึ่งเป็นการใช้งานหลักของมือถือที่ถูกผลิตมา อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าการโทรมือถือแบบปกติยังเป็นส่วนหนึ่งการใช้งาน โดยจำนวน 58% ของผู้ใช้งานแถวหน้าในประเทศไทยยังมีการใช้งานโทรแบบปกติหลายครั้งต่อวัน

ในขณะที่ผลสำรวจของชาวไทยยังเชื่อว่าการใช้งานโทรศัพท์ด้วยเสียงยังเป็นบริการการสื่อสารที่สำคัญที่สุดของโทรศัพท์มือถืออยู่ ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจจากประเทศอื่นๆ ยกเว้นประเทศมาเลเซีย ที่กล่าวว่าแอปพลิเคชันส่งข้อความเป็นบริการสื่อสารที่สำคัญที่สุด

1_dtac

คนไทยนิยมส่งข้อความทางอินเทอร์เน็ต

ทั้งคนไทย (68%) และมาเลเซีย (71%) ที่ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาใช้แอปฯ ข้อความจำนวนหลายครั้งต่อวัน ทำสถิติแซงหน้า สวีเดน (44%) นอร์เวย์ (53%) เซอร์เบีย (76%) และฮังการี (60%)

ในขณะที่ผู้ที่ใช้งานเป็นส่วนน้อย ได้แก่ ปากีสถาน ที่มีการใช้งานเพียง 29 % แต่พวกเขากลับเป็นผู้ใช้การส่งข้อความแบบดั้งเดิมผ่าน SMS มากที่สุด โดยคนรุ่นใหม่จำนวน 66% ยังมีการใช้งานส่ง SMS วันละหลายครั้งต่อวัน

คนยุโรปยังนิยมใช้  SMS มากกว่าคนไทย

อย่างไรก็ตาม การใช้ SMS ก็ไม่ใช่ปัจจัยการแบ่งแยกระหว่างตลาดเกิดใหม่ (Emerging) และตลาดเติบโต (established) ได้ เพราะผู้ใช้งานแถวหน้าในนอร์เวย์ (56%) และสวีเดน (48%) มีการใช้ SMS วันละหลายครั้ง เช่นกัน แม้จะเป็นตลาดเติบโตแล้วก็ตาม (Established Markets)

ในขณะที่ผู้ใช้งานแถวหน้าของไทยใช้ SMS น้อยที่สุด ซึ่งจำนวน 49% บอกว่าพวกเขาอยู่ในกลุ่มใช้เดือนละครั้ง น้อยกว่านั้น หรือไม่ได้ใช้เลย ซึ่งเป็นไปตามคาดเพราะปัจจุบันการใช้ SMS ในเมืองไทยนั้นได้รับความนิยมในการใช้งานน้อยลง

แชทแอปฯ ยอดนิยมต่างกันในแต่ละประเทศ

สำหรับความนิยมในการสื่อสารแบบข้อความของบุคคลบนโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชันที่นิยมสูงสุดในประเทศไทยคือ LINE ตามด้วย Facebook Messenger อย่างไรก็ตาม ความนิยมจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศที่ทำการาสำรวจมา โดยประเทศมาเลเซียนิยม WhatsApp, เซอร์เบียนิยม Viber และสวีเดนนิยมสื่อสารผ่านอีเมล

22% ของคนไทยช้อปออนไลน์ทุกวัน

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดผู้นำของเอเชีย ในการรับเอาเทคโนโลยีใหม่ของโมบายล์อินเทอร์เน็ตมาใช้งาน ผู้ใช้งานชาวไทยและมาเลเซียมีสถิติการใช้งานสูงสุดในการใช้งานบริการแผนที่ แชร์พิกัดสถานที่ ช้อปออนไลน์ และเล่นเกม อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ผลสำรวจที่น่าสนใจคือจำนวน 22% ของคนไทยกล่าวว่าพวกเขาช้อปออนไลน์เป็นประจำทุกวัน รวมทั้งชมทีวีและวิดีโอออนไลน์ ซึ่งมากกว่ากลุ่มอื่นที่ร่วมในการสำรวจในครั้งนี้ โดย 91% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาทำกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์

คนไทยโอนเงินผ่านเน็ต 49%

คนไทยมีการใช้บริการทางการเงิน และการโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตมากถึง 49 % เป็นรองแค่สวีเดน 57%

2_dtac

]]>
1096260
เอไอเอส ไฟเบอร์ เปิดตัว “เน็ตหอ” เจาะกลุ่มหอพักนักศึกษาเข้าอยู่พร้อมใช้ไฟเบอร์แท้ 100% ในราคาสุดประหยัด มอบมิติใหม่ของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเติมเงิน ครั้งแรกของไทย https://positioningmag.com/1092663 Tue, 24 May 2016 17:05:46 +0000 http://positioningmag.com/?p=1092663 เอไอเอส ตอกย้ำผู้นำด้านเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับหนึ่งของประเทศ เดินหน้าพลิกโฉมวงการบรอดแบนด์ไปอีกขั้น เปิดให้บริการ “เน็ตหอ โดย เอไอเอส ไฟเบอร์” มิติใหม่ของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเติมเงิน เป็นครั้งแรกของไทย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างของกลุ่มนิสิต นักศึกษา ที่พักอาศัยตามหอพักบริเวณรอบมหาวิทยาลัย ชูจุดเด่น เข้าอยู่พร้อมใช้ ไฟเบอร์แท้ 100% ด้วยความเร็วเต็มสปีดทุกห้อง ในราคาสุดประหยัด เริ่มต้น 15/5 Mbps เพียง 500 บาท ต่อ30 วัน เติมเงินง่าย สะดวกสบายผ่านทุกช่องทางเติมเงิน วัน-ทู-คอล! เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เปิดประตูสู่โลกของข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ ส่งเสริมประโยชน์ด้านการศึกษาให้กับกลุ่มนิสิต นักศึกษา และคนรุ่นใหม่

อีกทั้งประกาศความพร้อมโครงข่ายบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต “AIS Fibre” ครอบคลุมเต็มพื้นที่กรุงเทพฯ และอีก 24 จังหวัดทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2559 โดยใช้เวลาขยายเครือข่ายเร็วที่สุด เท่าที่เคยมีมา หลังเปิดให้บริการเมื่อเดือน เม.ย. 58 ที่ผ่านมา และยังเร่งขยายต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นเพื่อลูกค้า พร้อมวางรากฐาน Infrastructure โครงข่ายดิจิทัลให้กับประเทศไทย ด้วยจุดแข็งของเทคโนโลยีโครงข่ายไฟเบอร์ออพติก 100% รายแรกและรายเดียว ที่ให้คุณภาพสัญญาณแรง เสถียร เต็มประสิทธิภาพ พร้อมคอนเทนต์จาก AIS PLAYBOX

นายศรัณย์ ผโลประการ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานบริหารธุรกิจฟิกซ์ บรอดแบนด์ เอไอเอส กล่าวถึงการเปิดตัวเน็ตหอ ว่า “นับตั้งแต่เปิดให้บริการเอไอเอส ไฟเบอร์ เมื่อเดือน เม.ย. 58 ทำให้เราศึกษาและเข้าใจความต้องการของตลาดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์อย่างลึกซึ้ง พบว่า ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการพักอาศัยที่แตกต่างกัน ซึ่งรูปแบบการให้บริการบรอดแบนด์แบบสัญญารายปีที่มีอยู่ในตลาด อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของทุกกลุ่ม ดังเช่น กลุ่มนิสิตนักศึกษาที่ต้องพักอาศัยอยู่หอพักใกล้ๆ มหาวิทยาลัย อาจจะไม่ได้อยู่ถาวร มีช่วงปิดเทอม ย้ายหอพัก และกลับบ้าน เป็นต้น

วันนี้ เอไอเอส ไฟเบอร์ จึงคิดค้นนวัตกรรมการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเติมเงิน เป็นรายแรกของไทย ในชื่อ “เน็ตหอ” เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของกลุ่มนิสิต นักศึกษา ที่พักอาศัยตามหอพักโดยเฉพาะ โดยมอบความสะดวกและคุ้มค่า ให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในลักษณะของ Pay per use ได้ตามต้องการ ใช้แค่ไหน เติมเงินเท่านั้น ด้วยราคาที่ประหยัดที่สุดในตลาด เริ่มต้น ความเร็ว 15/5 Mbps เพียง 500 บาท ต่อ 30 วัน โดยทุกแพ็กเกจ ฟรี! ค่าติดตั้งพร้อมอุปกรณ์ Router ไม่มีค่ามัดจำใดๆ ไม่ต้องทำสัญญารายปี ใช้แค่ไหน เติมเงินเท่านั้น สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก เติมเงินง่าย สะดวกสบายผ่านทุกช่องทางเติมเงิน วัน-ทู-คอล! อีกทั้ง ให้ทดลองใช้ฟรี! 1 วัน เพื่อพิสูจน์ความเร็วว่าเต็มสปีดจริงๆ ซึ่งลูกค้ามั่นใจได้ ด้วยจุดแข็งของเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติก 100% เข้าถึงหอพัก และกระจายสัญญาณไปยังห้องพักแต่ละห้อง จึงให้ความเร็วได้เต็มสปีดทุกห้อง โดยไม่ต้องแชร์สปีดกับห้องข้างเคียง มอบประสบการณ์ใหม่ในการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายในห้องพัก ช่วยให้นักศึกษาสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมกับได้ใช้เน็ตที่คุณภาพดีกว่า ซึ่งปัจจุบัน เน็ตหอ โดย เอไอเอส ไฟเบอร์ ได้เปิดให้บริการแล้ว ที่หอพักบริเวณรอบมหาวิทยาลัย ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาทิ ย่านรังสิต, ศาลายา, งามวงศ์วาน ฯ รวม 20 อาคาร ครอบคลุม 4,704 ยูนิต และวางแผนขยายเพิ่มอีกเป็น 900 อาคารภายในสิ้นปี 59”

โดยความตั้งใจในการเปิดให้บริการเน็ตหอครั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้กับกลุ่มนักศึกษา และคนรุ่นใหม่ ได้เปิดประตูสู่โลกดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ อันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้กับพันธมิตรของเรา คือ เจ้าของหอพัก ได้ยกระดับห้องพักทุกห้องให้เป็น Digital Dormitory ที่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นโครงสร้างพื้นฐานภายในหอพัก พร้อมสนองตอบความต้องการของผู้พักอาศัยยุคใหม่ที่นิยมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาได้อย่างไร้ข้อจำกัด”

ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจใช้บริการ AIS Fibre แบบเติมเงิน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1185

นายศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมถึง แผนงานของเอไอเอส ไฟเบอร์ ปี 59 ว่า “เราวางเป้าหมายขยายเครือข่ายเอไอเอสไฟเบอร์ให้ครอบคลุมเต็มพื้นที่กรุงเทพ ทั้งชั้นในและชั้นนอก รวมทั้งปริมณฑล และอีก 24 จังหวัดทั่วประเทศ รวมครอบคลุมกว่า 6.5 ล้านครัวเรือน ภายในสิ้นปี 59 และตั้งเป้ายอดลูกค้าใช้บริการ ราว 4 แสนราย โดยมุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการในทุกๆ ด้าน ทั้งเทคโนโลยีที่ดีที่สุด (Best Technology) ผ่านไฟเบอร์ออพติก 100% ในทุกพื้นที่ และมั่นใจได้ในบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานจากเอไอเอส รวมถึงจุดขายเรื่อง Affordable Price ที่ถูกที่สุดและคุ้มที่สุดในตลาด เป็นรายเดียว ที่ฟรี! ค่าบริการติดตั้งพร้อมอุปกรณ์ และไม่มีค่ามัดจำใดๆ ในทุกแพ็กเกจ ทั้งยังมีสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเอไอเอสได้รับส่วนลดเพิ่ม 10% อีกด้วย” นายศรัณย์กล่าวสรุป

รายชื่อ หอพัก ที่ให้บริการ “เน็ตหอ”

หอพัก บริเวณมหาวิทยาลัย
1 @Home Place ม.รังสิต
2 Bandit Apartment ม.รังสิต
3 Bandit Mansion ม.รังสิต
4 Deluxe Place ม.รังสิต
5 เมืองเอก แมนชั่น ม.รังสิต
6 Key Stone ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
7 The Porch ม.ABAC บางนา
8 5 Eleven ม.ABAC บางนา
9 The Leisure ม. ABAC บางนา
10 U Place ม.เทคโนฯลาดกระบัง
11 Perfect Apartment ม.ธุรกิจบัณฑิต
12 Panida ม.ธุรกิจบัณฑิต
13 Bandit Home Condo ม.มหิดล
14 Bandit Castle Condo ม.มหิดล
15 Bandit House Condo ม.มหิดล
16 Bandit Place Condo ม.มหิดล
17 Chyathip Condo ม.ศิลปากร
18 T.M.House Condo ม.ศิลปากร
19 THE SENSE SALAYA ม.มหิดล
20 The Sense Salaya S1,S2 ม.มหิดล
]]>
1092663
“เอไอเอส” ผนึก “อุ๊คบี” เปิดขาย “หนังสือพูดได้” รายแรกของไทย เจาะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ https://positioningmag.com/58808 Wed, 19 Nov 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58808

เอไอเอส จับมือ อุ๊คบี เดินหน้าขยายตลาด e-book ไปอีกขั้น เปิดขาย “หนังสือพูดได้ (Audio Book)” บนแอปพลิเคชั่น AIS Bookstore มอบประสบการณ์ใหม่ในการอ่านอีบุ๊กส์ เป็นครั้งแรกของเมืองไทย ให้นักอ่านสามารถเปิดฟังหนังสือเล่มโปรดได้อย่างสะดวกสบายทุกที่ทุกเวลา ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการเสพคอนเทนต์ดิจิตอล อีกทั้ง ยังเป็นทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มนักอ่าน ที่อาจมีเวลาในการอ่านหนังสือน้อยลง ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ หรือสภาพการจราจรติดขัด ทำให้ต้องอยู่บนท้องถนนนานๆ ก็สามารถหยิบหนังสือพูดได้ (Audio Book) ขึ้นมาฟังได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ 

หนังสือพูดได้ ปัจจุบันมีจำนวนทั้งหมด 150 เล่ม ซึ่งเป็นหนังสือขายดีจากสำนักพิมพ์และนักเขียนชื่อดัง อาทิ สำนักพิมพ์มติชน, หนุ่มเมืองจันท์, A BOOK, Happy Banana, Rester, GM, อัญญาวี, พลอยนภัสฯ ประกอบด้วยหมวดหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน, นิยาย, ประวัติศาสตร์, เรื่องเล่า, ธุรกิจการลงทุน, การพัฒนาตนเอง, ความรู้ทั่วไป ซึ่งวางแผนการผลิตหนังสือพูดได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 30 เล่มต่อเดือน

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปฯ AIS Book Store ได้ฟรี! รองรับทั้งบนiOS และ Android จากนั้น เข้าไปที่เมนู a la carte เลือก Tab : Books จากนั้นเลือกเมนู Audio Book เพื่อซื้อหนังสือพูดได้ เก็บไว้ฟังบนมือถือได้เลย พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษ! ต้อนรับการเปิดตัว ลดราคาหนังสือพูดได้ 50% ทุกเล่ม ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2557 หลังจากนั้น คิดอัตราค่าหนังสือตามราคาหน้าปก

 
 

 

]]>
58808
เปิดประสบการณ์สุดล้ำกับ MSN โฉมใหม่ https://positioningmag.com/58386 Mon, 08 Sep 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=58386

เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการเข้าถึงทุกเรื่องราวจากทั่วโลกกับเว็บไซต์ MSN โฉมใหม่ที่พร้อมให้บริการข่าวสารและข้อมูลน่าสนใจแบบออนไลน์ให้คุณได้อัพเดททุกวัน ไม่ว่าคุณจะเช็คอีเมล อ่านข้อความบน Facebook วิดีโอคอลผ่าน Skype และทำกิจกรรมอื่นๆ คุณก็สามารถอัพเดทข่าวสำคัญประจำวันไปพร้อมๆ กันได้

เกาะติดข่าวเด่นหรือเรื่องราวที่น่าสนใจ ติดตามผลการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ เจาะลึกวงการบังเทิง ข่าวซุบซิบดาราดังทั้งไทยและเทศ ตรวจสอบรอบฉายภาพยนตร์ ตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายและภาวะตลาดหุ้น นอกจากนี้ยังมีสูตรอาหารน่าอร่อยและดีต่อสุขภาพที่พร้อมให้ลองทำเองที่บ้านได้ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน

ทุกข่าวสารมาจากแหล่งข้อมูลชั้นนำและมีความน่าเชื่อถือ เพียงแค่ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft คุณก็สามารถจัดวางรูปแบบและหมวดหมู่รายการต่างๆ ในหน้าโฮมเพจได้ตามที่ต้องการ และสามารถบันทึกการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้ใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ไอทีของคุณ

ข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจจากทั่วโลกมีให้คุณอ่านแล้วที่ MSN โฉมใหม่ http://preview.msn.com/?FORM=MI1206&OCID=MI1206

]]>
58386
แบรนด์ต้องรับมืออย่างไรเมื่อเกิดดราม่าในพันทิป https://positioningmag.com/57960 Mon, 02 Jun 2014 00:00:00 +0000 http://positioningmag.com/?p=57960

เว็บไซต์ Pantip เป็นอีกหนึ่งในชุมชนออนไลน์ที่มีอิทธิพลสูงมากในโลกดิจิตอล สามารถทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์เป็นบวกหรือลบได้เพียงชั่วข้ามคืน และเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ก่อให้เกิดดราม่าได้อย่างง่ายดาย เพราะแต่ละคนมีการแสดงความคิดที่หลากหลาย

แต่สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยนั้นคือ ผู้บริโภคเลือกที่จะตำหนิแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทั้งในเรื่องการบริการ และสินค้า พบเจอสินค้าที่มีสิ่งผิดปกติ หรือเจอพนักงานที่ให้บริการไม่ดี ก็จะเขียนลงบนเฟซบุ้คของแบรนด์นั้นๆ และลงเว็บไซต์พันทิป แต่กว่าแบรนด์จะพบกระทู้เหล่านั้น ข้อมูลก็ได้ถูกแชร์ออกไปไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้ง

อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ Product Development Manager แห่งเว็บไซต์ Pantip ได้เปิดคัมภีร์ที่แบรนด์จะรับมือกับ ”วิกฤตบนกระทู้พันทิป” ได้อย่างไร โดยมี Big idea อยู่ 6 ข้อ ตามตัวอักษร “PANTIP”

P : Prompt เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

– ติดตามกระทู้อย่างใกล้ชิด เพื่อการตอบสนองอย่างรวดเร็ว

– ใช้ Social Media Monitoring Tool ในการติดตามกระทู้บนโซเชียลมีเดีย

– แสดงตัวตนในกระทู้เพื่อให้ผู้อ่านรับรู้ว่าบริษัททราบเรื่องแล้ว ตัวอย่างเช่น “สวัสดีครับ ผมเป็นฝ่ายดูแลลูกค้าของบริษัท XXX ขอรับเรื่องจากเจ้าของกระทู้ไปตรวจสอบ แล้วจะรีบแจ้งผลให้ทราบในกระทู้นี้โดยเร็วที่สุดครับ”

– การตอบสนองช้าอาจจะทำให้เรื่องบานปลาย กลายเป็นวิกฤตที่จัดการได้ยาก

A : Apologize ถึงอย่างไรก็ต้องขอโทษไว้ก่อน

– กรณีที่บริษัทไม่ผิดก็สามารถขอโทษได้ เพราะเราไม่ได้ต้องการยอมรับผิด แต่เราต้องการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้

– ถ้าบริษัทผิดจริง ต้องขอโทษอย่างจริงใจ และหากเป็นไปได้ ควรระบุแนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีก

– ถ้าพนักงานของบริษัทผิด ต้องให้พนักงานคนนั้นขอโทษลูกค้าอย่างจริงใจ และหากเป็นไปได้ ควรแจ้งลูกค้าว่ามีการลงโทษต่อพนักงานคนนั้นอย่างไรบ้าง

N : Non-legal อย่าใช้กฎหมายกับลูกค้า

– ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่รู้กฎหมาย และไม่ได้อยากขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นเรื่องฟ้องร้องแต่อย่างใด แต่ในกรณีที่แบรนด์มีการประกาศว่าจะดำเนินคดีกับผู้โพสท์กระทู้ หรือเผยแพร่ข้อความออกไปนั้น อาจส่งผลเชิงลบกับบริษัททันที เพราะผู้บริโภคจะรู้สึกเหมือนกำลังถูกข่มขู่ให้ปิดปาก และทำให้พวกเขาจะหาวิธีแก้เผ็ดบริษัทในช่องทางต่างๆ ไปเรื่อยๆ

– ผู้บริโภคที่รู้กฎหมายจะรู้ว่ากฎหมายหมิ่นประมาทมีข้อยกเว้น และยังมีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ด้วย ถ้าจะสู้คดีจะมีโอกาสชนะบริษัทสูง

– กรณีที่เป็นคู่แข่ง หรือบุคคลที่คอยปลุกปั่น มีเจตนาทำลายชื่อเสียงบริษัท บริษัทสามารถสู้ได้โดยการดำเนินคดีแบบเงียบๆ ไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ เพราะจะเป็นการเรียกแขกโดยใช่เหตุ

T : Tone แสดงความจริงใจต่อลูกค้า

– ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า แต่ลูกค้าเป็นปิศาจ จะทำอย่างไรให้ปิศาจพอใจ และไม่แสดงฤทธิ์เดชออกมา

– ตอบกระทู้ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าที่ลูกค้ารู้สึก

– อย่าลืมว่าเราไม่ได้คุยกับลูกค้าแบบสองต่อสอง แต่กำลังคุยโดยมีไทยมุงอีกเป็นจำนวนมาก

– การเปิดเผยชื่อ-นามสกุลของเรา อาจจะเป็นทางกระทู้หรือทางข้อความหลังไมค์ จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราจริงใจกับเขา ลูกค้าจะรู้ว่าเราคือ Contact Point สำหรับติดต่อในอนาคต

I : Influencer ผู้มีอิทธิพล (ในพันทิป) ช่วยเราได้

– ให้โฟกัสรับมือกับกระทู้ที่มีพลัง influencer  เยอะๆ คือกระทู้ที่มีการโพสท์ข้อมูลแบบละเอียด คนจะสนใจเข้ามากันเยอะ คนอ่านอยากโหวตให้ติดกระทู้แนะนำ

– พยายามเป็นพันธมิตรกับ influencer ในพันทิปให้ได้ เขาจะช่วยเรารับมือกับวิกฤตในอนาคตได้

– ทำตนเองให้เป็น influencer

P : Policy เริ่มจากในองค์กรก่อน

– ควรมีการปรึกษาในองค์กรว่าใครเป็นคนมอนิเตอร์กระทู้เหล่านั้น

– ใครควรเป็นคนตอบกระทู้

– คนตอบกระทู้มีอำนาจตัดสินใจได้แค่ไหน

– ใครเป็นคนส่งต่อเรื่องไปยังแผนกต่างๆ ของบริษัท และเป็นคนคอยตามเรื่องให้ลูกค้า

– จะมีการประเมินผลความพอใจของลูกค้าอย่างไร

]]>
57960
ส่วนของ featured-video https://positioningmag.com/152 Thu, 05 Sep 2013 16:30:15 +0000 http://www.gallyapp.com/tf_themes/pim_wp/?p=152  

Lorem ipsum dosectetur adipisicing elit, sed do.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur Nulla fringilla purus at leo dignissim congue. Aenean sagittis diam vel enim tempus sit amet cursus nisl aliquam. Aliquam et elit eu nunc rhoncus viverra quis at felis amet cursus nisl aliquam.

Lorem ipsum dosectetur adipisicing elit, sed do.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur. Aenean sagittis diam vel enim tempus. Aliquam et elit eu nunc rhoncus viverra. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit. Cras mauris est, feugiat quis eleifend non, adipiscing nec lectus. In et ipsum sit amet quam mattis faucibus id ac mi. Curabitur rhoncus non arcu ut imperdiet. Quisque magna nisl, fringilla at magna et, posuere gravida ligula.

ดูวิดีโอที่นี่

 

[pp_gallery gallery_id=”7028″ width=”205″ height=”125″]
Lorem ipsum dosectetur adipisicing elit, sed do.Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur Nulla fringilla purus at leo dignissim congue. Mauris elementum accumsan leo vel tempor. Aenean sagittis diam vel enim tempus. Aliquam et elit eu nunc rhoncus viverra. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit. Cras mauris est, feugiat quis eleifend non, adipiscing nec lectus. In et ipsum sit amet quam mattis faucibus id ac mi. Curabitur rhoncus non arcu ut imperdiet. Quisque magna nisl, fringilla at magna et, posuere gravida ligula.

Creativity is just connecting things. It seemed obvious to them after a while.

 

]]>
152