New S-curve Factory – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 21 Oct 2021 02:59:00 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 KX เดินเกมสร้างธุรกิจใหม่บนโลกของ DeFi ปั้น ‘Coral’ มาร์เก็ตเพลส NFT ซื้อขายง่ายด้วยสกุลเงินทั่วไป เปิดโอกาสศิลปินไทยโกอินเตอร์ https://positioningmag.com/1357677 Thu, 21 Oct 2021 10:00:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1357677

อีกหนึ่งบทใหม่ที่จับตามองของ KBTG กับการปั้น KASIKORN X หรือเรียกสั้นๆ จำได้ง่ายๆ ว่า ‘KX’ ให้เป็นเหมือน New S-curve Factory โรงงานผลิตธุรกิจใหม่บนโลก ‘DeFi’ ที่ไม่ใช่เเค่ต้องก้าวทัน เเต่ต้อง ‘ก้าวนำ’ ไปข้างหน้า

ล่าสุดจับทิศทางตลาด NFT ที่กำลังเติบโตมหาศาล เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ศิลปินไทยและทั่วโลก ได้ ‘ลองของ’ ขายผลงานศิลปะผ่าน ‘Coral’ แพลตฟอร์ม NFT มาร์เก็ตเพลสด้วยสกุลเงินทั่วไป ซึ่งจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงปลายปีนี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 KBTG เกิดขึ้นมาตามเป้าหมายการทรานฟอร์มองค์กรของธนาคารกสิกรไทย ที่มุ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียุคใหม่

กระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เล่าว่า ในช่วง 3 ปีเเรกนั้น ถือเป็นเวลาเเห่งการ ‘สร้างเนื้อสร้างตัว’ เเละในช่วง 3 ปีต่อมา (2019 -2021) ถือเป็นยุคเเห่งการ Transformation & Rise in Crisis ที่มีทั้งความท้าทายเเละโอกาสการเติบโตที่สำคัญ ท่ามกลางวิกฤตใหญ่ที่เปลี่ยนเเปลงชีวิตคนทั้งโลก

“หลังจากเราสร้างรากฐานได้อย่างเเข็งเเกร่งเเล้ว ก็ถึงเวลาที่ขยับขยายไปสู่ระดับภูมิภาค ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง เพิ่มขีดความสามารถขึ้นเป็นเท่าตัว เเละการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ”

การเดินหน้าลุย Decentralized Finance หรือ DeFi เปิดทางสู่โลกการเงินแบบกระจายศูนย์กลาง โลกที่แปลงสินทรัพย์ในความเป็นจริงให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ก็เป็นหนึ่งในนั้น

เเม้หน่วยการทำงานต่างๆ ของกลุ่ม KBTG จะมีหน้าที่เเตกต่างกัน เเต่ก็ประสานเเละส่งเสริมกันได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันพนักงานของ KBTG มีมากกว่า 2,000 คนเเล้ว


Speed – Scale – Synergy

ที่ผ่านมา KBTG ได้ประสานการทำงานร่วมกันในเเพลตฟอร์มต่างๆ ที่สามารถเข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้คนได้จำนวนมาก สร้างความฮือฮาให้วงการฟินเทคไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ยกตัวอย่างสิ่งใกล้ตัวเราอย่าง การพัฒนาเเอปพลิเคชัน ‘K PLUS’ ที่มีผู้ใช้งานสูงสุดในหมวดโมบายเเบงก์กิ้งของประเทศไทยเเละเอเชียเเปซิฟิก รวมไปถึง ‘LINE BK’ ที่ตอนนี้มีลูกค้ากว่า 3.2 ล้านราย เเละ ‘ขุนทอง’ โซเชียลเเชทบอท ผู้ช่วยจัดเก็บเงินยุคใหม่ที่ตอนนี้มีสมาชิกในคอมมูนิตี้มากกว่า 1 ล้านคนเเล้ว

หนึ่งในเเนวทางสำคัญที่ KBTG ยึดมั่นก็คือ การเข้าไปร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในอีโคซีสเต็ม ซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นของธนาคารยุคใหม่ KBTG ได้ขยายเครือข่ายออกไปอย่างรวดเร็วเเละมีสเกลที่เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น การร่วมมือกับ GrabPay Wallet ที่ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 2 ล้านราย เเละ PTT Blue CONNECT ที่มีผู้ใช้งานเเล้วกว่า 3 เเสนราย

นอกจากนี้ ยังขยายไปยังกลุ่มธุรกิจ ‘สินเชื่อดิจิทัล’ ทั้งภายในเเอปฯ K PLUS เอง เเละเข้าไปจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee , Lazada เเละกระเป๋าเงินออนไลน์ Dolfin เหล่านี้ทำให้มีการเติบโตของยอดผู้ใช้สินเชื่อดิจิทัลเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เเละมี Loan Booking เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ภายในเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น

“เเผนขยายไปยังภูมิภาคของเรา เรียกได้เลยว่าเป็นเเบบ Evil Fast รวดเร็วราวกับปิศาจ อย่างการเปิด KTech ที่ตอนนี้มีลูกค้าเเล้วกว่า 1 ล้านคนในจีน เเละมี Loan Booking มากถึง 1 พันล้าน RMB โดยมีการออกโปรดักต์ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอทุกหนึ่งเดือน ท่ามกลางข้อจำกัดการเดินทางในวิกฤตโรคระบาด พร้อมๆ กับการขยายไปในเวียดนามด้วย”

โดยก้าวต่อไปของ KBTG นับจากนี้ หลักๆ จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของ Deep Tech เทคโนโลยีขั้นสูง อย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ,ควอนตัมคอมพิวติ้ง ,บล็อกเชน , สินทรัพย์ดิจิทัลเเละ Metaverse

“KBTG เป็นเสมือนลมใต้ปีกของ KBANK ที่คอยสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ช่วยสนับสนุนการเติบโตทุกๆ ด้านของกสิกรไทย”


KX โรงงานผลิตธุรกิจใหม่

KX กำลังก้าวสู่การเป็นพระเอกคนใหม่ของ KBTG หลังที่ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาเเละก็ถึงเวลาสมควรที่จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้วงการ โดย KX จะทำหน้าที่เป็น Venture Builder เสมือนโรงงานที่ผลิตสตาร์ทอัพหรือธุรกิจใหม่ ที่ปฏิบัติการเป็นอิสระ (Autonomous Venture Builder) มีเป้าหมายหลักๆ ในการผลิตธุรกิจด้าน Decentralized Finance and Beyond สืบเนื่องจากที่ DeFi เป็นระบบการเงินแบบกระจายอำนาจผ่านบล็อกเชนที่ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบได้ สามารถทำธุรกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางอย่างธนาคารหรือสถาบันการเงิน

เป็นโอกาสทองของ KX ที่จะสร้างธุรกิจใหม่ในด้านบริการทางการเงิน (Financial Service) และบริการอื่นๆ (Non-Financial Service) ที่มีโอกาสได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมอย่างมากในอนาคตอันใกล้นี้

ภารกิจหลักของ KX จึงเป็นการ ‘Building Trust in the Trustless World’ สร้างความเชื่อมั่นในโลกที่ปราศจากความน่าเชื่อถือนั่นเอง

“เราจะไม่หยุดเพียงเเค่นี้ เพราะโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลมันกว้างใหญ่มากๆ”

ความน่าสนใจของระบบการทำงานของ KX คือการใช้วิธีการ Incubate > Scale > Spin เริ่มต้นบ่มเพาะไอเดียใหม่ ๆ ตั้งไข่ธุรกิจ ขยายผลเเละขยายขนาด จากนั้นแยกตัวธุรกิจออกไปตั้งเป็นบริษัทใหม่ (Spin-off) ให้ทำงานอย่างอิสระ เมื่อเห็นทิศทางและโอกาสทางธุรกิจในยุคต่อไปที่ชัดเจนแล้ว

งานนี้จึงได้มืออาชีพอย่าง ‘พอล ธนะเมศฐ์ อาริยวัฒน์’ มารับหน้าที่เป็น Head of Venture Builder, KASIKORN X Co.,Ltd. นำทัพ KX เข้าสู่ตลาดธุรกิจใหม่ที่น่าท้าทาย

ธนะเมศฐ์ บอกว่า จุดเด่นคือ KX มีความคล่องตัวในการบริหารงานและตัดสินใจสูงดำเนินธุรกิจอย่างเป็นอิสระจากธนาคารกสิกรไทย และ KBTG

ในส่วนของการทำ Venture Building ของ KX นั้น ถูกออกแบบให้คล้ายกับการสร้างธุรกิจแบบสตาร์ทอัพ ซึ่งในทีมจะมีฝั่งเจ้าของธุรกิจ (Entrepreneur) และฝั่ง Builder หรือ Engineer มาทำงานร่วมกัน เหมือนเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-Founder) ในด้านธุรกิจและเทคโนโลยีในโลกของสตาร์ทอัพ กับจุดมุ่งหมายคือศึกษา ทดลอง และออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาดจริงด้วยความเร็วแบบสตาร์ทอัพ

KX ประเดิมการ Spin-off เเรก ผ่านจัดตั้งบริษัทใหม่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล คือ Kubix ถือเป็นกลุ่มธนาคารเเรกในไทย ที่ได้รับการอนุญาตจากก.ล.ต.ให้ประกอบธุรกิจ ICO Portal

และล่าสุดกับการเปิดตัวธุรกิจที่สอง คือ Coral แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส NFT สร้างโอกาสไร้พรมเเดนให้กับศิลปินและนักสะสม สนับสนุนศิลปินไทยและเอเชียให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

“เราจะมุ่งไปที่การสร้างเเพลตฟอร์ม สินค้าเเละบริการที่ปลอดภัย ทั้ง Financial Service และ Non-Financial Service ให้เข้าถึงคนจำนวนมากที่สุด โฟกัสไปที่ตลาด Decentralized Finance ซึ่งมีอีโคซีสเต็มที่ใหญ่มาก”


Coral : ซื้อขาย  NFT ง่ายเหมือนช้อปออนไลน์

ผู้บริหาร KX ให้คำอธิบายง่ายๆ ถึงคอนเซปต์ของแพลตฟอร์ม Coral ว่าคือการที่จะทำให้การสร้างและการซื้อขาย NFT เป็นเรื่องง่าย เหมือนกับการช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วไป

 แต่มีจุดที่แตกต่างคือลูกค้า Coral สามารถซื้องานศิลปะ NFT ด้วยสกุลเงินทั่วไป (Fiat money) อย่างเงินบาทหรือเงินดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ลูกค้าแพลตฟอร์มอื่นๆ ยังต้องแลก
เหรียญสกุลคริปโตฯ ก่อน เพื่อนำมาซื้องานศิลปะอีกที ซึ่งก่อให้เกิดความยุ่งยาก

สำหรับตลาด NFT ในเมืองไทย ตอนนี้มูลค่าเเตะหลักล้านดอลลาร์สหรัฐเเล้ว เเละมีเเนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เเบบ ‘triple-digit’ ไม่ได้จำกัดเพียงเเค่งานศิลปะ เเต่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง

จึงมีความจำเป็นที่ต้องเริ่มสร้างอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกให้คนในประเทศ เป็น ‘ตลาดงานศิลปะ’ ที่เข้าถึงง่าย มีรูปแบบสร้างรายได้เเบบมาร์เก็ตเพลสทั่วไป และที่สำคัญคือต้องปลอดภัย

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการหารือกับทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในเฟสเเรกจะเปิดซื้อขายในตลาดแรกก่อน เเละอีกไม่นานจะเปิดซื้อขายในตลาดรองต่อไป สามารถกลับมาเทรดอีกครั้งบนเเพลตฟอร์ม Coral ที่อยู่บนเชน Ethereum ส่วนระบบการชำระเงินในขณะนี้ยังใช้สกุลเงินทั่วไป แต่ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะมีสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ เพิ่มเข้ามา

เมื่อถามถึงความจุดเสี่ยงของ NFT ผู้บริหาร KX ตอบว่า ความเสี่ยงคือการไม่รู้ว่าของที่ซื้อมานั้นเป็นของแท้หรือไม่ ดังนั้นเเพลตฟอร์มจึงต้องมีการตรวจสอบความเป็น ‘ออริจินัล’ ของผลงานให้รัดกุม

“ตอนนี้ศิลปินในไทยที่มีชื่อเสียงมีอยู่จำนวนหนึ่ง เเต่สิ่งที่น่าจับตามองคือ ‘ศิลปินที่กำลังเกิดใหม่’ คนที่มีความเป็นศิลปินซ่อนอยู่ในตัวนั้นมีมากมายมหาศาล Coral จึงอยากเป็นผู้จุดประกาย เปิดกว้างความคิดสร้างสรรค์ เเละเป็นเเรงบันดาลใจให้คนไทย ได้ลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองรัก”

เบื้องต้นมีศิลปินของไทยที่อยู่บนแพลตฟอร์ม Coral เเล้ว 9 ราย ได้แก่ ไป Lactobacillus, Tikkywow, ทรงศีล ทิวสมบุญ, เอกชัย มิลินทะภาส, ปัณฑิตา มีบุญสบาย, Benzilla, Pomme Chan, IllustraTU, และ Jiggy Bug

โดยเหล่าศิลปิน ให้สัมภาษณ์ด้วยความเห็นที่ตรงกันว่า NFT ไม่ใช่เเค่การซื้อขายหรือเทรดงานศิลปะเท่านั้น เเต่เป็นการค้นพบ ‘คอมมูนิตี้’ ที่จะเข้ามาช่วยให้ศิลปินเติบโตขึ้นในโลกยุคใหม่ เป็นศูนย์รวมเเพชชั่น ความฝัน พื้นที่ความสร้างสรรค์ มีช่องทางการนำเสนอผลงานเเละตัวตนของเราสู่ผู้คนทั่วโลกได้ เเม้จะเป็นศิลปินตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนักก็ตาม

นอกจากนี้ KX ยังได้เปิดตัวพันธมิตร Coral รายแรกคือ ‘สยามพิวรรธน์’ มาร่วมกันสร้างศูนย์รวมและต่อยอดนวัตกรรมด้านศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์ไตล์ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้แก่ลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Co-creation” และ “Creating Shared Value”

โดยได้เปิดพื้นที่ของสยามพารากอน และไอคอนสยาม จัด NFT Innovation Digital Wall เพื่อให้ผู้ที่มาเยือนศูนย์การค้าได้เข้าชม NFT Art อย่างใกล้ชิด

นับเป็นก้าวแรกในการสร้างธุรกิจ และนวัตกรรมที่เชื่อมโลกคู่ขนาน ออนไลน์-ออฟไลน์ โดยใช้ DeFi เป็นประตูโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานได้ไม่จำกัด รวมทั้งเข้าถึงสินค้า บริการ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ในอนาคต

Coral เริ่มเปิดรับศิลปินและพาร์ทเนอร์เพื่อเข้าร่วมแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://coralworld.co และคาดว่าจะเปิดให้บริการแก่นักสะสมภายในช่วงปลายปีนี้

ต้องติดตามว่า ‘KX’ ที่เปรียบเสมือน New S-curve Factory โรงงานผลิตธุรกิจใหม่ของ KBANK จะมีอะไรมาให้ได้เซอร์ไพรส์กันอีก…อดใจรอชมในเร็วๆ นี้

]]>
1357677