origin – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Tue, 27 Jul 2021 07:13:01 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ใครๆ ก็ไปเฮลท์แคร์! “ออริจิ้น” เปิดรพ.กายภาพบำบัด Kin Origin Healthcare Center https://positioningmag.com/1344143 Tue, 27 Jul 2021 07:12:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1344143 “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” รุกธุรกิจบริการสุขภาพเต็มสูบตามแผน ORIGIN NEXT LEVEL ประกาศจับมือ KIN Rehabilitation & Homecare ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และการฟื้นฟูครบวงจร และ 2 ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์การฟื้นฟู ผุดโรงพยาบาลกายภาพบำบัดแห่งแรก ในเครือออริจิ้น “Kin Origin Healthcare Center” ในโครงการมิกซ์ยูสใหม่ Origin Wellness Complex Sukhumvit 107 เจาะกลุ่ม Silver Age รองรับไทยก้าวสู่ยุค Aging Society ในราคาเข้าถึงง่าย พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2565

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society อย่างเต็มรูปแบบ เป็นประเทศแรกๆ ของภูมิภาค ด้วยสัดส่วนประชากรผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงถึงเกือบ 15% แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีพื้นที่ที่เป็นคอมมูนิตี้ และมีอีโคซิสเท็มในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่มนี้อย่างเพียงพอ

ออริจิ้นจึงมองเห็นทั้งโอกาสและความจำเป็นที่เราต้องเข้ามาพัฒนาทั้งที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนบริการสุขภาพ ที่จะมาช่วยเติมเต็มสิ่งที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ต้องการ รองรับยุค Aging Society

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า

“บริษัทเตรียมเดินหน้ารุกธุรกิจบริการสุขภาพ (Healthcare) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานหลัก ภายใต้วิสัยทัศน์ ORIGIN NEXT LEVEL ที่ประกาศไปเมื่อช่วงต้นปี 2564 โดยเริ่มต้นจากการจัดตั้งบริษัท ออริจิ้น เฮลท์แคร์ จำกัด ขึ้นมาเป็นบริษัทหลักในการดำเนินกลุ่มธุรกิจบริการสุขภาพ และเริ่มต้นความร่วมมือธุรกิจแรกด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ KIN Rehabilitation & Homecare ผู้พัฒนาธุรกิจบริการด้านสุขภาพเพื่อการดูแลด้านเวชศาสตร์การฟื้นฟูเฉพาะทาง และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การฟื้นฟูอีก 2 ท่าน ในสัดส่วน 40 ต่อ 40 ต่อ 20 ภายใต้ชื่อ บริษัท คิน ออริจิ้น เฮลแคร์ จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนาและดำเนินโครงการ คิน ออริจิ้น เฮลท์แคร์ เซ็นเตอร์ (Kin Origin Healthcare Center) โรงพยาบาลกายภาพบำบัดและสหคลินิกเวชกรรม ที่จะให้บริการดูแลด้านสุขภาพเวชศาสตร์การฟื้นฟูและกายภาพบำบัดแห่งแรกในเครือออริจิ้น”

Kin Origin Healthcare Center เป็นอาคารสูง 8 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวมอยู่ที่ประมาณ 2,800 ตร.ม.จำนวน 58 เตียง ประกอบด้วยโรงพยาบาลกายภาพบำบัดและสหคลินิกเวชกรรม ที่ให้บริการดูแลด้านสุขภาพเวชศาสตร์การฟื้นฟูและกายภาพบำบัด พร้อมเป็นศูนย์ให้บริการสุขภาพแบบครบวงจร รองรับความต้องการด้าน Medical service ของลูกบ้านออริจิ้น อาทิ การบำบัดโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานอย่างโรคออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง จะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 1/2565

ตัวโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการออริจิ้น เวลเนส คอมเพล็กซ์ สุขุมวิท 107 (Origin Wellness Complex Sukhumvit 107) โครงการมิกซ์ยูส บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ผสมผสานระหว่าง KIN Origin Healthcare Center และโครงการคอนโดมิเนียมสำหรับพักอาศัยแบรนด์ใหม่ ออริจินัล (Original) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุ (Silver Age) รวมถึงการบริการจาก KIN โดยพื้นที่ส่วนที่พักอาศัยนั้น คาดว่าจะเปิดตัวโครงการพร้อมทั้งเปิดเผยรายละเอียดได้ในช่วงไตรมาส 4/2564 นี้

ด้าน ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KIN Rehabilitation & Homecare กล่าวว่า ความร่วมมือกับเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ประกอบการจะยก Healthcare Center มาไว้ในโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน อีกทั้งโครงการคอนโดมิเนียมที่จะถูกพัฒนาในอนาคต ยังออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้สูงอายุอีกด้วย

“ผู้ที่เข้ามารับบริการ Kin Origin Healthcare Center จะมี พญ.หทัยรัตน์ ผดุงกิจ หรือ คุณหมอปุ้ม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านอายุรกรรมระบบประสาทวิทยา เวชศาสตร์ผิวพรรณ และความงาม ที่จะคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านการแพทย์ต่างๆ ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย รวมถึงการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke หลังการรักษา การดูแลผู้สูงอายุ ทั้งระยะยาว และชั่วคราว Nursing Home มาให้บริการใน Kin Origin Healthcare Center ด้วย” นายธงชัย กล่าว

สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 86 โครงการ (สถานะ ณ สิ้นไตรมาส 2’2564) เช่น แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ดิ ออริจิ้น (The Origin) ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), เคนซิงตัน (Kensington) และ บริทาเนีย (BRITANIA) รวมมูลค่าโครงการกว่า 134,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริการใหม่ๆ แบบ Next Level ที่จะมาช่วยเติมเต็มให้โครงการที่อยู่อาศัยไม่ใช่โครงการแบบเดิมๆ เช่น บริการทางการแพทย์รองรับในโครงการมิกซ์ยูส และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

]]>
1344143
วิเคราะห์ ‘New Normal อสังหาฯ’ หลังจบ COVID-19 ยุคที่ ‘บ้าน’ ไม่จำเป็นต้อง ‘ใกล้ออฟฟิศ’ อีกต่อไป https://positioningmag.com/1272279 Thu, 09 Apr 2020 02:50:16 +0000 https://positioningmag.com/?p=1272279 COVID-19 กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก และส่งผลกระทบไปยังทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจจะต้องเผชิญกับ ‘ความปกติแบบใหม่’ หรือ ‘New Normal’ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ดังนั้น บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จะมานำเสนอแนวทางการ ‘รับมือ’ กับ New Normal ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ซื้อบ้านยุคใหม่ ไม่ต้องชมห้องตัวอย่าง

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า New Normal เรื่องแรกที่จะเกิดกับธุรกิจอสังหาฯระยะยาว คือ ผู้บริโภคจะ ‘รับได้’ กับการซื้อบ้านหรือคอนโด โดยไม่ต้องเห็นห้องตัวอย่างจริง ขณะที่วิดีโอรีวิวจะมีความสำคัญมากขึ้น ผู้บริโภคจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการเปรียบเทียบแต่ละโครงการ แทนการสำรวจทีละ 5-10 โครงการด้วยตัวเอง

“ในจีนมีแพลตฟอร์มเอเจนซี่ขายอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ชื่อ เหย่าลู่ โดยบนแพลตฟอร์มมีทีมขายเพียง 25 คน แต่สร้างยอดขายได้ถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยกว่า 40% ของผู้ซื้อ ตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องไปเยี่ยมชมโครงการ ในไทยเองก็อาจจะได้เห็น อาจจะมีไลฟ์ขายของพร้อมโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เกิดเร็วขึ้น ซึ่งออริจิ้นเองก็มีการขายออนไลน์บนแพลตฟอร์มอย่างช้อปปี้”

ซื้อบ้านไกลไกลที่ทำงานได้เพราะ Work from Home

New Normal เรื่องที่สอง เมื่อสังคมรับได้กับการ Work from Home มากขึ้น จะส่งผลให้คนซื้อบ้านที่ไม่อยู่ในเมือง เพื่อให้ได้ห้องพักขนาดใหญ่ขึ้น ภายใต้งบประมาณเดิม บ้านจัดสรรอาจยังไม่ได้รับผลกระทบเรื่องขนาดมากนัก แต่เชื่อว่าคอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอนในสถานีส่วนต่อขยาย อาจต้องมีขนาดประมาณ 35 ตร.ม.ขึ้นไป ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักจะต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมี ‘WFH Function’ ทั้งพื้นที่สำหรับกิน นอน ทำงาน และออกกำลังกาย

สู่ยุค Individual Society

New Normal เรื่องที่สาม สังคมจะกลายเป็น ‘Individual Society’ ทุกคนยังคงต้องการใช้พื้นที่ส่วนกลาง แต่จะหวงแหนความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องสร้างพื้นที่ส่วนกลางที่สอดคล้องกับความต้องการ เช่น การออกแบบ Co-separate space ให้คนไว้นั่งแยกกันในพื้นที่ส่วนกลางเดียวกัน หรือนำเทคโนโลยีแบบไร้สัมผัส หรือ Touchless เช่น ระบบการจดจำใบหน้า (Face Recognition) หรือระบบการสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) สำหรับใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง

ดีมานด์หายแน่ 15-30%

นอกจากโควิด-19 จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนแล้ว ‘ดีมานด์’ เองก็มีแนวโน้มปรับตัวลดลง 15-30% ขึ้นอยู่กับว่า จะจบช้าหรือเร็วแค่ไหน แต่ถ้ายังทำการตลาดแบบเดิม ๆ อาทิ ใช้แค่สื่อกลุ่ม Out of Home ผู้ประกอบการก็มีโอกาสจะโดน ‘ดิสรัปต์’ ไปพร้อมตลาดที่ดีมานด์หดตัว ดังนั้นต้องปรับวิธีการทำตลาดใหม่ทั้งหมด อย่างออริจิ้นเองปรับให้พนักงานทุกคนเป็น Micro-Influencer เพื่อขายของ ภายใต้โปรเจกต์ ‘Everyone can sell’ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ออริจิ้นมียอดขายภายใต้โปรเจกต์ดังกล่าวถึงกว่า 500 ล้านบาท

“จากเดิมเรามีฝ่ายขายและการตลาดประมาณ 250 คน แต่เราเปลี่ยนพนักงานทั้งเครือกว่า 1,200 คน เข้ามาร่วมในโปรเจกต์ดังกล่าว โดยทุกคนสร้างรายได้เฉลี่ยถึง 4.1 แสนบาทต่อคนในช่วงไตรมาสแรก แม้ดีมานด์ภาพรวมอาจจะหดตัว แต่เรายังขับเคลื่อนไปต่อได้ เพราะทีมงานทุกคนรู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเองดี”

อย่างไรก็ดี ภาพรวมธุรกิจโรงแรมจะกลับมาฟื้นตัวได้หลังสถานการณ์จบแน่นอน เนื่องจากผู้คนยังคงต้องการท่องเที่ยว ดีมานด์ที่ถูกอั้นไว้ในช่วงนี้จะระเบิดออกมาหลังสถานการณ์คลี่คลาย

“ในระหว่างวิกฤติ เราต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัว ปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากับการดำเนินธุรกิจทันที เราโชคดีที่วัฒนธรรมองค์กรเราแข็งแกร่ง พนักงานของเรามี Disruptor Mindset ทำให้มีไอเดียใหม่ ๆ เสมอ และพอจะเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ทำได้อย่างรวดเร็ว เราจะใช้ความเป็น Disruptor ของทีมงานทุกคน ขับเคลื่อนองค์กร สร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ตอบโจทย์ New Normal ของผู้บริโภคต่อไป”

]]>
1272279