tenet – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Mon, 14 Sep 2020 13:27:17 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 จับตาธุรกิจ ‘โรงหนัง’ หลัง ‘หนังฟอร์มยักษ์’ เลื่อนฉายอีกระลอก https://positioningmag.com/1296863 Mon, 14 Sep 2020 12:00:09 +0000 https://positioningmag.com/?p=1296863 เพิ่งกลับมาให้บริการได้เมื่อเดือนมิถุนายนสำหรับ ‘โรงภาพยนตร์’ ของประเทศไทย ซึ่งไม่ได้แค่ถูกกดดันจากเรื่องพื้นที่ที่ถูก ‘จำกัด’ แต่ภาพยนตร์ใหม่ ๆ ที่เป็นเหมือน ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดให้ผู้บริโภคยอมออกจากบ้านมารับชมภาพยนตร์ก็ยังไม่มี และเมื่อเดือน ‘กันยายน’ นี้ก็เพิ่งจะมีภาพยนตร์แม่เหล็กเข้าฉายถึง 2 เรื่อง ได้แก่ ‘TENET’ และ ‘มู่หลาน’ ซึ่งแม้ว่าในไทยจะได้รับการตอบรับที่ดี แต่ทั่วโลกไม่ได้ดีตาม ซึ่งนั่นอาจส่งผลต่อความมั่นใจของค่ายหนังที่จะส่งมาลงจอจากนี้

ในช่วงที่โรงภาพยนตร์ของไทยได้เปิดให้บริการอีกครั้ง หลายค่ายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ลูกค้าจะเข้าหรือไม่เข้าก็ขึ้นกับหน้าหนัง” จากตอนแรกที่คาดว่าจะเริ่มมีหนังฟอร์มยักษ์มาโกยลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่กลายเป็นว่าเมื่อการระบาดของทั่วโลกยังไม่สู้ดีเหมือนไทย บรรดาค่ายหนังจึงต้องเลื่อนการฉายหนังฟอร์มยักษ์ออกไปก่อน ที่เห็นชัด ๆ ก็คือ ‘TENET’ และ ‘มู่หลาน’ ที่เพิ่งได้ฉายไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเลื่อนไปอีกเป็นเดือน ดังนั้น โรงภาพยนตร์ไทยจึงต้องขนหนังเก่า ๆ มาฉายเรียกคนไปก่อน

และหลังจากที่ฉายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้ง 2 เรื่องที่มีทุนสร้างกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ทางโรงภาพยนตร์อาจจะต้องกุมขมับอีกรอบ เพราะแม้รายได้ในไทยจะทำได้ค่อนข้างดี อย่างมู่หลานก็มีโอกาสแตะ 100 ล้านบาท แต่ภาพรวมทั่วโลกนั้นไม่ได้ดีอย่างที่ดิสนีย์คาด เพราะสามารถทำรายได้เพียง 37.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไม่ใช่แค่พิษ COVID-19 แต่ะยังมีกระแสบอยคอตพ่วงไปด้วย ส่วน TENET พึ่งทำรายได้ผ่าน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หากพิจารณาถึงทุนสร้างและค่าโปรโมตของภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง การจะทำให้คุ้มทุนหรือมีกำไรต้องทำรายได้ให้เกิน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐถึงจะคุ้มทุน ซึ่งถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ การจะทำรายได้ให้ทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีความเป็นไปได้แน่นอน แต่เพราะข้อจัดกัดของโรงภาพยนตร์ที่จุคนได้เพียงครึ่งเดียว และโรงภาพยนตร์ในบางประเทศก็ยังเปิดได้ไม่ครบ อย่างในอเมริกายังเหลืออีก 30% ที่ยังไม่เปิด ส่งผลให้ค่ายวอร์เนอร์บราเธอร์สเลือกที่จะเลื่อนฉาย ‘Wonder Woman 1984’ จากเดือนตุลาคมไปเป็นธันวาคมแทน หลังจากประเมินรายได้ของ TENET

ส่งผลให้ในช่วง 8 สัปดาห์จากนี้ จะไม่มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายอีก โดยเรื่องที่จะได้เห็นเร็วสุดก็คือ ‘Black Widow’ และ ‘007 No Time To Die’ ที่จะฉายในเดือนพฤศจิกายน!

จากตัวเลขรายได้ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ชิมลางฉายไปไม่ได้เป็นไปตามเป้านั้น นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า อาจเป็นเรื่องของความ ‘มั่นใจ’ ของผู้บริโภคที่ยัง ‘กลัว’ แม้โรงภาพยนตร์ทั่วโลกจะเพิ่มมาตรการด้านสุขอนามัยที่ดีขึ้นก็ตาม รวมถึงข้อจำกัดด้านจำนวนความจุต่าง ๆ ที่ยังไม่เต็มที่ ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อรายได้ของโรงภาพยนตร์แล้ว หุ้นของธุรกิจก็ปรับลดลงด้วย อย่างหุ้นของโรงภาพยนตร์สหรัฐฯ อย่าง AMC ลดลง 2.5% ส่วน Cinemark ลดลง 5.5%

จากนี้อาจจะต้องจับตาดูว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เหลือจะเลื่อนฉายยาวไปถึงปีหน้าหรือไม่ หรือโลกจะมีวัคซีนแก้ COVID-19 ได้ทันปีนี้หรือเปล่า ไม่เช่นนั้น อุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ที่คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 อาจจะเป็นได้เพียงความฝันก็เป็นได้

Source

Source

Source

]]>
1296863
2 เหตุผลที่ ‘มู่หลาน’ จะไม่ลงสตรีมมิ่งจนกว่าจะฉายโรง แม้จะถูกเลื่อนแบบไม่มีกำหนดก็ตาม https://positioningmag.com/1289660 Sun, 26 Jul 2020 09:41:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1289660 ทั้ง ‘TENET’ ของ Warner Bros. และ ‘มู่หลาน’ ของ Disney ต้องเลื่อนฉายหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่การแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนล่าสุด ภาพพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องก็ถูกเลื่อนฉายไปอย่างไม่มีกำหนด แต่หลายคนคงสงสัย ทั้งที่ 2 สตูดิโอต่างมีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตัวเอง ทำไมไม่ฉายบนแพลตฟอร์ม ทั้งที่ผ่านมาภาพยนตร์อนิเมชั่น ‘Trolls World Tour’ ตัดสินใจฉายบนแพลตฟอร์มและนั่นก็ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี และนี่คือ 2 เหตุผลที่ไม่สามารถทำได้

มากกว่าทุนสร้างที่มหาศาล

ภาพยนตร์อย่าง ‘TENET’ และ ‘มู่หลาน’ ถูกสร้างเพื่อเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมระดับโลก ค่ายมีค่าใช้จ่ายหลายร้อยล้านในการผลิต อย่าง ‘มู่หลาน’ ของดิสนีย์ใช้ทุนสร้างถึง 200 ล้านดอลลาร์ในการผลิตเพียงอย่างเดียว และจากนั้นสตูดิโอก็ลงทุนทั้งเงินและเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาและจีนซึ่งเป็นตลาดภาพยนตร์อันดับ 2 ของโลก แต่ ‘Trolls World Tour’ ไม่ได้ถูกคาดหวังไว้เช่นนั้น และดีไม่ดี การฉายโรงอาจจะประสบกับความล้มเหลวมากกว่า

ดังนั้น มันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ทุนสร้าง เพราะมันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมที่มาพร้อมกัน หากภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องไม่ได้การฉายบนภาพยนตร์ ไม่ใช่แค่กำไรที่จะลดลง แต่ยังสูญเสียศักยภาพของการฉายภาพยนตร์ และมั่นอาจสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราไปดูหนังได้ตลอดกาล ดังนั้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หนังเลื่อนออกไปซ้ำแล้วซ้ำอีก

Paul Dergarabedian นักวิเคราะห์สื่ออาวุโสของ Comscore กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องหนึ่งถ้าภาพยนตร์ขนาดเล็กหรืออิสระเข้าสู่ระบบดิจิทัล แต่ภาพยนตร์เรื่องบัสเตอร์แตกต่างไป ถ้าพวกเขาข้ามโรงภาพยนตร์มันจะสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมที่มีมานานหลายทศวรรษ”

ความสัมพันธ์ของสตูดิโอและโรงภาพยนตร์

สตูดิโอต้องรักษาความสัมพันธ์กับเจ้าของโรงภาพยนตร์ ซึ่งสร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ดังนั้นจึงอาจไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่สตูดิโอจะตัดความสำพันธ์กับโรงภาพยนตร์ทิ้ง เมื่อมีทางเลือกอย่างสตรีมมิ่ง อย่างไรก็ตาม หากโรงภาพยนตร์ต้องปิดยาวถึงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว อาจเป็นไปได้ที่สตูดิโอจะตัดสินใจที่จะปล่อยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ฉายบนสตรีมมิ่ง

ดังนั้น นี่คือเหตุผลที่สตูดิโอและสตรีมมิ่ง เช่น Netflix ต้องรักษาเวลากว่าที่จะนำภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรง ออกมานำเสนอบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ หาก ‘TENET’ ได้ฉายลงบนสตรีมมิ่ง แน่นอนว่าจะต้องได้รับการตอบรับอย่างดี ด้วยชื่อผู้กำกับ ‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ อย่างไรก็ตาม โนเเลนอยากให้ฉายภาพยนตร์เขาบนโรงภาพยนตร์ก่อน เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของผู้ชม

Source

]]>
1289660