Tops – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 29 Jan 2026 00:12:47 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ไม่ใช่ประเพณีแต่เป็นการลงทุน! ‘Tops’ ประเมิน ‘ตรุษจีน’ นี้เงินสะพัดทะลุ 5 หมื่นล้าน โต 5-10% เพราะมีปีละครั้งต้องใช้ ‘ของดี’ https://positioningmag.com/1557081 Wed, 28 Jan 2026 13:37:06 +0000 https://positioningmag.com/?p=1557081 Tops เผยผลสำรวจพฤติกรรมนักช้อปตรุษจีนยุคใหม่ พบ 5 เทรนด์สำคัญ เน้นคุณภาพมากกว่าราคา วางแผนการใช้จ่าย และลดขยะอาหาร ขณะที่ตลาดโมเดิร์นเทรดคาดเติบโต 3.7% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ตลาดตรุษจีนทะลุ 5 หมื่นล้านบาท คาดโต 5-10%

แม้ว่าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจจะไม่ได้ดีนัก ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่าย แต่ จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มองว่า ช่วง เทศกาลตรุษจีน ปี 2026 ตลาดมีโอกาสเติบโตได้ถึง 5-10% มีมูลค่าเงินสะพัดทะลุ 50,000 ล้านบาท เนื่องจากไม่ใช่แค่เป็นวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกของคนไทยเชื้อสายจีน แต่ยังเป็นเรื่องของ ความเชื่อและความหวัง ในการไหว้ขอพร

“ตรุษจีนปีก่อนเงินสะพัด 51,781 ล้านบาท เติบโต 4.5-4.6% ดังนั้น ปีนี้ด้วยโมเมนตัมของเทศกาลที่มีเพียงปีละครั้ง กำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ การจับจ่ายช่วงตุรษจีนยังเติบโต”

จักรกฤษณ์  จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

ผู้หญิง Gen X-Y ผู้กุมบังเหียนการจับจ่าย

จากผลสำรวจพบว่า การจับจ่ายที่มากที่สุดในช่วงตรุษจีนเป็น Gen X (48%) และ Gen Y (30%) และเป็น  ผู้หญิง (75%) ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มรายได้ระดับ กลางถึงบน อาศัยในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล (80%) โดย 96% เป็นการซื้อผ่านช่องทาง Offline เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อเป็นของสด ทำให้ผู้บริโภคต้องการเห็นและเลือกด้วยตนเอง 

44% ให้ความสำคัญกับการไหว้แบบเคร่งครัด โดยต้องทำความสะอาดบ้านก่อน เตรียมเสื้อผ้าใหม่ เลือกซื้อสินค้าไหว้ให้ถูกต้องตามประเพณี จัดวางโต๊ะไหว้ให้ถูกทิศ และพูดแต่สิ่งดี ๆ เป็นมงคลเท่านั้น

มองตรุษจีน = ลงทุน

84% ยืนยันว่าต้องซื้อผลไม้และเลือกผลไม้ที่เป็นมงคล ขณะที่ 55% ยังคงซื้อแม้ไม่มีโปรโมชั่น เพราะมองว่าตรุษจีนมีปีละครั้ง เป็นการ “ลงทุน” ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั่วไป โดยปัจจัยตัดสินใจซื้อ คือ 

  • ความสด (Freshness) 
  • คุณภาพ (Quality) 
  • ราคา (Price) 

วางแผนสั่งล่วงหน้าเพื่อการันตีได้ของครบ

แม้ราคาจะไม่ใช่ส่วนที่ใช้ในการตัดสินใจเป็นอันดับแรก ๆ แต่ 40% มีการวางแผนล่วงหน้า โดย 57% กลัวเรื่องราคาสินค้าที่อาจปรับขึ้น ดังนั้น การวางแผนช่วยให้ควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น ได้สินค้าครบถ้วน หลีกเลี่ยงความเครียดในนาทีสุดท้าย และใช้ประโยชน์จากโปรโมชั่น Pre-order โดย งบประมาณเฉลี่ยต่อครั้งการไหว้อยู่ที่ 2,500-3,000 บาท

นอกจากนี้ 63% ของลูกค้าเริ่มซื้อให้พอดีกับการบริโภค ซื้อให้เหมาะกับขนาดครอบครัว และบริหารจัดการให้ไม่เกิด Food Waste โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials ที่มีจิตสำนึกเรื่องความยั่งยืนสูง สุดท้าย 67% มองว่าโมเดิร์นเทรดเป็น Destination สำคัญ เพราะ มาที่เดียวครบ จบทุกอย่าง ตอบโจทย์คนทำงานที่ไม่มีเวลามาก ไม่ต้องไปหลายที่ และประหยัดเวลา

วิเคราะห์พฤติกรรม 3 วันทองตรุษจีน

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ “วันจ่าย” เป็นวันพีคที่สุด ยอดขายเติบโต 188% เมื่อเทียบกับวันธรรมดา และ Basket Size เพิ่มขึ้น 64% วันที่ 16 กุมภาพันธ์ “วันไหว้” ผู้บริโภคซื้ออาหารสดในนาทีสุดท้ายเพื่อความสดใหม่ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ “วันตรุษจีน/วันเที่ยว” รับประทานอาหารนอกบ้านและพาครอบครัวไปเที่ยว

โดยการกระจายงบประมาณช่วงตรุษจีน พบว่า อาหารและเครื่องดื่ม 52% เป็นหมวดใหญ่สุด ทั้งรับประทานนอกบ้านและซื้อวัตถุดิบมาทำกินเอง ตามด้วยซองอั่งเปา 29% สำหรับแจกให้ลูกหลานและคนในครอบครัว และ อื่น ๆ 19% ได้แก่ของตกแต่ง ของประดับ และเสื้อผ้าใหม่

สำหรับกลุ่มสินค้ายอดนิยม Top 3 คือ 

  • Cleaning Products (ซื้อล่วงหน้า) 
  • Fresh Food (ซื้อใกล้วันเทศกาล) 
  • Cooking Ingredients 

แก้ 4 Pain Points ลูกค้า ดันยอดโต 20%

จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมี 4 ความกังวลหลัก ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนากลยุทธ์ ได้แก่

  1. ความกลัวทำผิดประเพณี – ไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไร ต้องตั้งโต๊ะหันทิศไหน วางอะไรตรงไหน
  2. ความยุ่งยาก – ต้องซื้อของหลายที่ สิ้นเปลืองเวลาและพลังงาน
  3. ความกังวลเรื่องงบประมาณ – ผลจากสภาพเศรษฐกิจปี 2025 ไม่แน่ใจว่าจะควบคุมการใช้จ่ายได้หรือไม่
  4. ข้อจำกัดด้านเวลา – คนทำงานไม่มีเวลามาก ต้องการความสะดวก รวดเร็ว จบในที่เดียว

สำหรับตรุษจีนปีที่ผ่านมา Tops มียอดขายเติบโต 2 หลัก โดยปีนี้ Tops ตั้งเป้าเติบโตที่ 20% โดยจะใช้กลยุทธ์ A.C.E. ประกอบด้วย

A = Assortment (สินค้าครบ ถูกต้อง มีคุณภาพ) โดย อาจารย์ช้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์และฮวงจุ้ย ช่วยคัดเลือกสินค้าที่เป็นมงคล มีครบทุกหมวด ตั้งแต่ Cleaning Products, Fresh Food, Cooking Ingredients, Decorative Items ไปจนถึงซองอั่งเปา จัดเซตสำเร็จรูป ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ Product Labeling ตามความหมายมงคล เช่น Wealth (ส้มโชคใหญ่), Health (ปลาสด), Love (เชอร์รี่แดง), Prosperity (หัวหมูครบชุด) นอกจากนี้ ยังเพิ่มสินค้ามงคลใหม่ ๆ เช่น กุ้งล็อบสเตอร์, ไข่ปลาคาเวียร์

C = Connect & Customer Empowerment นำ AI มาผสานกับ Data Ecosystem เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะบุคคล เช่น ฟีเจอร์ AI Recommendation สำหรับสินค้าไหว้ คำแนะนำตามดวงชะตา/ปีเกิด และการจัดวางโต๊ะไหว้ที่ถูกต้อง 

E = Experience (ประสบการณ์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง) ครอบคลุมทุกจุดสัมผัส ตั้งแต่ก่อนซื้อ (ให้ความรู้ Planning Tools) ระหว่างซื้อ (จัดวางชัดเจน บริการให้คำปรึกษา) หลังซื้อ (คู่มือการจัดวาง Tips & Tricks)

“AI ช่วยให้เรารู้ว่าใครเป็นลูกค้าเรา และเราควรจะขายอะไรให้เขา ทำให้เราใช้งบการตลาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการแข่งขันในทุกวันนี้ ชนะกันที่รู้และโดนใจลูกค้า หมดยุคแมส ต้องเพอเซอนอลไรซ์ เพราะถ้าไม่ส่งข้อเสนอที่รู้ใจ เขาก็จะไม่สนใจแอปฯ เราเลย”

เศรษฐกิจฟื้นตัว-ตลาดค้าปลีกเติบโต 3.7%

แม้ปี 2025 อุตสาหกรรมค้าปลีกจะเผชิญกับสิ่งที่ผู้บริหาร Tops เรียกว่า “Perfect Storm” จากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามระหว่างประเทศ ความขัดแย้งภายในประเทศ ภัยพิบัติธรรมชาติ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังและชะลอการจับจ่ายใช้สอย

แต่สำหรับปี 2026 ที่เป็นปีม้าไฟ คาดว่าจะเป็น “Perfect Year” เพราะคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าปีที่ผ่านมา โดยตลาดค้าปลีกคาดการณ์เติบโต 3.7% ตามการคาดการณ์ของ SCB EIC (บริษัทวิจัยตลาด) ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจาก 3 เสาหลัก ได้แก่ สินค้าจำเป็น ที่ผู้บริโภคยังต้องซื้ออย่างต่อเนื่องแม้จะระมัดระวังการใช้จ่าย E-commerce ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและแข่งขันสูง และ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค      ที่ปรับตัวสู่รูปแบบใหม่

]]>
1557081
เจาะแคมเปญ ‘สะสมแสตมป์’ จาก ‘ท็อปส์’ ที่ยังใช้ซื้อใจลูกค้าได้เสมอ https://positioningmag.com/1473929 Thu, 16 May 2024 07:18:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1473929 หากพูดถึงแคมเปญ สะสมแสตมป์ เพื่อใช้แลก ของพรีเมียม เป็นอีกกลยุทธ์ที่มักจะเห็นได้บ่อย ๆ จากเชนร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต ล่าสุด ท็อปส์ (Tops) ก็ออกแคมเปญสะสมแสตมป์กลับมาทำตลาดอีกครั้ง พร้อมกับมาเล่าให้ฟังว่าทำไมแคมเปญถึงได้ผลเสมอ

อินไซต์บอกเองว่าลูกค้าชอบ

จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จํากัด ได้เล่าว่า จากการทำสำรวจลูกค้าท็อปส์พบว่ากว่า 39% ชื่นชอบโปรโมชั่น และกว่า 25% ชื่นชอบแคมเปญการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล

โดยท็อปส์เคยทำแคมเปญสะสมแสตมป์ในปี 2013 ก่อนจะทำอีกครั้งในปีที่ผ่านมา โดยนำคาแรกเตอร์จาก KAKAO FRIENDS มาทำเป็นของพรีเมียมให้แลก ซึ่งสามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 10% สามารถกระตุ้นจำนวนการซื้อเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4% และเพิ่มจำนวนชิ้นของสินค้าได้เฉลี่ย 9%

แบรนด์ได้ลอยัลตี้

ไม่ใช่แค่ฝั่งลูกค้าที่ชื่นชอบ แต่ แบรนด์ เองก็ชอบกลยุทธ์นี้เช่นกัน เพราะถ้าสินค้าของแบรนด์นั้น ๆ แจกแสตมป์ ก็จะช่วยจูงใจลูกค้าให้ซื้อง่ายกว่า และเป็นไปได้ว่าจะซื้อในปริมาณมาก ๆ ซึ่งก็จะช่วยให้เกิดอยัลตี้ และเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นยากมากขึ้น และลูกค้ายินดีที่จะจ่ายมากขึ้น

“แน่นอนว่ามีผู้บริโภคกลุ่มที่ชอบส่วนลด แต่แบรนด์มองว่าเขาสามารถให้ส่วนลดเองได้ ไม่จำเป็นต้องร่วมกับเราก็ได้ แต่พอเป็นการสะสมแสตมป์มันช่วยเรื่องลอยัลตี้ เพราะพฤติกรรมลูกค้าเขาจะดูเลยว่า สินค้าไหนให้แสตมป์เยอะ เขาก็จะซื้อสินค้านั้น ๆ ดังนั้น ตัวเลขการเติบโตของจำนวนสินค้า 9% เป็นแค่ค่าเฉลี่ย บางสินค้าโตได้ถึง 50%”

ของพรีเมียมตัวดึงฐานลูกค้าใหม่ ๆ

เพราะลูกค้าในปัจจุบันมองหา ความคุ้มค่า และ ความเอ็กซ์คลูซีฟ ดังนั้น ของพรีเมียมที่จะดึงดูดให้ลูกค้าสะสมต้องตอบโจทย์ความต้องการตรงนี้ได้ ดังนั้น ของพรีเมียมของท็อปส์จะต้อง ใช้ได้จริง คุณภาพดี และมีความเอ็กซ์คลูซีฟ ดังนั้น สินค้าทั้งหมดจะมีจำนวนจำกัด แต่มั่นใจว่าเพียงพอ

อีกส่วนสำคัญที่จะช่วยดึงดูด ลูกค้าใหม่ ๆ ก็คือ ศิลปิน ที่จะจะช่วยดึงฐานแฟนคลับให้มาสะสม โดยปีที่ผ่านมา ท็อปส์ได้คาแรกเตอร์จาก KAKAO FRIENDS แต่ปีนี้ท็อปส์เลือกจะใช้คาแรกเตอร์จาก 3 ศิลปินไทย โดยมีเป้าหมาย ดึงดูดลูกค้านิวเจน เนื่องจากฐานลูกค้าของท็อปส์ในปัจจุบัน 75.2% อยู่ในช่วงกลุ่ม Gen X และ Gen Y (25-54 ปี) 44% เป็นพนักงานออฟฟิศ โดยลูกค้าผู้หญิงเป็นสัดส่วนถึง 71.8% และผู้ชายมีสัดส่วน 28.2%

มั่นใจศิลปินไทยมั่นใจลูกค้าได้

จักรกฤษณ์ อธิบายว่า ที่ปีนี้ท็อปส์เลือกจับมือกับศิลปินไทยเพราะต้องการ สนับสนุนคนไทย ส่งเสริมความยั่งยืน อีกทั้งต้องการสร้างความแตกต่างจากตลาด และ 3 ศิลปินที่เลือกมาก็คัดแล้วว่ามีฐานแฟนคลับ มีความน่าสนใจ และมีความแตกต่างกันชัดเจน โดยจะมีทั้งความน่ารัก โฉบเฉี่ยว และอาร์ตในตัวเอง ได้แก่

  • Painterbell : เจ้าของผลงาน John Lulu and Friends ที่บอกเล่าเรื่องราวของคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนที่ร่วมมือร่วมใจกันใช้ชีวิตที่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อมและเพื่อนร่วมโลก ผสมผสานกับลวดลายที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย
  • Nui Wonderland : เจ้าของนิทรรศการ Nui in Wonderland ที่มีแรงบันดาลใจในการถ่ายทอดความเป็นจริงของโลกที่กําลังเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในทุกๆ มิติ มีการสอดแทรกเอกลักษณ์ความเป็นไทยในคาแรกเตอร์ประจําตัวที่มีความยูนีค
  • ARTSTORY by Autistic Thai : กลุ่มศิลปินออทิสติกทั้ง 5 คน ที่ร่วมนําเสนอมุมมองที่แตกต่างในคอนเซ็ปต์ “The town of Galaxtica ประยุกต์ผลงานให้สะท้อนแนวคิดความยั่งยืน

มั่นใจดันยอดโต 2 หลัก และขยายฐาน Gen Z

สำหรับแคมเปญในครั้งนี้ ท็อปส์มองว่าจะช่วยสร้างการเติบโตได้ 2 หลัก และช่วยดึงลูกค้าใหม่ในกลุ่ม Gen Z มาเอนเกจกับแบรนด์มากขึ้น อีกทั้ง แคมเปญนี้จะมาช่วยเพิ่มความตื่นเต้น ความสนุก ให้กับช่วงไตรมาส 2 ที่ถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากผู้บริโภคจับจ่ายในช่วงสงกรานต์ รวมถึงต้องประหยัดเงินเพื่อใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม

“ช่วงนี้ถือว่าท้าทาย ดังนั้น เราจะทำอย่างไรเพื่อรักษาและขยายฐาน เพิ่มความตื่นเต้น ความสนุกในช่วงนี้ จึงเป็นที่มาของแคมเปญนี้”

สำหรับแคมเปญนี้ ท็อปส์ทุกสาขาเข้าร่วมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Tops, Tops Daily, Tops Food Hall และ Tops Fine Food โดยลูกค้าที่เป็นสมาชิก The1 ช้อปครบทุก 100 บาทต่อใบเสร็จ รับ e-stamp 1 ดวง หรือรับแสตมป์เพิ่มเติม ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 6 สิงหาคม 2567 และสามารถแลกของสะสมได้ถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2567

โดยแบ่งระยะเวลาแลกสินค้าคอลเลกชันของศิลปินเป็น 3 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 แลกซื้อสินค้าคอลเลกชันจากศิลปิน Painterbell ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม – 13 สิงหาคม 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด รอบที่ 2 แลกซื้อสินค้าคอลเลกชันจากศิลปิน Nui Wonderland ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน – 13 สิงหาคม 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด และรอบที่ 3 แลกซื้อสินค้าคอลเลกชันจากศิลปิน ARTSTORY by Autistic Thai ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม – 13 สิงหาคม 2567 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

]]>
1473929