แมกโนเลียฯ ปักธงผู้นำคอนโดมิเนียมระดับคุณภาพ เปิดตัว “วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์นิวเจนฯ

0
3

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดหรือ MQDC หนึ่งในผู้นำธุรกิจพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยทั้งแบบบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม และโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้แบรนด์ แมกโนเลียส์ และ วิสซ์ดอม ปักธงผู้นำคอนโดมิเนียมระดับคุณภาพ โดยเปิดตัว “วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” (Whizdom, Avenue Ratchada-Ladprao) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์นิวเจนฯ ที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ด้วยทำเลที่ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลาดพร้าว

โดยโครงการวิสซ์ดอมฯ ลาดพร้าว ใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ด้วยการออกแบบที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งบนดินและสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่กว่า 1,700 ตรม. พร้อมตอบโจทย์นิวเจนฯด้วย customer activities ที่มีกิจกรรมหลากหลาย และ Sense of Living ตอบสนองทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต พร้อมรับประกันโครงสร้างอาคาร-การใช้งานและการรั่วซึมของน้ำฝนบานวงกบ ประตู และหน้าต่าง นานถึง 30 ปี และเสริมทัพด้วย Zero Defects Delivery พร้อมส่งมอบความสมบูรณ์แบบให้ลูกค้าและสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท วันนี้ถึง 30 กันยายน 2560

นายอัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวถึง “โครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว” ว่า “เราเจาะกลุ่มเป้าหมายคนเมืองและคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย และพิถีพิถันในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่ตอบโจทย์ ได้แก่

  1. ทำเลของโครงการถือว่าอยู่ใน The best location ด้วยที่ตั้งของโครงการติดกับสถานี MRT ลาดพร้าว ทางออกหมายเลข 1 ซึ่งถือว่าเป็น One Step จากรถไฟฟ้าอย่างแท้จริง และในอนาคตอันใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือ
  2. ที่จะเชื่อมต่อการคมนาคมเส้นลาดพร้าวไปยังสำโรงอีกด้วย โครงการตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าว แยกรัชดา-ลาดพร้าว ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพแห่งหนึ่งของกรุงเทพที่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงเรียน โรงพยาบาล และยังเป็นทำเลที่ถูกเรียกว่าเป็นใจกลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อถนนรัชดาภิเษก-พระราม 9 และสามารถเชื่อมต่อไปยั่งพื้นที่อื่นๆได้สะดวก-รวดเร็วอีกด้วย
  3. รับประกันนานถึง 30 ปี (ซึ่งถือเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาฯ รายแรกที่กล้าให้การประกันคุณภาพยาวนานที่สุด) โดยรับประกันด้านคุณภาพโครงสร้างอาคาร ใน 4 เรื่องหลัก
    • รอยร้าว และกำลังคอนกรีต เสา คาน พื้น
    • เรื่องความแข็งแรงทั่วไปและการรั่วซึมของหลังคาและดาดฟ้า
    • การรั่วซึมของท่อน้ำในระบบประปาและสุขาภิบาล การรั่วของกระแสไฟฟ้า
    • การใช้งานและการรั่วซึมของน้ำฝน ของบานวงกบ ประตู และหน้าต่าง
  4. การออกแบบอย่างพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด ผสมผสานการวิจัยและพัฒนา เข้ากับการดีไซน์ และความใส่ใจในเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ออกแบบตามมาตรฐาน “สถาบันอาคารเขียวไทย” (Thai Green Building Institute) เพื่อนำเสนอโครงการคุณภาพที่ตอบสนองทุกฟังก์ชั่นของชีวิต และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในทุกวัน อาทิ รูปแบบและการจัดวางพื้นที่ภายในห้องพักสอดคล้องกับหลักสรีระศาสตร์เหมาะสมกับระยะร่างกายของมนุษย์เพื่อความสะดวกสบายสำหรับทุกกิจกรรม อยู่สบายและไม่รู้สึกอึดอัด การวางตำแหน่งไฟ ตำแหน่งแอร์ที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย ทิศทางการวางตำแหน่งตัวตึกสอดคล้องกับทิศทางแสงอาทิตย์และทิศทางลม เพื่อลดความร้อน และเพิ่มการหมุนเวียนถ่ายเทของอากาศภายในห้องพัก เป็นการช่วยประหยัดพลังงาน และเพิ่มความสบายให้ผู้อยู่อาศัย การจัดวางห้องพักซึ่งเริ่มต้นที่ชั้น 5 เพิ่มความเป็นส่วนตัวและห่างไกลจากเสียงรบกวน มีการออกแบบสวนและแนวต้นไม้ช่วยบังแนวเสียงและฝุ่นละอองในอากาศที่จะพัดเข้าสู่ตัวอาคาร เป็นต้น
  5. customer activities / services เป็นกิจกรรมที่ตอบสนองคนรุ่นใหม่ (New Generation) ที่มีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบตอบสนองคน WHIZDOM ทุกแง่มุมของชีวิตอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตการทำงาน Entertainment สุขภาพ Networking, knowledge sharing และอื่นๆ นอกจากนี้เรามีการเพิ่ม Senses ของการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง หรือ “Sense of Living” การใส่ใจด้านการอยู่อาศัยจริงของคนปัจจุบันที่อาศัยอยู่คอนโด อาทิเช่น การเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน เช่น พื้นที่สำหรับล้างรถ ที่ชงชากาแฟที่ล็อบบี้ เตา BBQ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญพร้อมที่อบผ้า อุปกรณ์ปฐมพยาบาล First aid kit, อุปกรณ์ซ่อมบำรุง Maintenance box ที่ลูกค้าใช้ได้ง่ายๆ และอื่นๆ
  6. เสริมทัพด้วย Zero Defects Delivery เป็นการรับประกันว่าลูกค้าสามารถตรวจรับห้องได้ด้วยความพึงพอใจที่สุด ด้วยการใช้ technology ต่างๆมาช่วยตั้งแต่ขั้นตอนแรก เช่นการออกแบบ เราออกแบบเพื่อลดสิ่งที่จะก่อให้เกิด defects ตั้งแต่แรกและด้วยการนำ BIM (Building Information Model) มาใช้เพื่อขึ้นรูปแบบ 3 มิติก่อนสร้างจริง พร้อมทั้งขั้นตอนการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างในทุกขั้นตอนโดยทีม MQDC ด้วยเครื่องมือการตรวจสอบที่มีความแม่นยำสูงและทันสมัย ลดงาน re-work ที่อาจจะกระทบงานตกแต่งอื่นๆ การติดตามงานแก้ไข ด้วยโปรแกรม “Novade” ซึ่งเป็นโครงการแรกของประเทศไทยที่นำโปรแกรมนี้มาใช้ในการตรวจ defects

นอกจากนี้ นายอัษฎา แก้วเขียว ยังกล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีแรก2560 ว่า “ภาพสรุปของอสังหาฯในกรุงเทพ ครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีการขยายตึกต่อเนื่องจากช่วงที่ผ่านมาจากหลายปัจจัย อาทิเช่น การลงทุนโครงการรถไฟฟ้าหลายสายของภาครัฐ การเร่งเปิดตัวของผู้ประกอบการหลายราย โดยที่ตลาดคอนโดมิเนียมเป็นตลาดหลักที่ใหญ่ที่สุดประมาณ 60% ของตลาดรวม ในอีกด้านหนึ่งคือการขยายตัวของภาคอสังหาฯ ก็คือ ราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลโดยตรงต่อราคาที่อยู่อาศับ จากสภาวะปัจจุบันโอกาสในการเกิดโครงการในเมืองลดลงแต่การเปิดโครงการมากขึ้นในบริเวณส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าต่างๆ ทิศทางการพัฒนาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพและปริมณฑลได้เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรูปแบบการอยู่อาศัยของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง”

“สำหรับการวางแผนธุรกิจของ MQDC ในส่วนของ Whizdom Project ในครึ่งปีหลัง เรามุ่งเน้น การส่งมอบคุณภาพการอยู่อาศัย”ของโครงการ Whizdom ลาดพร้าว มูลค่ากว่า 2,700 ล้านบาท สำหรับโครงการที่ผ่านมานั้นได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เช่น โครงการวิสซ์ดอม รัชดา-ท่าพระ หลังจากเปิดตัวไปเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา มียอดจองกว่า 90% และปัจจุบันได้ปิดยอดจองไปแล้ว

ส่วนโครงการวิสซ์ดอม รัชดา-ลาดพร้าว แห่งนี้ ถือว่าเราประสบความสำเร็จ มียอดจองไปราว 90% เหลือเพียง 10% เท่านั้น และขณะนี้ก็เป็นการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด คาดว่าจะหมดเร็วๆนี้ โดยเราจะทำการเปิดตัวครั้งแรกในงาน Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao Grand Opening ในวันที่ 2 กันยายน 2560 นี้ ซึ่งเรามีห้องตัวอย่างถึง 7 แบบ เพื่อให้ลูกค้าเลือกชมเป็นไอเดียการตกแต่งห้องตามความชอบ โดยร่วมกับแบรนด์ CK furniture ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลกที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เรามีการทำ Co-branding แพคเกจ furniture “Fully furnished by CK furniture” อีกด้วย

“ด้านการส่งเสริมการตลาดในปี 2560 เราจะเน้นสื่อสารผ่านทางสื่อ Social Media เป็นช่องทางหลัก และเสริมด้วย out-of-home media ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้าง brand awareness สามารถเข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าให้ขับรถไปใกล้ๆที่ของโครงการเนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันจะใช้ smart phone ในการติดตามข่าวสาร และเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์การเดินทางหรือประกอบกิจกรรมนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่” นายอัษฎา แก้วเขียว กล่าวในตอนท้าย