“วอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย” ตั้งเป้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมผุดสาขาใหม่อีกกว่า 20 แห่งภายใน 5 ปี


วอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย เครือข่ายผู้ให้การศึกษาภาษาอังกฤษระดับพรีเมียม ฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยแผนการขยายธุรกิจระยะ 5 ปี ตั้งเป้าขยายสาขาอีกกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ และเพิ่มรายได้จากปัจจุบัน 700 ล้านบาทต่อปี สู่ 2 พันล้านบาทต่อปีภายใน 5 ปี


วอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำประเทศไทย โดยเน้นคอร์สสำหรับนักเรียนนักศึกษาและผู้ใหญ่ มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 35% ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา วอลล์สตรีทอิงลิชมีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 1.9 แสนคน


วอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย เปิดให้บริการทั้งหมด 13 สาขา ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และระยอง พร้อมสาขาใหม่ 2 แห่ง ที่เมญ่า เชียงใหม่และเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนมีนาคมนี้


จิม แม็คโกแวน กรรมการผู้จัดการ วอลล์สตรีทอิงลิช อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า วอลล์สตรีทอิงลิช เป็นสถาบันสอนภาษาระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ด้วยประสบการณ์การสอนภาษาให้แก่นักเรียนนักศึกษาและผู้ใหญ่ทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 45 ปี ตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ครั้งแรก ณ
กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี และมีนักเรียนสำเร็จการศึกษาทั่วโลกมากกว่า 3 ล้านคน


วอลล์สตรีทอิงลิช เป็นอันดับหนึ่งในตลาด เนื่องด้วยการใช้หลักสูตรการเรียนการสอนแบบ MULTIMETHOD® ผ่านการรับรองผลจากมหาวิทยาลัยเคมบริจด์ ประเทศอังกฤษ พร้อมได้รับมาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference) ซึ่งเป็นเกณฑ์ในการวัดคุณภาพของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลก วอลล์สตรีทอิงลิช ในประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศจีน”


วอลล์สตรีทอิงลิช เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยเฉพาะในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในอนาคต วอลล์สตรีทอิงลิชตั้งเป้าขยายธุรกิจอย่างเต็มที่


แมทธิว กิจโอธาน ประธานกรรมการวอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย กล่าวว่า วอลล์สตรีทอิงลิชมีเป้าหมายที่จะเปิดสาขาเพิ่มอีกกว่า 20 สาขา ภายใน 5 ปีต่อจากนี้ และคาดว่าจะเพิ่มรายได้ถึง 300% จาก 7 ร้อยล้านบาทสู่ 2 พันล้านบาท ภายใน 5 ปี เช่นกัน


แมทธิวกล่าวว่า ความต้องการด้านการเรียนภาษาอังกฤษมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมาก เนื่องจากผู้คนเตรียมความพร้อมด้านการค้า การทำงานในภูมิภาคเออีซี รวมถึงตลาดด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมกำลังขยายอย่างรวดเร็ว


การเตรียมตัวรับเออีซีทำให้การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารทวีความสำคัญขึ้นกว่าเดิม หากเราไม่มีการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษ ก็จะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในเออีซีได้ อาชีพในแวดวงโรงแรมก็อาจจะเสียโอกาสให้กับแรงงานต่างชาติจากเมียนมาร์และฟิลิปปินส์ ในปัจจุบันนี้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของคนไทยถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ในเออีซี” แมทธิวกล่าว


โอฬาร พิรินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย กล่าวว่า  วอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย ไม่ใช่แค่สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาอีกต่อไป แต่เราเป็น ‘English Learning and Lifestyle Center’ หรือแหล่งเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีสไตล์ การเรียนที่วอลล์สตรีท
อิงลิชมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมาย และเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมวอลล์สตรีทอิงลิชจึงตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพราะเราเป็นโรงเรียนสอนภาษาระดับพรีเมียมอันดับ 1 ของประเทศไทย และเพื่อให้เข้ากับกลยุทธ์ประเทศไทย 4.0 วอลล์สตรีทอิงลิช นำร่องนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สาขาในกรุงเทพฯ ห้องเรียนของวอลล์สตรีทอิงลิช รวมถึงที่สาขาใหม่ล่าสุด วอลล์สตรีทอิงลิช เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ได้รับการออกแบบให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฝึกภาษาอังกฤษแบบไร้ขีดจำกัดให้ผู้เรียน ด้วยการครีเอทโซเชียลคลับที่ทุกคนต้องใช้ภาษาอังกฤษในการเข้าร่วมกิจกรรมที่ทั้งสนุกและหลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ จึงได้ความรู้และได้สังคมใหม่ ๆ ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะนักเรียนของวอลล์สตรีทอิงลิชเท่านั้น โดยมีครูเจ้าของภาษาคอยดูแล”


สิ่งที่เจนวายมองหา คือ ความรวดเร็ว และ ความสะดวกสบาย นอกจากนี้ เรายังพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้ตอบรับกับโลกยุค 4.0 ด้วยการออกแบบคลาสเรียนออนไลน์ที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา สะดวกและรวดเร็วผ่าน WSE Mobile App” โอฬารกล่าว


กลุ่มเป้าหมายของวอลล์สตรีทอิงลิชแบ่งเป็น 3 ช่วงอายุ ได้แก่ 17-22 ปี 23-29 ปี และ 30 ปีขึ้นไป กลุ่มแรกเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เห็นความสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษและเลือกที่จะมาฝึกภาษากับวอลล์สตรีทอิงลิช ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเรียนที่ต่ำกว่าการเรียนในต่างประเทศ รวมถึงกลุ่ม “นิว มิลเลนเนียล” ที่มองว่าภาษาอังกฤษจะช่วยให้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายขึ้น


กลุ่มที่สองเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานในธนาคาร บริษัทส่งออก บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ส่วนกลุ่มสุดท้ายนั้นเป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ ผู้มีประสบการณ์การทำงาน และเจ้าของธุรกิจที่อยากจะพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษ


ด้วยวิธีการเรียนการสอนที่เหนือระดับ ทำให้ใคร ๆ ก็อยากมาเรียนที่วอลล์สตรีทอิงลิช ผมคิดว่าการมาเรียนภาษาอังกฤษที่นี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแน่นอน เพราะเรามอบสิ่งที่ดีที่สุด” โอฬารกล่าว พร้อมเสริมว่าทางวอลล์สตรีทอิงลิช ได้เลือก “นน” ชานน สันตินธรกุล นักแสดงหนุ่มวัยทีนสุดฮ็อต มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับวอลล์สตรีทอิงลิช เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ที่อยากเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษสำหรับเป็นใบเบิกทางที่ดีในอนาคต


สอบถามข้อเสนอพิเศษสำหรับนักเรียนนักศึกษาและคอร์สพิเศษช่วงปิดเทอม หรือข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้ที่ 1211 และ www.wallstreetenglish.in.th และ https://www.facebook.com/wse.thailand/


เกี่ยวกับวอลล์สตรีทอิงลิช ประเทศไทย


Wall Street English (วอลล์ สตรีท อิงลิช) คือเครือข่ายผู้ให้การศึกษาภาษาอังกฤษระดับพรีเมียม เพื่อผู้สนใจศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงองค์กรทั่วโลกที่มีมากกว่า 400 สาขา ใน 28 ประเทศทั่วโลก Wall Street English เปิดทำการในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี พ.. 2546 ปัจจุบันมีทั้งหมด 13 สาขา ได้แก่ สีลม (บีทีเอสศาลาแดง), ลาดพร้าว (ยูเนี่ยน มอลล์), เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, ซีคอน สแควร์, แฟชั่น ไอส์แลนด์, เมกา บางนา, รังสิต, เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ในเชียงใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่และเมญ่า ในระยอง ได้แก่ อิสเทิร์นซีบอร์ด