กระทรวงพาณิชย์หนุนผู้ประกอบการชูกลยุทธ์ “ติดปีกแบรนด์ไทยคุณภาพ ติดตลาดโลก” ร่วมมือเอกชนจัดงาน T Mark Festival 2018


จากนโยบายกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจ โดยการผลักดันสินค้าและบริการไทยให้เป็นที่นิยมในตลาดโลก รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาศักยภาพการผลิต ให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ทั่วโลกไว้วางใจ ทั้งในด้านการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม
มีธรรมาภิบาลและมีการคุ้มครองแรงงานอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ขานรับนโยบายดังกล่าว โดยตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภค จึงได้
จัดกิจกรรมส่งเสริมตรา Thailand Trust Mark หรืองาน “T Mark Festival 2018” เพื่อสร้างประสบการณ์โดยตรงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติและผู้บริโภคชาวไทย รวมทั้งตอกย้ำการสร้างการรับรู้ในตราสัญลักษณ์ T Mark รวมถึงแบรนด์สินค้าไทยที่มีคุณภาพและได้รับเครื่องหมายการันตีมาตรฐานคุณภาพตรา T Mark กว่า ๓๐ บริษัท


โครงการ Thailand Trust Mark เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดําเนินการตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อให้รับตราสัญลักษณ์ T Mark  โดยกลั่นกรองและพิจารณาผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบถ้วน คือ สถานประกอบการที่มีคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล (International Standard) ได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย (Thai Labour standard) เป็นอุตสาหกรรมที่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment Concern) และมีความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) รวมทั้งการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยสร้างความไว้วางใจต่อสินค้าและบริการที่มีตรา T Mark  ต่อผู้บริโภคได้


ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “Thailand Trust Mark หรือ T Mark  มุ่งผลักดันและยกระดับความสามารถทางการแข่งขันด้านการค้าของผู้ประกอบการไทยให้มุ่งไปสู่ตลาดศักยภาพสูง (Dynamic Market) มากขึ้น เช่น ตลาด CLMV ตลาดจีนที่มีอิทธิพลต่อทั่วโลกในขณะนี้ ปัจจุบันการประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่มีสัดส่วนถึง ๙๕% ของประเทศและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐจึงมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพการผลิต เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ซึ่งการรับรองมาตรฐานคุณภาพสินค้าของตรา
T Mark นี้ จะต้องผ่านเกณฑ์เกณฑ์มาตรฐานการผลิต เกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ของกระทรวงอุตสาหกรรม และเกณฑ์มาตรฐานแรงงานไทย ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งนับว่าเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ๓ กระทรวง”


“ในด้านการสร้างภาพลักษณ์ประเทศในเวทีการค้าโลกนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้ประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ T Mark อย่างเข้มข้นขึ้น โดยเจาะตลาดเป้าหมาย เน้นกลุ่มประเทศที่ให้ความสนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคมและแรงงาน อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและจีน โดยเน้นสื่อสารในประเด็นสำคัญ คือ มาตรฐาน คุณภาพกระบวนการผลิต และภาพลักษณ์องค์กรที่ดีทั้งในด้านการใช้แรงงานที่เป็นธรรมตามหลักมาตรฐานสากล การดำเนินงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้แก่สินค้าและบริการจากประเทศไทย  และปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ลงนามปฏิญญาความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐและผู้ประกอบธุรกิจในไทยเห็นประโยชน์และตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งนำไปดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งนับได้ว่า ตรา T Mark เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้และการขับเคลื่อนในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในภาคธุรกิจอีกด้วย


ศ.ดร.สกนธ์ วรัญญูวัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมได้ประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ T Mark ภายในประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับตราสัญลักษณ์ในกลุ่มผู้ประกอบการ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผู้ได้รับตรา T Mark ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในตราสัญลักษณ์และเชิดชูคุณลักษณะที่ดีของผู้ที่ได้รับตรา T Mark ในขณะเดียวกัน ก็มีการประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ ในกลุ่มผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้บริโภคในต่างประเทศ รวมทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งในปีนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จับมือกับบริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด จัดงาน T Mark Festival 2018 เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ Thailand Trust Mark ไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยเนรมิตพื้นที่บริเวณลาน Outdoor Multi-Purpose Area ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้า T Mark กว่า ๓๐ บูธ ภายใต้คอนเซปต์ “ช็อปเพลิน เดินชิล สินค้าดี กิจกรรมโดน” ทั้งยังมีกิจกรรม “Heart-Made Quality Workshop” เวิร์คช้อปพิเศษสอนทําอาหาร และสินค้าที่ระลึกแบบไทยๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ในกลุ่มผู้บริโภคให้เกิดความประทับใจและจดจําตรา T Mark”


“คิง เพาเวอร์ ถือว่าเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่นิยมมาก ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนที่ชื่นชอบในสินค้าและบริการไทยสถิติข้อมูลการส่งออกจากไทยไปจีน ในปี ๒๕๖๐ พบว่ามีมูลค่ากว่า ๒๙,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๙ กว่า ๖,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี ๒๕๖๑ นี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับคิง เพาเวอร์จัดกิจกรรม T Mark Festival 2018 ขึ้นเพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ศ.ดร.สกนธ์ กล่าวเพิ่มเติม


นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เป็นบริษัทของคนไทยที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย โดยร่วมสนับสนุนส่งเสริมสินค้าไทยที่ผลิตและสร้างสรรค์โดยคนไทย ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง คิง เพาเวอร์ และสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ำตราสัญลักษณ์โดยนำเสนอสินค้าที่ได้รับ Thailand Trust Mark หรือ T MARK ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเราเชื่อมั่นว่าสินค้าไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T MARK จะมีความแข็งแกร่งและส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับเศรษฐกิจไทย พร้อมก้าวไปสู่ประเทศที่ผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพระดับโลก”


ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับตราสัญลักษณ์ T Mark พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเจ้าของแบรนด์ที่ได้รับตรา T Mark ในปีก่อนๆกว่า ๓๐ บริษัทได้โดยตรง เช่น เอราวัณฟูด กิฟฟารีน บลูสไปซ์ อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์ และแบรนด์ VOO DOO ที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดจีน เป็นต้น รวมถึงขอคําแนะนําเกี่ยวกับการยื่นเอกสารการสมัครได้จากเจ้าหน้าที่ในงานที่ประจําอยู่ได้ตลอดการจัดงาน ในปีนี้คาดว่ายอดผู้ประกอบการไทยจะสมัครขอรับตรา T Mark เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว


สําหรับงาน T Mark Festival 2018 มีกําหนดการจัดงานระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๑
ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.thailandtrustmark.com หรือแฟนเพจ Thailand Trust Mark