เป๊ปซี่โค ปรับโฉม “ข้าวโอ๊ตเควกเกอร์” ชูจุดขาย “ดีต่อใจ” บุกตลาดซีเรียลอาหารเช้าโต 15% รับเทรนด์เฮลท์ตี้–อาหารคลีนพุ่ง

บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ในเครือเป๊ปซี่โค เดินหน้ารุกตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ “เควกเกอร์” (Quaker) ผลิตภัณฑ์ข้าวโอ๊ต 100% จากธรรมชาติ นำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ทันสมัยมากขึ้น รับเทรนด์คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพและหันมารับประทานอาหารคลีน พร้อมชูจุดขาย “ดีต่อสุขภาพหัวใจ” ด้วยคุณสมบัติเด่นของข้าวโอ๊ตที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

นายเคิร์ธ พรีชอว์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “เควกเกอร์เป็นแบรนด์ข้าวโอ๊ตอันดับหนึ่งของโลก* ที่ได้รับความเชื่อถือมากว่า 140 ปี ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งใน 22 แบรนด์หลักของเป๊ปซี่โคที่มียอดขายทั่วโลกในแต่ละปีมากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 32,000 ล้านบาทเคียงคู่แบรนด์ระดับโลกอย่าง เป๊ปซี่ เลย์ ทรอปิคาน่า และเกเตอเรด โดยได้ทำตลาดในประเทศไทยมากว่า 10 ปีแล้ว และเพื่อตอบรับเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย ในปีนี้ เราได้ปรับดีไซน์บรรจุภัณฑ์และตราสัญลักษณ์ของแบรนด์เควกเกอร์ให้มีความทันสมัยและโดดเด่นมากขึ้น พร้อมเตรียมส่งแคมเปญการตลาดเพื่อสื่อสารให้คนไทยได้รับทราบถึงคุณประโยชน์ของข้าวโอ๊ตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ”

“การปรับตัวของแบรนด์เควกเกอร์ในครั้งนี้เพื่อมุ่งบุกตลาดซีเรียลอาหารเช้า (Breakfast Cereal) หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธัญพืชที่มีมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทและมีอัตราการเติบโตถึง 15%** ทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจระยะยาวของเป๊ปซี่โคภายใต้นโยบาย Performance with Purpose ในด้านผลิตภัณฑ์ (Product) ที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ เป๊ปซี่โคได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างอัตราการเติบโตของยอดขายสินค้าในกลุ่มโภชนาการ (Everyday Nutrition) ทั่วโลกให้สูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดในพอร์ตโฟลิโอให้ได้ภายในปี 2025 ด้วยการพัฒนาและทำตลาดผลิตภัณฑ์ซึ่งทำจากวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างต่อเนื่อง อาทิ ธัญพืช อย่างข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ ผักและผลไม้ โปรตีน และผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น” นายเคิร์ธ กล่าวเสริม

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ คือ เป็นข้าวโอ๊ต 100% จากธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นธัญพืชชนิดไม่ขัดสีที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน วิตามินบี 1 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โปแตสเซียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก โดยมีปริมาณมากกว่าเมื่อเทียบกับธัญพืชชนิดอื่นๆ อย่างข้าว ข้าวกล้อง ข้าวสาลี หรือข้าวบาร์เลย์ นอกจากนี้ ข้าวโอ๊ตยังมีส่วนประกอบของไฟเบอร์หรือไยอาหาร ซึ่งเมื่อรับประทานแล้วจะอยู่ท้อง อิ่มนาน และมีส่วนช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ที่สำคัญที่สุด คือ ข้าวโอ๊ตเป็นแหล่งของไฟเบอร์ประเภทละลายน้ำได้ที่ชื่อว่า ‘เบต้ากลูแคน’ ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย อันเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น หากรับประทานข้าวโอ๊ตทุกวันๆ ละ 1 – 2 มื้อ อย่างน้อย 6 – 12 สัปดาห์ต่อเนื่อง ก็จะมีส่วนช่วยทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลงได้

ปัจจุบัน บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เป็นผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ข้าวโอ๊ต “เควกเกอร์” จากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ ข้าวโอ๊ตสุกเร็ว (QUICK COOK OATMEAL) ในบรรจุภัณฑ์สีฟ้า ซึ่งเป็นข้าวโอ๊ต 100% จากธรรมชาติที่สามารถปรุงเสร็จได้ภายใน 2 นาทีเพียงเทน้ำร้อนหรือนม แล้วใช้การต้มบนเตาหรือการอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟ และ ข้าวโอ๊ตปรุงสำเร็จ (INSTANT OATMEAL) ในบรรจุภัณฑ์สีแดง ซึ่งเป็นข้าวโอ๊ต 100% จากธรรมชาติเช่นกันแต่ผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้ข้าวโอ๊ตมีเกล็ดเล็กกว่า จึงสามารถรับประทานได้ทันทีเพียงแค่เพียงเติมน้ำร้อนและคนให้สุก

ข้าวโอ๊ตเควกเกอร์ทั้งสองรูปแบบมีให้เลือก 3 ขนาด คือ แบบกระป๋องขนาด 400 กรัม ราคา 60 บาท และขนาด 800 กรัม ราคา 108 บาท และแบบถุงกับขนาดสุดคุ้ม 1 กิโลกรัม ราคา 98 บาท มีวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

* อ้างอิงข้อมูลจากยอดขายในปี 2016 โดย บริษัท ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด

** อ้างอิงข้อมูลตลาดซีเรียลอาหารเช้าในประเทศไทย ปี 2017 โดย บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด โดยตลาดซีเรียลอาหารเช้า (หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธัญพืช) รวมถึงธัญพืชแบบแท่ง เครื่องดื่มที่ทำจากธัญพืช ธัญพืชผงชนิดชงร้อน และธัญพืชพร้อมทาน