โนเกียเผยตลาดไทยตอบรับดี หลังเดินเกมตลาดเข้มข้นครอบคลุมฟีเจอร์โฟน-สมาร์ทโฟน

เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD Global) เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เสริม แบรนด์โนเกียทั่วโลก เผยครึ่งปีแรกตลาดไทยตอบรับดี ยอดขายเติบโต 40% จากปีก่อน หลังเดินเกมการตลาดเข้มข้น เปิดตัวมือถือครอบคลุมฟีเจอร์โฟน-สมาร์ทโฟนไปแล้วรวม 8 รุ่น เจาะกลุ่มผู้บริโภคทุกเซ็กเมนท์ ด้วยจุดเด่นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์ โนเกีย ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ วัสดุคงทน คุ้มเกินราคา พร้อมแบตเตอรี่สุดอึด แถมอัพเดทระบบปฏิบัติการและระบบความปลอดภัยต่อเนื่องนาน 2 ปี ระบุ Nokia G10 สมาร์ทโฟนระดับกลางราคา 3,990 บาท สเปกเกินราคามาพร้อมกับ CPU และจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ กำลังมาแรงในช่วงล็อกดาวน์ที่การระบาดของโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย เพราะตอบโจทย์การติดต่อสื่อสารระยะไกล ใช้ติดต่อกับครอบครัว รองรับการทำงานและเรียนออนไลน์ ตั้งเป้าเดินหน้าต่อ ดันโนเกียสู่แบรนด์โทรศัพท์ที่ผู้ใช้ชื่นชอบ ไว้ใจได้ และใช้งานได้นานคุ้มค่า ในทุกเซ็กเมนท์ รวมทั้งเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคทุกคนสามารถเป็นเจ้าของโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของการสื่อสารในยุคนิวนอร์มอล ด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายกว่า

นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 โนเกียได้รับการตอบรับจากตลาดประเทศไทยเป็นอย่างดี ด้วยยอดขายเติบโต 40% เมื่อเทียบจากปีก่อนทั้งในแง่ของผู้บริโภครับรู้ว่าแบรนด์โนเกียกลับเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง และในแง่การตอบรับต่อตัวโปรดักส์คุณภาพและความคุ้มค่าของโทรศัพท์โนเกีย โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ผ่านมา หลังเดินเกมการตลาดเข้มข้น เปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ครอบคลุมทั้งฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟนสู่ตลาดไทยไปแล้วรวม 8 รุ่น ประกอบด้วย โทรศัพท์ฟีเจอร์โฟน จำนวน 2 รุ่น คือ “Nokia 105 4G” และ “Nokia 110 4G” พร้อมจุดเด่นที่เป็นการยกระดับมาตรฐานตลาดฟีเจอร์โฟนใหม่ ด้วยระบบเสียงคมชัดถึงระดับ VoLTE HD รองรับการเชื่อมต่อ 4G ออกแบบให้สามารถใช้งานง่ายขึ้นด้วยซูมเมนู เปิดฟังวิทยุเอฟเอ็มได้ทันที โดยไม่ต้องใส่หูฟัง แบตเตอรี่อึด สแตนบายได้สูงสุด 18 วัน

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวโทรศัพท์สมาร์ทโฟน จำนวน 6 รุ่น ได้แก่ สมาร์ทโฟนระดับบนรุ่น “Nokia 5.4” ที่เน้นดีไซน์ให้ทันสมัย จอ IPS LCD แบบ Dot Display ขนาด 6.39 นิ้ว ขนาดกำลังดีและงานออกแบบที่สวยงาม มีให้เลือกทั้งสี Polar Night และ Dusk สเปกเต็มขุมพลัง Snapdragon 662 พร้อม RAM 4GB หน่วยความจำ 128GB สามารถเพิ่มความจำได้ในตัวและได้แบตเตอรี่อึดอยู่ได้นานสุด 2 วัน ต่อมา “Nokia G20” ที่สามารถเป็นครีเอทีฟสตูดิโอเคลื่อนที่ ด้วยกล้องถ่ายภาพคมชัด 48 ล้านพิกเซล ทั้งแบบไวด์สกรีน มาโคร และวิดีโอ รวมทั้งระบบเสียง OZO Audio เพิ่มอรรถรสให้เนื้อหา พร้อมแบตเตอรี่อึด ชาร์จเพียงครั้งเดียวใช้ได้นาน 3 วัน และสมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่น “Nokia 3.4” จอขนาดใหญ่ 6.39″ HD+ แบบ Punch Hole Display พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว 13 ล้านพิกเซล, 5 ล้านพิกเซล Ultra Wide และ 2 ล้านพิกเซล ด้วย AI อัจฉริยะ โหมดถ่ายภาพบุคคล และโหมดถ่ายภาพกลางคืน และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ที่ไม่พลาดทุกช่วงเวลาดี ๆ ต่อมากับ “Nokia 1.4” สเปกเกินคุ้ม ปฏิบัติการอัพเกรดได้ถึง Android 12 (Go Edition) ชิปเซ็ต Qualcomm® ประมวลผลข้อมูลแบบไม่ติดขัด พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล กล้องคู่หลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และเลนส์มาโคร ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล หน้าจอ HD+ ขนาดใหญ่ 6.51 นิ้ว และแบตเตอรี่สุดอึด ใช้งานยาว ๆ 2 วัน เดินหน้าต่อด้วย “Nokia C10” โดดเด่นที่ความลงตัวระหว่างแบตเตอรี่เพียงพอสำหรับใช้งานเต็มวัน และหน้าจอ HD+ ระดับคริสตัลเคลียร์ที่ใหญ่คมชัดขนาดใหญ่ 6.52 นิ้ว ฟีเจอร์วิดีโอ HDR คู่กับแฟลช LED ด้านหน้าและด้านหลัง ยกระดับการถ่ายภาพที่เหนือชั้น และสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “Nokia G10” ที่กำลังได้รับความนิยมเนื่องจาก สามารถตอบโจทย์ทุกการใช้งาน โดยเฉพาะเพื่อการติดต่อสื่อสารระยะไกลกับครอบครัว การทำงานและเรียนออนไลน์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดดเด่นในเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องสีม่วง (Dusk) นำเทรนด์ พร้อมด้วยสีน้ำเงิน (Night) ในราคาที่จับต้องได้เพียง 3,990บาท ด้วย CPU Mediatek G25 8x A53 2.0GHz และจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว คมชัดระดับ HD+ สเปกเดียวกับ Nokia G20 โดยแต่ละรุ่นล้วนมีจุดเด่น เน้นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์ โนเกีย ที่ดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ วัสดุคงทน คุ้มเกินราคา พร้อมแบตเตอรี่สุดอึด แถมอัพเดทระบบปฏิบัติการและระบบความปลอดภัยต่อเนื่องนาน 2 ปี

โดยหนึ่งในปัจจัยของการเติบโต สู่ความสำเร็จในครึ่งแรกของปี 2564 ของโนเกีย มาจากการเข้าไปนั่งอยู่ในใจผู้บริโภค เพื่อค้นหาความต้องการอย่างแท้จริงในยุคปัจจุบันท่ามกลางภาวะการเปลี่ยนแปลง พบส่วนหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นคือ ผลกระทบจากช่วงมาตรการล็อกดาวน์ และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เร่งให้เกิดการปรับตัวของธุรกิจ และรูปแบบชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกช่วงวัยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ทั้งด้านการเรียน การทำงาน อีกทั้งด้านรองรับการใช้งานแอปฯ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปฯ “เป๋าตัง” “หมอพร้อม” และแอปฯ ธนาคาร สมัคร โอน เติม จ่าย ส่งผลให้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนกลายเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินชีวิตประจำวัน ท่ามกลางยุคเศรษฐกิจรัดตัว ผู้บริโภคต่างมองหาโทรศัพท์มือถือที่ดีไซน์สวย มีความคงทนใช้งานยาวนาน ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้งาน และที่สำคัญคืออยู่ในราคาระดับที่จับต้องได้ ทั้งนี้ โนเกียจึงมุ่งพัฒนาออกแบบสมาร์ทโฟน บนพื้นฐานคอนเซปต์ Love it รักเลย / Trust it ไว้ใจได้ / Keep it ทนทาน ในโทรศัพท์ทุกเซ็กเมนท์ ด้วยราคาสบายกระเป๋าสำหรับคนไทย ขานรับความต้องการทุกรูปแบบการใช้งาน

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังโนเกียยังคงมุ่งมั่นพัฒนา และออกแบบโทรศัพท์มือถือที่เน้นความต้องการผู้บริโภคให้มากที่สุด โดยตั้งเป้าเปิดตัวสมาร์ทโฟนออกสู่ตลาดให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนท์ ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เข้มข้นและเสนอโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในทุกเซ็กเมนท์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์โทรศัพท์ในใจผู้บริโภคทุกกลุ่ม ที่มาพร้อมความชื่นชอบ ไว้วางใจ และใช้งานได้นานคุ้มค่า ในราคาที่จับต้องได้ในทุกช่วงเวลา

พบกับโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟน และสมาร์ทโฟนได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายโนเกียทั่วประเทศ บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ และ ร้าน TG FONE (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) รวมทั้งช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee และ JD Central สามารถติดตามข่าวสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโนเกีย ได้ที่ https://www.nokia.com/phones/th_th