ทีพีเอ็นโกลบอล (TPN GLOBAL) ครองลิขสิทธิ์ MUT รักษาแชมป์เบอร์ 1 เวทีประกวดนางงามไทย พร้อมต่อยอดความสำเร็จด้วย บิซิเนสโมเดล ภายใต้แนวคิด BEAUTYTAINMENT

ทีพีเอ็น โกลบอล (TPN GLOBAL) ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดการประกวด MissUniverse Thailand (MUT) ฉลองครบรอบ 3 ปี รักษาแชมป์เบอร์ 1 เวทีประกวดนางงามในประเทศไทย พร้อมย้ำภาพความสำเร็จ นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ ศักยภาพ และประสบการณ์ในระดับนานาชาติ ต่อยอดธุรกิจกลุ่ม สุขภาพ ความงาม แฟชั่น และความบันเทิงครบวงจร ตลอดจนเดินหน้าลุยธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัล และรับเป็นคอนเซาท์แทนท์ด้าน Brand Communications และ Digital Content อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยจุดแข็งด้านครีเอทีฟคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายทุกแพลตฟอร์มบนโซเชียลมีเดีย ภายใต้แนวคิด BEAUTYTAINMENT (บิวตี้เทนเมนต์) เจ้าแรกในประเทศไทย ตั้งเป้าสร้างรายได้รวมทุกธุรกิจ 1,500 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2565

คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก กรรมการผู้จัดการ บริษัทพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN GLOBAL) กล่าวว่า ก้าวต่อไปของ TPN GLOBAL ต้องการปลุกสีสันให้อุตสาหกรรมสุขภาพ ความงาม แฟชั่น และความบันเทิงของไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด 19 เริ่มคลี่คลาย ด้วยแผนบิซิเนสโมเดล แนวคิด “BEAUTYTAINMENT: มิติความงามอันทรงคุณค่าผสานเทคโนโลยีความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบบนโลกดิจิทัล” โดยนำเสนอวิถีแห่งสุขภาพ ความงาม แฟชั่น ที่โดดเด่นด้วยครีเอทีฟคอนเทนต์บนโลกดิจิทัลในทุกแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบเจ้าแรกในประเทศไทย โดยการขับเคลื่อนธุรกิจ ภายใต้กลยุทธ์ 4C’s ประกอบไปด้วย Community: การสร้าง Social Community : Health -Beauty- Fashion รวมกลุ่มคนรักสุขภาพ ความงาม แฟชั่น ให้มีพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์, Content :งานครีเอทีฟที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Story Telling ในทุกแพลตฟอร์ม, Channel: ช่องทางการติดต่อสื่อสารที่หลากหลาย ง่าย สะดวก รวดเร็ว มี empathy รวมถึงการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซให้มีประสิทธิภาพสูงสุด, Customer: ให้ความสำคัญกับ Customer Journey เข้าใจทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ตลอดจนใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ บริหารจัดการ Big Data เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายสูงสุด

สำหรับ บริษัททีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN GLOBAL) ดำเนินธุรกิจจัดงานประกวด อีเว้นท์ งานแสดงสินค้า การประชุม การจัดกิจกรรมความบันเทิงในทุกรูปแบบทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการบริหารจัดการศิลปิน ดารา อินฟลูเอนเซอร์ในสังกัดจุดเด่นของบริษัทฯ และเป็นความท้าทายในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่หนักหน่วง คือการทรานฟอร์มจัดการประกวดนางงามมิติใหม่ New Normal รูปแบบ Virtual และ Online Streaming ครั้งแรกของประเทศไทย ที่ทรงคุณค่า น่าสนใจด้วยครีเอทีฟคอนเทนต์ ทันต่อเทรนด์และกระแสสังคม ผ่านกลยุทธ์ Digital Engagement พร้อมยืนหยัด ยึดมั่น การตัดสินอย่างยุติธรรม โปร่งใส ทำให้ TPN GLOBAL กลายเป็นต้นแบบของหลายเวทีการประกวด ล่าสุด MissUniverse Thailand 2021 ได้รับความสนใจจากแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ ร่วมสนับสนุนกว่า 50 แบรนด์ ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจสุขภาพ บิวตี้ แฟชั่น ยานยนต์ อาหารเครื่องดื่มการเงินการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลการท่องเที่ยว เทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์โดยมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ทั้งนี้ TPN GLOBAL มุ่งมั่นโชว์ศักยภาพประเทศไทยที่มีความพร้อมจัดงานในระดับนานาชาติและระดับโลก หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ต่อด้วย บริษัท เอ็มยูที ซีเล็ค จำกัด (MUT Select) มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรมความงามและสุขภาพด้วยจุดแข็งการคัดสรรคุณค่าจากธรรมชาติผสานเทคโนโลยีการฟื้นฟู บำรุง ชะลอวัย อย่างสมบูรณ์แบบคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ปลอดภัย ออกสู่ตลาดในราคาสมเหตุผล ภายใต้แบรนด์ AUTORA (ออทูร่า) ซึ่งประกอบไปด้วย เซรั่มกุหลาบไฮยาซี ครั้งแรกกับสารสกัดเข้มข้นไฮยาผสานวิตามินซีหนึ่งเดียวจากอณูกลีบกุหลาบพรีเมี่ยมที่ปลูกในพื้นที่คัดสรรพิเศษ ช่วยปลอบประโลมผิว ให้ดูอวบอิ่มเหมาะกับทุกสภาพผิว เผยผิวออร่าในแบบคุณและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Colla C Collagen Yuzu (คอร่า ซี คอลลาเจน ยูซุ) นวัตกรรมคอลลาเจนดูแลสุขภาพ สารสกัดจากผลส้มยูซุคุณภาพนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทฯ ได้ทดลองเปิดตลาดในช่วงเดียวกับการประกวด Miss Universe 2020 เดือน พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยคุณอแมนด้า ชาลิสา ออบดัม (MUT 2020) เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วยกลยุทธ์บอกต่อไปยังแฟนเพจครอบครัวนางงาม กลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) เป็นหลักโดยผ่านช่องทางขาย Line, Shopee, Lazadaซึ่งได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังวางแผนออกสินค้าดูแลสุขภาพและความงามที่ตอบโจทย์ทั้งผู้หญิงและผู้ชายภายในปี 2565 อีกหลายรายการ โดยบริษัทฯจะวางแผนทำตลาดในวงกว้างมากขึ้นมีแคมเปญโปรโมชั่นการคัดเลือกตัวแทนจำหน่ายตลอดจนสร้างรายได้พิเศษให้กับครอบครัว MUT (ผู้เข้าร่วมประกวด) รวมถึงการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง สร้างความแตกต่าง ดึงดูดความสนใจ ด้วยครีเอทีฟคอนเทนต์ในทุกช่องทางตอบรับตลาดความงามไทยที่มีมูลค่ารวมกว่า 2.2 แสนล้านบาทถึงแม้จะเจอสถานการณ์โควิด-19ก็ยังเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 6-9 % ต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภค ยังให้ความสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเป็นโอกาสของ MUT Select จะสามารถสร้างรายได้รวมที่ 450 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2565

และภายในเดือน พ.ย. 2564 กับการบุกธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้แบรนด์ CROWNEX (คราวเอ็กซ์) โดยผู้บริหารรุ่นใหม่ คุณสพลเชษฐ์ แสนโกศิก Chief Innovation Officer เปิดศักยภาพด้วย MUT NFT ซึ่งร่วมกับแพลตฟอร์มเทรดเหรียญดิจิทัล Bitkubโดยหลังเสนอข่าวความร่วมมือดังกล่าว สื่อการลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และเพียงแค่วันแรกของกิจกรรมมีผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 10,000 ราย ขณะเดียวกัน CROWNEX (คราวเอ็กซ์) ยังมุ่งพัฒนาอาณาจักร Metaverse รองรับโอกาสใหม่ในการเติบโตบนโลกเสมือน (Virtual World) ที่เชื่อมโลกจริงไว้ด้วยกัน พร้อมสร้างประสบการณ์โลกอนาคตให้ว้าวยิ่งขึ้น ด้วยอิสระแห่งจินตนาการที่เต็มไปด้วยความสุขในสังคมที่ดี ตลอดจนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้อย่างน่าสนใจในเวลาอันใกล้นี้ ปิดท้ายด้วยไฮไลท์พิเศษ Women Warrior ผลงาน NFT ชิ้นมาสเตอร์พีช ให้กับวงการนางงามไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเตรียมรุกตลาดดิจิทัลคอนเทนต์รับงานคอนเซาท์แทนท์ด้าน Brand Communications และ Digital Content อย่างเต็มรูปแบบตอบรับภาคธุรกิจมีการปรับตัวใช้สื่อดิจิทัลมากขึ้น เพื่อสร้างจุดเด่น ความแตกต่างและมีตัวตนในโลกออนไลน์หวังให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก กระตุ้นการมีส่วนร่วม และเพิ่มยอดขาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มีผลสำรวจและคาดการณ์ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและสถาบันไอเอ็มซี ระบุชัดว่าตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยปี 2565 จะเติบโต 15% มูลค่ารวมที่ 45,094 ล้านบาท ประกอบด้วยกลุ่มหลักอย่างแอนิเมชั่น เกมส์ คาแรคเตอร์ สอดคล้องกับสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ Daat รายงานว่า ปี 2021 แบรนด์สินค้ายังคงใช้งบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล 23,315 ล้านบาท เติบโต 11% ซึ่งมากขึ้นทุกปี โดยสื่อที่นิยมมากเป็นอันดับ 1 ยังคงเป็น Facebook รองลงมาคือ Youtube ขณะที่ “วีดีโอ” เป็นรูปแบบการโฆษณาที่เติบโตในทุกสื่อดิจิทัลตลอดจนปัจจัยบวกด้านการเร่งขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 5G ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นส่งผลให้คนไทยตื่นตัวและสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่ายมากขึ้นภายในปี 2565