เอฟแอนด์เอ็น นมโตแล้วต้องขยาย

ต้องเร่งสปีดกันหน่อยสำหรัยเอฟแอนด์เอ็น (เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ ลิมิเต็ด) เมื่อเข้าตลาดไทยทีหลังคู่แข่งอื่นๆ ที่เข้ามาบุกเบิกธุรกิจก่อนหน้านี้ แต่เมื่อตีโจทย์การตลาดแตก โดยเฉพาะธุรกิจ “นมน้ำ” ประกอบนมข้นหวาน นมข้นจืด ทีพอท และคาร์เนชั่น และนมสเตอร์ริไลซ์ตราหมีและหมีโกลด์ กลายเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลัก จนต้องทุ่มลงทุนขยายการผลิต นมน้ำบรรจุกระป๋อง ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ โครงการ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อจำหน่ายในประเทศและแถบอินโดจีน รวมถึงหาโอกาสส่งออกอีก 19 ประเทศทั่วโลก

โรงงานนี้ต้องใช้เงินลงทุน มูลค่า 2,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 60 ไร่ เริ่มเปิดสายการผลิตตั้งแต่กันยายน 2552 เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อมิถุนายน 2554 สามารถลดต้นทุนด้านซัพพลายเชนโดยไม่ต้องขนส่งกระป๋องด้วยรถบรรทุก 65 เที่ยวต่อวัน (โรงงานผลิตกระป๋องอยู่ติดกันส่งกระป๋องมาทางสายพานลำเลียง)

Brand Asset ที่สำคัญของเอฟแอนด์เอ็น คือ นม “ตราหมี” ที่เอฟแอนด์เอ็นซื้อแบรนด์มา2-3 ปีที่แล้ว เพื่อรองรับการขยายตัวในไทยและเอเชียนอกเหนือไปจากแบรนด์ของเอฟแอนด์เอ็นเอง ตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทที่มียอดขายระดับ 20,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่มียอดขายราว 10,000 ล้านบาท

สมศักดิ์ ชายะพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจนมมานาน 20 กว่าปี นับตั้งแต่อยู่เนสท์เล่ บอกว่า ทิศทางการเติบโตที่สำคัญของตลาดผลิตภัณฑ์ นมน้ำ คือ การจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดวิธีการชงเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ๆ (Application) ภายใต้ขอบเขตของการประกอบอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่และอื่นๆ เช่น ขนมไทย โรตี

“ปัจจุบันอัตราการบริโภคนมทุกประเภทของคนไทยยังต่ำกว่าในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย เนื่องจากคนมาเลเซียมีวัฒนธรรมกาแฟกันทั้งประเทศ ดังนั้นจึงยังมีโอกาสอีกมากในการแนะนำ Application ใหม่ๆ เช่น การนำนมข้นจืดไปผสมในขั้นตอนของการนวดแป้งโรตี เป็นต้น”

ทั้งนี้ในแง่ของนมข้นหวานและนมข้นจืด คาร์เนชั่นกับทีพอท วาง Positioning ต่างกัน คาร์เนชั่นจะเป็นนมข้นหวานและนมข้นจืดพรีเมียม ส่วนทีพอทจะเจาะระดับแมสเป็นหลัก เช่น รถเข็นชาชัก จึงได้มีการจัดประกวด ทีพอท สุดยอดแชมป์ชาชักประเทศไทยขึ้น

ส่วนกาแฟ น้ำผลไม้และนมยูเอชที เช่น ไมโล ว่าจ้างโรงงานแห่งอื่นผลิต แม้แต่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างรังนกผสมนมและกู๊ด มอร์นิ่ง-กู๊ด ไนท์ ที่เอฟแอนด์เอ็นพยายามผลักดันเข้าสู่ตลาดจะนิช (Niche) เกินไป Functional Milk ซึ่งมีราคาแพงกว่านมพร้อมดื่มปกติ ยังต้องใช้เวลา Educate ผู้บริโภคต่อไปอีกนาน ทั้งยังมีช่องทางจำหน่ายจำกัดเฉพาะโมเดิร์นเทรดบางแห่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เอฟแอนด์เอ็นยังต้องเดินหน้าหานวัตกรรมเพื่อหาจุดขายเฉพาะตัวที่แตกต่างไปจากคู่แข่งตลาดนมมูลค่ามหาศาลกว่า 35,000 ล้านบาท

Timeline
2549 ซื้อกิจการนมน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากเนสท์เล่
2550 เปิดตัวบริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด
2551 เปิดตัวกาแฟ 3 อิน 1 เอฟแอนด์เอ็น ครีเอชั่น
2552 เปิดตัวรังนกผสมนมไขมันต่ำและมอลต์สกัด
2553 เปิดตัวเอฟแอนด์เอ็น กู๊ด มอร์นิ่ง-กู๊ด ไนท์
2554 เปิดตัวโรงงานแห่งใหม่ ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ โครงการ 2 วางจำหน่ายนมตราหมีโกลด์รสถั่วขาว
สัดส่วนรายได้ของเอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ ประเทศไทย
นมข้นจืด นมข้นหวาน 30%
นมตราหมี หมีโกลด์ 30%
อื่นๆ 40%