ไทยประกันชีวิต ยกระดับแอปพลิเคชัน เติมเต็มการใช้ชีวิตแบบครบรอบด้าน

ไทยประกันชีวิตพัฒนานวัตกรรมตามแนวคิดเป็นทุกคำตอบของชีวิตลูกค้า ยกระดับแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต เติมเต็มการใช้ชีวิตแบบครบรอบด้าน เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ My Wellness Vital Scan เช็กสุขภาพเบื้องต้นผ่านการสแกนใบหน้าด้วยเทคโนโลยี AI และ Family Policy ฟีเจอร์กรมธรรม์คนในครอบครัว ที่สามารถดูข้อมูลและชำระเบี้ยฯ กรมธรรม์ของคนในครอบครัว สะดวก ง่าย ปลอดภัยพร้อมจัดแคมเปญเอาใจคนรุ่นใหม่ เล่นเกมสนุกลุ้นรับของรางวัล

นายนิติพงษ์ ปรัชญานิมิต รองผู้จัดการใหญ่ และ Chief Marketing Officer บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า จากเจตนารมณ์ทางธุรกิจ (Business Purpose) ของบริษัทฯ ที่มุ่งเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ในทุกช่วงของชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะของชีวิต (Life Event) และทุกรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของลูกค้า รวมถึงเป้าหมายของแบรนด์ (Brand Purpose) ในการเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชอบ ความไว้วางใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนในสังคม

ที่ผ่านมาบริษัทฯ ริเริ่มแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ ทำธุรกรรมด้านการประกันชีวิตได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษมากมายที่ตอบความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ผ่านไทยประกันชีวิต Privilege

และเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตอย่างครบรอบด้านให้กับลูกค้า บริษัทฯ จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต ให้เป็นแอปพลิเคชันที่ส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ My Wellness Vital Scan บริการเช็กสุขภาพเบื้องต้นผ่านการสแกนใบหน้าด้วยเทคโนโลยี AI สำหรับลูกค้าที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป โดยตรวจเช็กค่าสุขภาพ 9 ด้าน ได้แก่ คะแนนรวมด้านสุขภาพ, อัตราการเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, อัตราการหายใจ, ดัชนีมวลกาย (BMI), อัตราส่วนรอบเอวต่อส่วนสูง, ดัชนีรูปร่าง, ระดับความเครียด และอายุผิวหน้า โดยลูกค้าสามารถใช้บริการ 1 ครั้ง/คน/เดือน ได้จนถึง 30 เมษายน 2567 และตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป จะสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามระดับสมาชิกไทยประกันชีวิต Privilege คือ ไทยประกันชีวิต Infinite จะได้รับสิทธิ์ 2 ครั้ง/คน/เดือน สำหรับไทยประกันชีวิต Ultimate, ไทยประกันชีวิต Primeและผู้เข้าใช้งานแอปพลิเคชันที่ไม่ได้เป็นสมาชิกไทยประกันชีวิต Privilege จะได้รับสิทธิ์ 1 ครั้ง/คน/เดือน

ฟีเจอร์ Family Policy กรมธรรม์คนในครอบครัว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนในครอบครัวได้ดูแลกันได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงแค่ยื่นคําร้องขอเข้าถึงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต และได้รับความยินยอมจากคนในครอบครัว พร้อมได้รับการพิจารณาอนุมัติความสัมพันธ์จากบริษัทฯ ลูกค้าจะสามารถเข้าดูข้อมูลกรมธรรม์และชําระเบี้ยประกันภัยแทนคนในครอบครัวผ่านแอปพลิเคชันของตนเองได้ทันที

นายนิติพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากบริการใหม่ ๆ ที่จะส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าแล้ว ยังมีแคมเปญที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบเกมออนไลน์ ด้วยแคมเปญ Gamification เกมล่าขุมทรัพย์  ใต้ทะเล โดยลูกค้าสามารถเล่นเกม เก็บของจากหีบสมบัติใต้ทะเลและรับคะแนนตามที่กําหนด รับฟรี! McDonald’s E-Coupon มูลค่า 50 บาท จำกัดสิทธิ์การเล่นเกม 1 คน/3 สิทธิ์/เดือน โดยมีระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่ 1 มีนาคม 2567 – 30 เมษายน 2567

และบนแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต ยังมีแคมเปญมูทิป เช็กดวงชะตา สำหรับกลุ่มที่ชอบมูเตลู ลูกค้าสามารถอ่านคําทํานายดวงชะตาจากแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิตได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรกลูกค้า 30 คนแรกที่อ่านคำนายและกดเช็กอินติดต่อกันครบ 3 เดือน จะได้รับสิทธิ์ดูดวงไพ่ยิปซีกับอาจารย์คฑา ชินบัญชร แบบส่วนตัว ผ่าน LINE Video Call โดยมีระยะเวลาแคมเปญตั้งแต่ 1 มีนาคม –  31 พฤษภาคม 2567 และในช่วงตั้งแต่เดือนมิถุนายน  – ธันวาคม 2567 ลูกค้าสามารถเข้าอ่านคำนายรายเดือนได้ทุกเดือน

ขณะเดียวกันยังได้ปรับ User Interface หรือ UI หน้า Home ของแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิตใหม่ เพื่อให้ User Experience หรือ UX ของลูกค้าดีขึ้น สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น พร้อมรวบรวมบทความดี ๆ จากเว็บไซต์ www.livetolife.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ e-Magazine โดยแบ่งเป็น 6 หมวด คือ  ท่องเที่ยว, ไลฟ์สไตล์, ศิลปะและวัฒนธรรม, Wealth, Better Life และสุขภาพ เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบของลูกค้า

“บริษัทฯ มุ่งพัฒนาแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต ให้เป็นมากกว่า Functional Application แต่ต้องเป็น Lifestyle Application ควบคู่กัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานแอปพลิเคชันในชีวิตประจำวันได้ สอดคล้องกับการเป็น Life Solutions สำหรับลูกค้า  โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิตแล้วจำนวน 780,000 ราย” นายนิติพงษ์กล่าว