นักท่องเที่ยวจีนในไทยฟื้นตัวแค่ 60% ช้ากว่าหลายประเทศในเอเชีย

ในปี 2567 ที่ผ่านมา การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนในไทยช้ากว่าในหลายประเทศในเอเชีย (เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด ปี 2562) ดังนี้

  • ไทย มีนักท่องเที่ยวจีน 6.73 ล้านคน ฟื้นตัว 60.4%
  • ญี่ปุ่น มีนักท่องเที่ยวจีน 6.98 ล้านคน ฟื้นตัว 72.8%
  • เกาหลีใต้ มีนักท่องเที่ยวจีน 4.16 ล้านคน ฟื้นตัว 73.5%
  • เวียดนาม มีนักท่องเที่ยวจีน 3.74 ล้านคน ฟื้นตัว 87.2%
  • สิงคโปร์ มีนักท่องเที่ยวจีน 2.89 ล้านคน ฟื้นตัว 86%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประเมินว่า ทั้งปี 2568 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะมีจำนวน 7.5 ล้านคน เติบโต 11.4% (YoY) หรือฟื้นตัว 68% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 2562 ที่มีจำนวน 11.1 ล้านคน

ทั้งนี้ คนจีนยังมองประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแรก ๆ เพราะแพ็กเกจและตั๋วโดยสารเครื่องบินจากจีนมาไทยยังไม่สูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ

ทว่า การเจาะตลาดจีนปี 68 ถือว่าไม่ง่ายด้วยไทยมี 4 ปัจจัยท้าทายสูง

1.ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยต่ำ

จากผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนโดย Oliver Wyman มองว่า ประเทศไทยซึ่งเป็นที่นิยมมายาวนาน กลับได้รับความนิยมลดลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนมีความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น

สะท้อนได้จากกรณีที่เกิดขึ้นกับดาราจีนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คนจีนมีการยกเลิกการเดินทางมาเที่ยวในไทย หรือมองหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่  

2.เศรษฐกิจจีนเปราะบาง

โดยมีความเสี่ยงจากสงครามการค้า กำลังซื้อชาวจีนบางกลุ่มยังไม่ฟื้นตัว และค่าเงินหยวนที่ผันผวนในทิศทางอ่อนค่า ทำให้ในปี 2568 ทิศทางการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนจีนอาจยังไม่กลับสู่ระดับก่อนโควิดปี 2562 (จำนวน 155 ล้านทริป)

และคนจีนจะมีการเปรียบเทียบจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับงบประมาณ ซึ่งก็อาจมีผลต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ไทย

โดยในช่วงที่ผ่านมา ประเทศที่มีค่าเงินที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวนมีอัตราการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนดีกว่าไทยที่มีค่าเงินแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินหยวน

3.การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่สูง

สะท้อนได้จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนในหลายประเทศดีกว่าไทย และในปี 2567 ประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนสูงกว่าไทยแล้ว

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศใช้นโยบายวีซ่าฟรีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน ข้อมูลจาก VisaIndex พบว่า

  • มี 44 ประเทศที่คนจีนสามารถเดินทางไปเที่ยวโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • มี 36 ประเทศที่สามารถขอวีซ่าได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางสะดวกและมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น

4.เทรนด์ท่องเที่ยวคนจีนเปลี่ยนไป

โดยมีความต้องการที่หลากหลาย ประกอบกับสื่อสังคมออนไลน์มีผลต่อการเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ทำให้การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนไม่ใช่เรื่องง่าย

การเดินทางท่องเที่ยวของคนจีนมีการปรับเปลี่ยนไปมากหลังโควิด อาทิ การเดินทางท่องเที่ยวเอง หรือกรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็ก ซึ่งมีความคล่องตัวในการท่องเที่ยว ระยะเวลาการตัดสินใจวางแผนเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 1 เดือน (ผลจากมาตรการวีซ่าฟรี)

มองหาจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างท่องเที่ยวอย่างแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

สะท้อนได้จาก การเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวรองๆ อย่างจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวกาตาร์เติบโตกว่าปี 2562 หรือสายการบินระหว่างจีนกับประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวรองๆ เพิ่มขึ้น

และจากข้อมูลของ Dragon Trial พบว่า การจองทริป หรือการค้นหาข้อมูลของนักท่องเที่ยวจีนมีความหลากหลายและแนวโน้มไปยังตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือจะเพิ่มมากขึ้น