ที่ผ่านมา “ประเทศไทย” ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก เผชิญการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวในรอบหลายปี จากวิกฤตรอบด้านที่ถาโถมเข้ามา
ส่งผลให้ปิดปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย จำนวน 33 ล้านคน ลดลง 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) หรือ “ลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ปี” (*ไม่นับช่วงโควิด)
bloomberg วิเคราะห์สาเหตุที่น่าสนใจ แบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้
1.ปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย จากกรณีนักแสดงชาวจีน ถูกลักพาตัวจากไทย ไปอยู่ในอาณาจักร สแกมเมอร์ที่ชายแดนเมียนมา ก่อนช่วยออกมาได้ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกแผนการเดินทางมาไทยจำนวนมาก
2.ผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมียนมา ต่อตึกสูงในประเทศไทย โดยมีตึก สตง. ถล่มในปลายเดือนมีนาคม 2568
3.ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต
4.ปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทย
5.วิกฤตการเมือง ทำให้มีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่
“เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ”
ด้านตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 5 อันดับแรก (อ้างอิงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ได้แก่
- อันดับ 1 มาเลเซีย จำนวน 4.5 ล้านคน
- อันดับ 2 จีน จำนวน 4.47 ล้านคน
- อันดับ 3 อินเดีย จำนวน 2.5 ล้านคน
- อันดับ 4 รัสเซีย จำนวน 1.9 ล้านคน
- อันดับ 5 เกาหลีใต้ จำนวน 1.6 ล้านคน
ทั้งนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านบาท ลดลง 4.7% (YoY)
หากรวมรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวในประเทศทั้งหมด รายได้รวมอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท ลดลง 1.3% (YoY)
ไทย ตั้งเป้าฟื้นการท่องเที่ยว เน้นตลาดระยะสั้น
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคนในปี 2569
เน้นหนักไปที่ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ (Short-haul markets) คิดสัดส่วน 70% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
ทั้งนี้ คาดว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนจะมีจำนวน 6.7 ล้านคนในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2567

