เปิดฉากปี 2026 ด้วยเหตุการณ์ช็อกโลก เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการทางทหารระดับสายฟ้าแลบในชื่อ Absolute Resolve เพื่อบุกเข้าคุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร และภรรยาในข้อหาก่อการร้ายด้วยยาเสพติด (Narco-terrorism) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนทั้งโลกจับตาก็คือ สหรัฐฯ จะจัดการกับ น้ำมันสำรองมหาศาล ที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินเวเนซุเอลาอย่างไร?
Chevron ผู้เล่นเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่
หลังจากที่มีข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กําลังวางแผนที่จะพบกับผู้บริหารจากบริษัทน้ํามันของสหรัฐฯ ในปลายสัปดาห์นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมการผลิตน้ํามันของเวเนซุเอลา ส่งผลให้ เชฟรอน (Chevron) ได้ถูกจับตาในฐานะบริษัทที่มี แต้มต่อ มากที่สุด
เพราะท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่ดุเดือด เชฟรอน ได้กลายเป็น ผู้เล่นเพียงรายเดียว ที่ทำธุรกิจอยู่ในเวเนซุเอลา ผ่านการร่วมทุนกับรัฐบาล (JVs) ซึ่งปัจจุบันครองสัดส่วนการผลิตถึง 23% ของทั้งประเทศ ในขณะที่คู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง ExxonMobil และ ConocoPhillips ได้ถอนตัวออกไปตั้งแต่ปี 2007 นับตั้งแต่ถูกอดีตประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ สั่งยึดทรัพย์สินเป็นของรัฐ
ขุมทรัพย์ที่ต้องแลกมาด้วยเงินมหาศาล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทรัมป์คิด อาจไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะแม้ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (Energy Information Administration: EIA) จะยืนยันว่า เวเนซุเอลามี น้ำมันสำรองมากที่สุดในโลกถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล แต่สภาพโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมทำให้การฟื้นฟูต้องใช้เงินมหาศาล
มีการประเมินว่า อาจต้องใช้เงินสูงถึง 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในระยะ 15 ปี เพียงเพื่อรักษาเพดานการผลิตที่ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อประคองตัว และถ้าจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน อาจต้องทุ่มงบประมาณสูงถึง 1.83 แสนล้านดอลลาร์
ไม่เพียงแค่งบลงทุนมหาศาล แต่ที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนักกังวลตรงกันก็คือ ความชัดเจนทางการเมือง ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานคือพันธสัญญาในระยะยาว 30 ปี แต่สถานการณ์ในปัจจุบันยังเต็มไปด้วยคำถาม
เพราะแม้ว่า ทรัมป์ ประกาศจะเข้าไปบริหารจัดการ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอย่าง มาร์โก รูบิโอ กลับสงวนท่าทีว่าจะใช้เพียงการกดดันทางการทูต และในอนาคต ยังมีความเสี่ยงที่เวเนซุเอลาจะกลับไปมีผู้นำแบบมาดูโรอีกครั้ง และเสี่ยงที่ทรัพย์สินที่ลงทุนไป จะถูกยึดกลับเป็นของรัฐเหมือนในอดีต
คุ้มค่าหรือไม่ในวันที่น้ำมันล้นโลก?
แม้ในระยะสั้นหุ้นของ Chevron จะขานรับข่าวนี้ด้วยการพุ่งขึ้นกว่า 5% แต่เส้นทางฟื้นฟูพลังงานของเวเนซุเอลาภายใต้การผลักดันของทรัมป์ ยังคงเต็มไปด้วยความกังขา โดยเฉพาะเรื่องสุดท้ายคือ ความคุ้มค่าเชิงธุรกิจ เพราะในปัจจุบันโลกไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันเหมือนในอดีตอีกแล้ว ดังนั้น การทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทางการเมืองสูงลิ่ว จึงเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก
