เพราะคนจำเป็นต้องกินทุกวัน ทำให้ตลอดหลายปีภาพรวมของธุรกิจร้านอาหารจึงมีการเติบโตน่าสนใจ ทว่าเมื่อปีที่ผ่านมาเราได้เห็นสัญญานการชะลอของธุรกิจนี้ ไม่เว้นกระทั่ง ‘ร้านอาหารญี่ปุ่น’ ที่เคยเป็นดาวรุ่ง จากปัจจัยลบหลายเรื่อง อาทิ ภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการแข่งขันที่รุนแรง ฯลฯ
สำหรับปีนี้ ‘ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล’ ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด ที่มีแบรนด์ในเครือ อย่าง ‘ชินคันเซ็น ซูชิ’, ‘นักล่าหมูกระทะ’, NAMA Japanese and Seafood Buffet และแฟรนไชส์ซูชิสายพานชื่อดังจากญี่ปุ่นอย่าง Katsu Midori ประเมินว่า การทำธุรกิจร้านอาหารจะยิ่งยากและเหนื่อยกว่าเดิม นับตั้งแต่เขาเริ่มต้นธุรกิจมา 12 ปี
“ผมทำชินคันเซ็น ร้านซูชิราคาเริ่มต้นคำละ 10 บาทตอนเป็นนักศึกษา มาถึงวันนี้ก็ 12 ปี เจอวิกฤตโควิดที่ว่าหนักแล้ว ปีที่ผ่านหนักกว่า เพราะภาพรวมของร้านอาหารญี่ปุ่นปิดตัวเยอะ เปิดใหม่น้อย และยอดขายสาขาเดิมไม่ค่อยโต ส่วนปีนี้จะหนักกว่าปีที่ผ่านมาเพราะปัญหาต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง”
ใครบริหาร Cash Flow ได้ดี คนนั้น คือ ผู้รอด
ด้วยปัจจัยข้างต้น ทำให้ศุภณัฐมองการทำธุรกิจในปีนี้เป็น ‘ปีแห่งการประคองตัว’ โดยต้องก้าวอย่างระมัดระวัง ในจังหวะเหมาะสม และต้องมีการบริหารจัดการเรื่องของ Cash Flow หรือ กระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยใครมีเยอะ และรู้จักบริหารได้ดี จะเป็น ‘ผู้รอด’ สามารถเดินต่อไปได้ในอนาคต เพราะ Cash Flow เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ช่วยให้กิจการมีสภาพคล่อง และแสดงถึงความแข็งแรงของธุรกิจ
สำหรับเดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น นอกจากให้ความสำคัญกับการบริหาร Cash Flow และต้นทุนให้มีประสิทธิภาพแล้ว ได้วางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสร้างการเติบโต ประกอบด้วย
1.ชู Value for money ความคุ้มค่า เป็นจุดเด่น โดยทุกแบรนด์ภายใต้เครือเดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่นไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่มีอยู่เดิม หรือจะเป็นแบรนด์ใหม่ที่จะนำมาเสริมพอร์ต จะมีเรื่องนี้เป็นจุดโฟกัสสำคัญ เนื่องจากความคุ้มค่าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในปัจจุบันมองหามากที่สุด
2.การรักษาคุณภาพทั้งสินค้าและบริการ
3.การขยายสาขาใหม่ ซึ่งปีนี้จะเน้นขยายแบบ conservative โดยจะไปเฉพาะในโลเคชั่นที่ชัวร์ว่า ‘ขายดีแน่นอน’ เท่านั้น และโฟกัสการขยายในแบรนด์หลักอย่าง Shinkanzen Sushi จากปัจจุบันมีอยู่ 67 สาขา จะขยายเพิ่มกว่า 10 สาขา อีกส่วนจะเน้นไปยังแบรนด์ ‘ดาวรุ่ง’ อย่าง Katsu midori ที่จะเพิ่มอีก 4-5 สาขา จากตอนนี้มีอยู่ 4 สาขา
ส่วนนักล่าหมูกระทะที่ปัจจุบันมี 18 สาขา และ Nama 1 สาขา ยังไม่มีแผนขยายเพิ่มเติม
4.การเพิ่มความหลากหลายของเมนู เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค และมีการจัดโปรโมชั่นตามความเหมาะสม
ขณะที่ ‘สงครามราคา’ หากไม่มีใครเปิดก่อน คงไม่มีใครอยากกระโดดลงไปเล่น เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่า ไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาว
ร้านซูชิยังมีเสน่ห์
สำหรับเทรนด์ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นที่น่าสนใจ ศุภณัฐมองว่า ‘ร้านเฉพาะทาง’ หรือ ร้านที่มีเมนูใดเมนูหนึ่งเป็นพระเอกจะมีการเปิดตัวเพิ่มขึ้น เช่น ร้านแฮมเบิร์ก ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ฯลฯ เพราะปัจจุบันคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อย ทำให้เรียนรู้และเข้าถึงอาหารญี่ปุ่นมากกว่าเดิม
ส่วน ‘ร้านซูชิ’ แม้จะมีการเติบโตลดลง โดยเมื่อดูสถิติเมื่อปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ร้านซูชิมีการปิดตัวไปจำนวนมาก และเปิดตัวใหม่ลดลง แต่การแข่งขันของร้านอาหารประเภทนี้ก็ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะ ‘ซูชิสายพาน’
“ภาพรวมตลาดซูชิดูโตลดลงและแข่งขันดุเดือดมาก แต่ยังคงมีเสน่ห์อยู่ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้เห็นการเข้ามาของแบรนด์ใหม่ ทั้งไทยและแบรนด์ดังจากต่างประเทศ โดยเฉพาะซูชิสายพานที่ตอนนี้แข่งขันยากขึ้น เพราะรายใหญ่เข้ามาคุมตลาดประมาณนึงแล้ว ถามว่า ใครจะยืนอยู่ในตลาดนี้ได้ นอกจากคุณภาพ รสชาติ ต้องแข่งเรื่องความคุ้มค่า เพราะลูกค้าต้องการเรื่องนี้มากในปัจจุบัน”
ตั้งเป้ารายได้ 4,000 ล้านบาท และปลายปีนี้มีแบรนด์ใหม่เสริมพอร์ต
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ของเดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ตั้งเป้าจะมีรายได้แตะ 4,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำรายได้ไป 3,200 ล้านบาท
การเติบโตที่เกิดขึ้น นอกจากเดินตามกลยุทธ์ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว อีกส่วนจะโตจากการหาแบรนด์ใหม่เข้ามาเติมพอร์ต ซึ่งจะต้องมีจุดเด่นในเรื่อง ‘ความคุ้มค่า’ เป็นจุดขายสำคัญ โดยแบรนด์ใหม่คาดว่า จะเห็นในช่วงประมาณปลายปีนี้
หากอยากเริ่มธุรกิจต้องเรียนรูู้และมี Passion
สุดท้าย ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ฝากถึงคนที่อยากจะเข้าสู่แวดวงธุรกิจว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันในยุคปัจจุบัน ทำให้การทำธุรกิจยากขึ้นกว่าเดิม
ยกอย่างตัวเขาเอง หากตอนนี้ให้ทำธุรกิจเหมือนที่เคยเริ่มต้นตอนเป็นนักศึกษาเมื่อ 12 ปีก่อน ศุภณัฐบอกว่า ‘ไม่มีทางประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน’ เพราะปัจจัยและสภาพแวดล้อมหลายอย่างเปลี่ยนแปลงมาก
ดังนั้น ก่อนลงมือทำ ต้องมีการเรียนรู้และสะสมประสบการณ์มาล่วงหน้า ที่ขาดไม่ได้ ต้องมี Passion เพราะอย่างที่บอกไปยุคนี้เป็นยุคที่ทำธุรกิจได้ยากขึ้น หากไม่มี Passion เมื่อทำไปสักพักจะเริ่มเบื่อ เกิดความท้อ ไม่อยากสู้ต่อ การมี Passion จึงสำคัญ
โดยอาจจะเริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด เพื่อให้สามารถทำได้ดีและเกิดความต่อเนื่อง ลงมือทำทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ ขยับขยายไป แล้วความสำเร็จจะเกิดขึ้นในสักวันแน่นอน
