ถ้าพูดถึงแบรนด์ที่กำลังเป็น ‘ตัวตึง’ ในวงการเครื่องดื่มสุขภาพ ณ ชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้น Yoguruto (#โยกุรุโตะ) แบรนด์ ไทยแท้ ถึงชื่อจะฟังดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่นมากก็ตาม ซึ่งปัจจุบัน แบรนด์กำลังเกิดกลายเป็นกระแสฟีเวอร์จคนต่อคิวกันยาว บางสาขาอาจต้องปิดก่อนเวลาเพราะ ขายดีจนของขาด เลยทีเดียว ดังนั้น Positioning จะพาไปทำความรู้จักกัน
ไวรัลจนของขาด สัญญาณแห่งความสำเร็จ
ทุกอย่างเริ่มจากคลิป TikTok ที่มีคนรีวิวเมนูโปรดของตัวเอง จนคนที่ชอบทานประจำเข้ามาคอมเมนต์แชร์สูตรเด็ดกันอย่างคึกคัก บางคนบอกว่าเมนูไม่อร่อย แต่กลับถูกคนที่ชอบเข้ามาแนะนำเมนูและวิธีสั่งที่ดีกว่า จนกลายเป็นกระแสแนะนำเมนูที่ทำให้แบรนด์โด่งดังในชั่วข้ามคืน
เมนูที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล ที่มีเนื้อสัมผัสแตกต่างจากขนมหวานทั่วไป ด้วยความหนึบสู้ฟัน ผสมกับโยเกิร์ตสดปั่นเนื้อเนียน สร้างความตัดกันที่ทำให้คนติดใจ รองลงมาคือเมนู บุกน้ำผึ้ง ที่ได้รับการรีวิวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในช่วงต้นปี 2569 เมื่อหลายสาขาพร้อมใจกันขึ้นป้าย สินค้าหมด ยิ่งทำให้กระแสของแบรนด์ได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีก
พลิกวิกฤตยิ่งย้ำคุณภาพและความใส่ใจ
ด้วยกระแสที่มาแรงเกินคาด ทำให้เพจ Yoguruto Thailand ต้องออกมาโพสต์แจ้งว่า “วัตถุดิบอาจขาดในบางช่วง และอาจทำให้สินค้าบางสาขาหมด เนื่องจากกระบวนการหมักโยเกิร์ตสด ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ต้องใช้เวลาตามธรรมชาติ ไม่สามารถเร่งผลิตด้วยสารเคมีได้ เพื่อรักษาคุณภาพตามมาตรฐาน แม้จะยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะกลับมาพร้อมเสิร์ฟเมื่อไหร่ แต่ทีมงานยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่”
คำชี้แจงดังกล่าวยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์เรื่อง คุณภาพ และ ความใส่ใจ ให้ชัดเจนขึ้นไปอีก เพราะร้านก็เลือกที่จะยอม #เสียโอกาส มากกว่าที่จะพยายามคว้าโอกาสจนละเลยเรื่องคุณภาพ
จากร้านเล็ก ๆ สู่ธุรกิจหลักร้อยล้าน
แม้ชื่อจะดูญี่ปุ่น แต่จริง ๆ แล้ว แบรนด์ Yoguruto เป็นแบรนด์ไทยแท้ 100% ซึ่งก่อตั้งโดย ‘เอลฟ์ – เอื้อการย์ สำรวลหรรษ์’ และ Co-Founder อีกหลายท่าน โดย เอลฟ์ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับ workpointtoday ถึงจุดเริ่มต้นว่า “อยากทำโยเกิร์ตปั่นสดใหม่แก้วต่อแก้วในราคาเข้าถึงได้ง่าย” โดยร้านสาขาแรกที่เปิดอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ในขณะที่ตลาดชานมไข่มุกเริ่มอิ่มตัว คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพ Yoguruto ก็มาได้ถูกเวลา เพราะทานแล้ว #รู้สึกผิดน้อยกว่า (Guilt-free) ประกอบกับ ‘รสชาติที่ถูกปาก’ ซึ่งเกิดจากการใช้เวลาพัฒนาสูตรถึง 1 ปีกว่า ท็อปปิ้งที่หลากหลาย ปรับความหวานได้ 0-100% (6 ระดับ) ตอบโจทย์ทั้งคนรักสุขภาพและคนชอบหวาน ทำให้ยอดขาย Yoguruto เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ ด้วยดีไซน์หน้าร้านแบบมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้ภาพดูพรีเมียม สวนทางกับราคาเข้าถึงได้ โดยเริ่มต้นเพียง 49 บาท ทำให้สามารถซื้อได้ทุกวัน อีกทั้งยังขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และสถานีน้ำมัน ทำให้เข้าถึงทั้งวัยเรียนและวัยทำงานที่ใส่ใจสุขภาพ
จากกำไร 6 หมื่น สู่ 19 ล้านในปีเดียว
โดยภายในเวลาเพียง 4 ปีครึ่ง แบรนด์ขยายสาขาไปแล้วกว่า 250 สาขาทั่วประเทศ ด้วยยอดขายรวมประมาณ 10 ล้านแก้ว และสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จากที่ปี 2566 มีรายได้ 58 ล้านบาท กำไร 6 หมื่นบาท แต่ถัดมาในปี 2567 บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 127 ล้านบาท และมีกำไรถึง 19 ล้านบาท
อีกจุดที่แสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นหัวใจของ Yoguruto คือ มาตรฐาน ดังนั้น แม้บริษัทจะขายแฟรนไชส์ในราคา 125,000 บาท แต่ก็มีการคุมมาตรฐานแฟรนไชส์ที่เข้มงวด ไม่ว่าจะซื้อที่สาขาไหน รสชาติและความนวลของเนื้อ โยเกิร์ตจะต้องเหมือนเดิม สิ่งนี้สร้าง Trust หรือความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และนักลงทุน



