ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วงการประกันภัยรถยนต์ก็มีการปรับตัวตามเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเช่นกัน ในปี 2025 นี้ ผู้ใช้รถไม่ได้มองหาแค่เบี้ยประกันที่ถูกที่สุดอีกต่อไป แต่ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันภัย และบริการหลังการขายกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด การรู้เท่าทันเทรนด์เหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ได้อย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้รถได้อย่างลงตัว
5 เทรนด์ประกันภัยรถยนต์ 2025 ที่ต้องจับตามอง
ปี 2025 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย โดยมีเทรนด์สำคัญ 5 ประการที่น่าจับตามองและส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้รถทุกคน
เทรนด์ที่ 1 ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV Insurance)
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ตลาดประกันภัยรถยนต์ EV ขยายตัวตามไปด้วย ผู้บริโภคต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมชิ้นส่วนเฉพาะของรถ EV เช่น ความเสียหายของแบตเตอรี่แรงดันสูง ระบบชาร์จไฟ หรือป้องกันไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้บริษัทประกันภัยเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าและเป็นไปตามข้อกำหนดของ คปภ.
เทรนด์ที่ 2 การประกันภัยที่ตอบโจทย์รายบุคคล (Personalized Insurance)
เทรนด์นี้กำลังเติบโตอย่างชัดเจน โดยบริษัทประกันภัยเริ่มนำข้อมูลเฉพาะตัวของผู้ขับขี่ เช่น อายุ ลักษณะการใช้งาน และประวัติการขับขี่ที่ดีมาใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัยมากขึ้น หากคุณมีประวัติการขับขี่ที่ระมัดระวังและดีเยี่ยม คุณมีโอกาสได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยได้สูงสุดถึง 40% เลยทีเดียว การประกันภัยรูปแบบนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อได้เบี้ยประกันภัยที่ยุติธรรมและเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานจริง
เทรนด์ที่ 3 ประกันแบบ “ระบุผู้ขับขี่” ตัวแปรสำคัญในการลดเบี้ย
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป รถยนต์สันดาปที่ใช้ส่วนบุคคลทุกประเภท ได้แก่ รถเก๋ง รถตู้ และรถจักรยานยนต์ ที่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หากเลือกระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์อย่างน้อย 1 คน และสูงสุด 5 คน จะสามารถเลือกใช้ค่าเบี้ยประกันภัยแบบใช้พฤติกรรมได้ในปี 2027 เป็นต้นไป (เก็บข้อมูลพฤติกรรมอย่างน้อย 1 ปี)
จะเห็นได้ว่า กฎเกณฑ์เรื่องการระบุผู้ขับขี่ในกรมธรรม์จะถูกนำมาใช้กับรถยนต์ในวงกว้างขึ้น โดยเริ่มต้นจากรถยนต์ไฟฟ้าและขยายไปถึงรถยนต์ป้ายแดงทุกคัน ทำให้ผู้ขับขี่จะได้ขับขี่ระมัดระวังมากขึ้น เพราะประวัติการขับขี่จะมีผลต่อเบี้ยประกันในอนาคต
เทรนด์ที่ 4 การซื้อประกันผ่านโบรคเกอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Personalized Service)
ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกล แต่เทรนด์การซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านโบรคเกอร์ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใช้รถยุคใหม่ต้องการความ “ชัวร์” และความสะดวกสบายที่เหนือกว่าการนั่งหาข้อมูลบนหน้าจอเพียงลำพัง ซึ่งการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมีข้อดี ดังนี้
- ปรึกษาได้ละเอียด การมีที่ปรึกษาดูแลโดยตรงอย่างตัวแทนประกันภัยของ โลตัส โบรคเกอร์ ที่เคาน์เตอร์ โลตัส มันนี่ พลัส จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่เจาะลึกและตรงประเด็น ไม่ต้องนั่งอ่านหน้าเว็บเองให้ปวดหัว อยากรู้จุดไหนสอบถามจุดนั้นได้ทันที
- คัดแผนที่ “ใช่” ในราคาที่ “คุ้ม“ แทนที่จะต้องเปรียบเทียบเอง 24 ชั่วโมง ตัวแทนจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว คัดเลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณมาให้เสร็จสรรพ ทำให้คุณได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมในราคาที่แฮปปี้ที่สุด
- ไร้กังวลเรื่องขั้นตอน การสมัครผ่านตัวแทนช่วยตัดปัญหาเรื่องความยุ่งยากในการกรอกข้อมูลออนไลน์ เพราะมีทีมงานมืออาชีพคอยดูแลให้ทุกขั้นตอน พร้อมสิทธิพิเศษและการดูแลหลังการขายที่เข้าถึงง่าย ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะมีคนเคียงข้างทุกครั้งที่ต้องการความช่วยเหลือ
เทรนด์ที่ 5 พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ตัดสินใจซื้อเพียงเพราะราคาถูกที่สุดอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมีการเรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีตว่าราคาถูกอาจมาพร้อมกับปัญหาการเคลมที่ยุ่งยากหรือความไม่มั่นคงของบริษัทประกันภัย สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือ ความน่าเชื่อถือของบริษัท บริการหลังการขายที่รวดเร็ว และรีวิวการเคลมจริง ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ
ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ยุคใหม่
จากเทรนด์ล่าสุดที่ความน่าเชื่อถือได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกประกันภัยรถยนต์ ทำให้เรามองว่า มี 2 ปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเวลาตัดสินใจซื้อประกัน ดังนี้
พลังของ “รีวิว” ในการเลือกบริษัทประกัน
ก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคจะค้นหารีวิวและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้จริงในกลุ่มโซเชียลมีเดียหรือฟอรัมออนไลน์อย่างละเอียด บริษัทประกันภัยที่มีความโปร่งใส มีลูกค้าที่ให้รีวิวเชิงบวกในเรื่องความง่ายในการเคลม และการให้บริการที่ยอดเยี่ยมมักได้รับความไว้วางใจมากกว่าการใช้โปรโมชันลดราคาเพียงอย่างเดียว อย่างเช่นประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากตัวแทนประกันภัยของโลตัส โบรคเกอร์ ที่เคาน์เตอร์โลตัส มันนี่ พลัส ซึ่งหลายเสียงสะท้อนตรงกันว่า ให้คำแนะนำเข้าใจง่าย ดูแลต่อเนื่อง และช่วยประสานงานในช่วงเกิดเหตุจริงได้อย่างราบรื่น สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้รีวิวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว
บริการหลังการขาย และความเร็วในการเคลม
สำหรับผู้ใช้รถทุกคน ความอุ่นใจไม่ได้อยู่ที่แค่ความคุ้มครองในกรมธรรม์เท่านั้น แต่อยู่ที่ความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการให้บริการเมื่อเกิดเหตุ การเข้าถึงสายด่วนที่โทรแจ้งง่าย การมาถึงที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว และความสะดวกในการประสานงานกับอู่ซ่อมในเครือ คือปัจจัยที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ
มองหาความคุ้มค่าที่มาพร้อมความมั่นใจ ต้องที่ โลตัส มันนี่ พลัส
การเลือกประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองรถ EV แผนที่ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ หรือกรมธรรม์ที่มอบความอุ่นใจครอบคลุมรอบด้าน สามารถทำได้อย่างง่ายดายเมื่อมาที่ โลตัส มันนี่ พลัส
ในฐานะผู้ให้บริการนายหน้าประกันภัยที่น่าเชื่อถือมานานกว่า 20 ปี (ให้บริการนายหน้าประกันภัย โดย บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด) โลตัสมันนี่พลัสคัดแผนประกันภัยรถยนต์จากบริษัทประกันภัยชั้นนำที่มอบความคุ้มครองครบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ ยังมอบความคล่องตัวในการบริหารค่าใช้จ่าย ด้วยทางเลือกการชำระเบี้ยประกันภัยที่ยืดหยุ่น โดยสามารถ แบ่งจ่ายได้ 0%* สูงสุด 10 เดือน ทั้งการชำระด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิตโลตัส ทำให้การซื้อประกันภัยรถเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย เข้าถึงบริการได้ผ่านเคาน์เตอร์กว่า 200 สาขาทั่วประเทศที่ห้างโลตัส
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทผู้รับประกันภัยกำหนด
- ให้บริการนายหน้าประกันภัยโดยบริษัทโลตัสส์เจเนอรัลอินชัวรันส์โบรคเกอร์จำกัด
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3%-15% ต่อปี
- บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
สรุปบทความ
เทรนด์ประกันภัยรถยนต์ ปี 2025 ชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้รถในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ บริการหลังการขาย และความคุ้มค่าที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากกว่าราคาที่ถูกที่สุด การทำความเข้าใจเทรนด์เหล่านี้ และการเลือกบริษัทประกันภัยที่มั่นคง มีบริการที่ดีเยี่ยม จะช่วยให้คุณได้รับความอุ่นใจอย่างแท้จริงในทุกการขับขี่และเดินทาง


