ปัญหาผิวไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางการแพทย์หรือความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตในหลากหลายมิติ ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน ความมั่นใจในตนเอง และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า หนึ่งในสี่ของประชากรต้องเผชิญกับปัญหาผิว และในจำนวนนี้ไม่น้อยที่ประสบกับอคติ การตีตรา และการถูกกีดกันทางสังคมจากอาการที่มองเห็นได้ภายนอก ยูเซอรินจึงเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดอคติที่เกี่ยวข้องกับปัญหาผิว พร้อมส่งเสริมการยอมรับและการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจในสังคม สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบในทุกช่วงวัย ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาผิวที่กระทบคุณภาพชีวิต ไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปลักษณ์ความสวยงามภายนอก
ตั้งแต่ปี 2563 ยูเซอรินได้ขยายบทบาทจากการเป็นแบรนด์เวชสำอางด้านผิวหนัง สู่ความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีปัญหาผิว ภารกิจเพื่อสังคมนี้ได้ถูกขับเคลื่อนในระดับโลกผ่านโครงการมากกว่า 15 โครงการ ในหลายภูมิภาค ก่อนจะนำมาปรับใช้และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2564 โดยคำนึงถึงบริบทและความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัวไทยเป็นสำคัญ
ในประเทศไทย โครงการดังกล่าวได้สนับสนุนผู้ที่มีปัญหาผิวมากกว่า 1,500 ราย หนึ่งในหมุดหมายสำคัญคือการ ก่อตั้งชุมชนผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) แห่งแรกของประเทศไทยในเดือนตุลาคม 2564 เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ คำแนะนำ และการสนับสนุนอย่างเหมาะสม โดยโครงการอยู่ภายใต้คำแนะนำของ แพทย์หญิงสัญชวัล วิทยากรฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเด็ก ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาในระดับวิชาชีพ เพื่อกำหนดทิศทางเนื้อหาให้สอดคล้องกับหลักการทางผิวหนังและแนวปฏิบัติทางคลินิก
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้กับการดูแลผิวในชีวิตประจำวันและการดูแลเด็กได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบัน ชุมชนแห่งนี้เติบโตจนมีสมาชิกมากกว่า 25,000 คน และทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวที่มักมาพร้อมกับปัญหาผิว
ในปี 2568 ภารกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ระยะของการพัฒนาอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยมีชุมชน ผู้ป่วยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นศูนย์กลางของการดำเนินงาน ยูเซอรินนำข้อมูลและอินไซต์จากสมาชิกในชุมชนมาพัฒนาเนื้อหาและการสื่อสารที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่และเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของชุมชน พร้อมกันนี้ ยังมีการติดตามผลลัพธ์ด้านคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยผ่านแบบประเมิน Dermatology Life Quality Index (DLQI) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการแพทย์มาตรฐานที่ใช้วัดผลกระทบของปัญหาผิวต่อชีวิตประจำวัน อาทิ การนอนหลับ การทำกิจกรรม การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และสุขภาวะทางอารมณ์ การประเมินดังกล่าวช่วยสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า การดูแลผิวสามารถสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงต่อชีวิตของ ผู้ป่วย
สำหรับปี 2569 ยูเซอรินเตรียมต่อยอดภารกิจเพื่อสังคมโดยอาศัยความเข้าใจเชิงลึกจากชุมชนเป็นฐานหลัก พร้อมคงเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของพ่อแม่ในฐานะผู้ดูแลหลักและผู้มีส่วนในการตัดสินใจด้านสุขภาพผิวของเด็ก โครงการตั้งเป้าขยายจำนวนสมาชิกชุมชนเป็น 28,000 คน และประเมินผลด้านคุณภาพชีวิตผ่าน DLQI จำนวน 280 เคส ซึ่งสะท้อนการพัฒนาจากการสร้างชุมชน สู่การสร้างระบบการดูแลอย่างยั่งยืนภายใต้การนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมพลังให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถใช้ชีวิตและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
ภารกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยสะท้อนความเชื่อของยูเซอรินว่า การดูแลผิวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจในประสบการณ์จริงของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัญหาผิว ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยว ชาญทางการแพทย์ และการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง แนวทางนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของปรัชญาแบรนด์ ในการส่งมอบการดูแลผิวที่เชื่อถือได้ อ่อนโยน และมีความหมาย เพื่อสนับสนุนสุขภาวะที่ดีในระยะยาวของคนไทย

