ถ้าพูดถึง ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น’ ที่กำลังเป็นกระแสในไทย ชื่อของ “LOPIA JAPAN” คือหนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตาที่สุด หลังจากเปิดตัวสาขาในไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ บนพื้นที่ขนาด 1,000 ตารางเมตร
แล้วอะไรทำให้ “LOPIA JAPAN” ยักษ์ซูเปอร์มาร์เก็ตแดนปลาดิบ เลือกเปิดสาขาในไทย เป็นประเทศที่ 2 ต่อจากไต้หวัน
หลัก ๆ มาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
1.ยอดใช้จ่ายคนไทย สูงกว่าไต้หวัน
แม้ GDP และรายได้ต่อหัวของไทยจะน้อยกว่าไต้หวัน แต่นั่นไม่ได้ความว่า “ยอดใช้จ่ายผู้บริโภคจะน้อยกว่า”
ฮิโตชิ มิซึโมโตะ กรรมการบริษัท LOPIA ในเครือ OIC GROUP กล่าวว่า หลังจากทดลองซอฟต์ลอนช์ในไทย พบว่า ยอดการใช้จ่ายใน LOPIA ของไทย มีแนวโน้มสูงกว่าในไต้หวัน 1.5 เท่า โดยมียอดซื้อเฉลี่ย 1,000-1,500 บาท/บิล
สะท้อนว่า กลุ่มผู้บริโภคไทยระดับกลาง-บน ยังมีกำลังซื้อระดับสูง

2.ไทย คือ Strategic Hub ของอาเซียน
ประชากรไทยมีแนวโน้มลดลงเหมือนญี่ปุ่น แต่ในภูมิภาคอาเซียนยังมีประชากรอีกเป็นจำนวนมาก
‘การเริ่มต้น’ ปักธงสาขาที่ ‘ไทย’ ทำให้สามารถขยาย/กระจายสินค้า ไปประเทศรอบข้างได้ง่าย
“ปัจจุบัน LOPIA มีสินค้าเฮ้าส์แบรนด์สัดส่วน 30% อนาคตตั้งเป้าขยายเป็น 60% และวางแผนผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ในไทย และเป็นฐานกระจายภายในภูมิภาค อาทิ คาราเกะ” ฮิโตริ เปิดเผย
3.ไทยนิยมสินค้าญี่ปุ่นสูง-โปรดักส์นำเข้าจากญี่ปุ่น 95% ถูกกว่าคู่แข่ง
ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่น เข้าทำตลาดในไทยต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจาก คนไทยนิยมสินค้าญี่ปุ่น และเชื่อมั่นในคุณภาพ ทำให้วัตถุดิบญี่ปุ่นยังไปได้ดีในไทย
ขณะที่ Lopia เลือกเปิด สาขาแรกในไทยที่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ แม้ไม่ใช่โซน CBD ใจกลางกรุงเทพฯ แต่เป็นโซนที่อยู่อาศัยกำลังซื้อสูง มีครอบครัว และคนทำงานระดับกลาง-บนจำนวนมาก ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ Lopia
เจาะกลยุทธ์ Lopia ตีตลาดไทย สู้ตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตแข่งเดือด
1.DNA ที่แตกต่าง แข่งในทางที่ถนัด
จุดเริ่มต้น Lopia มาจากร้านขายเนื้อเล็ก ๆ ในจังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น ชูจุดเด่น ‘เนื้อคุณภาพดี ในราคาเข้าถึงง่าย’
แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยนจากร้านเนื้อมาเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแล้ว แต่ยังไม่ทิ้ง DNA เดิม สร้างจุดต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ต อื่น ๆ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Food Theme Park” ชูจุดเด่นของสด และอาหารพร้อมทาน อาทิ
- “กลุ่มเนื้อวากิว” ที่มีให้เลือกกว่า 300 SKU อาทิ เนื้อวากิวขนดำ ราคาเริ่มต้น 99 บาท/100 กรัม
- อาหารทะเลส่งตรงจากฮอกไกโด อาทิ ขาปูทาราบะ
- ซูชิคำใหญ่ 26 กรัม (ตลาดทั่วไป 16–20 กรัม)
- พิซซ่า สินค้าขายดีของ Lopia เริ่มต้น 159 บาท/ถาด
Lopia วางตำแหน่งทางการตลาดต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นอื่น ๆ ในไทย โดยเน้นเฉพาะ “สินค้าหลักที่ถนัด” คือกลุ่มเนื้อสัตว์ และแซมด้วยสินค้าอื่น ๆ ทั้งเครื่องเคียง กลุ่มน้ำจิ้ม ขนม และอาหารพร้อมทาน
2.ของนำเข้า 95% ถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นด้วยกัน
Lopia เน้นการนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นสูงถึง 90% แต่มีจุดเด่นตรงที่ 95% ของสินค้านำเข้า “ราคาถูกกว่า” ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นด้วยกัน
ขณะเดียวกัน ยังสร้างความแตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ที่ผสมสินค้านำเข้าและผลิตในประเทศจำนวนมาก
3.ดึงสินค้าไทยยอดฮิตขึ้นเชลฟ์
แม้ Lopia เน้นนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น 90% แต่ก็เริ่มทำ “Hybrid Strategy” โดยดึงสินค้าไทยยอดนิยมมาขาย อาทิ ชิโอะปัง ร้านดังย่านสุขุมวิทที่ทำยอดขายมากกว่า 1,000 ชิ้น/วัน รวมถึงเตรียมนำสินค้าไทยเข้ามาขายในซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มด้วย
เราต้องการขยายวัฒนธรรมการรับประทานอาหารญี่ปุ่นไปทั่วโลก โดยปัจจุบัน Lopia มีสาขาในญี่ปุ่น 139 สาขา และสาขาในไต้หวัน 9 สาขา และสาขาในไทย 1 สาขา ที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชั้น G โดยในรอบปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เครือ OIC Group สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 521,000 ล้านเยน


