ท่ามกลางสมรภูมิตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทวีความรุนแรงจากการเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ “โทฟุซัง” (Tofusan) แบรนด์นมถั่วเหลืองพรีเมียมสัญชาติไทย ประกาศทิศทางธุรกิจระยะ 3-5 ปี ย้ำชัดวิสัยทัศน์ “คุณภาพต้องมาก่อน” พร้อมชูกลยุทธ์ Product-Led Growth ผสานเทคโนโลยี AI และ Big Data ยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานใหม่ มุ่งสร้างการเติบโตที่มั่นคงมากกว่าการวิ่งตามกระแสการตลาดระยะสั้น
จาก SME สู่แบรนด์พรีเมียม: เดิมพันด้วย “คุณภาพ” ที่เลียนแบบไม่ได้
คุณสุรนาม พานิชการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทฟุซัง จำกัด เปิดเผยว่า รากฐานความสำเร็จของโทฟุซังไม่ได้เริ่มจากงบการตลาดมหาศาล แต่เริ่มจาก “ทางยาก” คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองที่มีคุณภาพสูงรสชาติดีและใช้ฟองเต้าหู้จริงแม้ในช่วงแรกจะต้องเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนและต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าตลาดแต่แบรนด์เลือกที่จะไม่ลดคุณภาพเพื่อแข่งขันด้านราคา
“เราเลือกทางยากตั้งแต่ต้น เพราะเชื่อว่าหากสินค้าดีจริง ผู้บริโภคจะรับรู้และกลับมาซื้อซ้ำเอง” คุณสุรนามย้ำถึงแนวคิดที่กลายเป็น Competitive Advantage สำคัญ คือวัฒนธรรมองค์กรที่จะไม่ผลิตสินค้าที่คนในครอบครัวไม่กล้าบริโภค ซึ่งความเข้มงวดนี้สะท้อนผ่านการลงทุนใน R&D การคัดเลือกสายพันธุ์ถั่วเหลือง และการทำ Sensory Test เพื่อรักษามาตรฐานให้สม่ำเสมอทุกล็อต
กลยุทธ์ “ใจถึง” ลงทุนล่วงหน้า 300 ล้านบาท ปักธงตลาด High Protein
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่พิสูจน์วิสัยทัศน์ของโทฟุซัง คือการตัดสินใจลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม High Protein ในขณะที่ยอดขายรวมของบริษัทยังไม่ถึง 300 ล้านบาท แม้จะถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงสูง แต่ผลลัพธ์จากการ “ลงทุนก่อนตลาดโต” ทำให้โทฟุซังสามารถส่งสินค้ากลุ่ม High Protein 0% น้ำตาลเข้าสู่ตลาดได้ทันจังหวะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนทิศทาง
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ได้กลายเป็น Key Driver สำคัญที่ผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นว่าการมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่ออกแบบเองเป็น “แต้มต่อ” ที่ทำให้คู่แข่งทำซ้ำได้ยาก
Product-Led Growth: ให้สินค้าเป็นตัวขับเคลื่อนการตลาด
สำหรับทิศทางในอนาคต โทฟุซังวางหมากการเติบโตผ่าน 2 มิติหลัก:
- Existing Market: เพิ่มความลึกในตลาดนมถั่วเหลืองเดิมด้วยนวัตกรรมรสชาติและสูตรเฉพาะ
- New Frontier: ขยายสู่หมวดหมู่เครื่องดื่มสุขภาพใหม่ๆที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญด้านโปรตีนจากพืช
โดยหัวใจสำคัญคือการแก้ Pain Point ของผู้บริโภคเป็นหลักบริษัทมุ่งเน้นให้สินค้าทำหน้าที่สื่อสารคุณค่าแบรนด์ด้วยตัวเองหากผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการและรสชาติการเติบโตจะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งพิงเพียงงบโฆษณา
ยกระดับองค์กรด้วย Data และ AI แต่ไม่ทิ้ง “หัวใจมนุษย์”
เพื่อให้ก้าวทันโลกยุคใหม่ โทฟุซังเองก็ได้นำ Big Data และ AI เข้ามาเสริมการจัดการ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลระดับจุดขายในแต่ละสาขา เพื่อบริหารการเติมสต๊อกสินค้าพาสเจอไรซ์ ลดการเกิดของเสีย (Waste) และเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน รวมถึงการใช้ AI ช่วยงานวิจัยและประมวลผลพฤติกรรมผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม คุณสุรนามย้ำว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ “มนุษย์” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในธุรกิจ ในหลายเรื่องก็ยังต้องใช้มนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของการวัดความรู้สึก หรือเรื่อง Sensory Test เพื่อสัมผัสถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทดแทนไม่ได้ในปัจจุบัน
บทบาทใหม่ของ CEO: จากผู้ลงมือทำ สู่ผู้วางระบบความยั่งยืน
ในวันที่องค์กรขยายตัว บทบาทของคุณสุรนามได้เปลี่ยนจากการลงรายละเอียดในทุกขั้นตอน สู่การเป็นผู้วางระบบและสร้างทีมทำงานรุ่นใหม่ พร้อมกำหนดแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาว เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มสุขภาพของไทย
“ความสำเร็จในอนาคตไม่ได้วัดจากการเติบโตเร็วที่สุด แต่คือการเติบโตอย่างมั่นคง มีความสามารถในการปรับตัว และรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไว้ได้ในระยะยาว” คุณสุรนามกล่าวทิ้งท้าย
โทฟุซังพร้อมแล้วที่จะปักหมุดแบรนด์ไทยในตลาดสุขภาพระดับภูมิภาค ด้วยความเชื่อที่ว่า “การเติบโตที่ดี ต้องมาจากคุณภาพที่แท้จริง”


