SAPPE ประกาศงบปี 68 ทำรายได้ 5,253 ล้านบาท กำไรสุทธิ 776 ล้านบาท พร้อมปักธงปี 69 รายได้โต 15% รับสัญญาณบวกตลาดโลกฟื้นตัว

บมจ. เซ็ปเป้ (SAPPE) ประกาศผลงานไตรมาส 4/68 มีรายได้จากการขาย 1,214 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท ชะลอตัว 11.9% YoY และ 35.9% YoY ตามลำดับ แม้เผชิญปัจจัยท้าทาย ชี้ไตรมาส 4 ผ่านจุดต่ำสุดพร้อมส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน หนุนผลงานปี 2568 ทำรายได้จากการขาย 5,253 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 776 ล้านบาท ปักธงปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 15% รับอานิสงส์ดีมานด์โลกฟื้นตัว พร้อมดัน “Mogu Mogu” ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมเครื่องดื่มระดับโลก

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 1,214 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท แม้จะปรับตัวลดลง 11.9% และ 35.9% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในไตรมาสนี้เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีการปรับตัวลดลงในอัตราที่น้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดของปี สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการปรับตัวและทิศทางธุรกิจที่เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะฟื้นตัว ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี 2568 บริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยมีรายได้จากการขายรวม 5,253 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 776 ล้านบาท

“ปัจจัยที่ส่งผลกระทบในไตรมาสที่ผ่านมา ยังมาจากยอดขายต่างประเทศที่อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล (Seasonal)  ที่บางประเทศเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวและวันหยุดยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการปรับตัวที่รวดเร็ว ทำให้บริษัทฯ สามารถประคองผลกำไรและรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันไว้ได้ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอก” นางสาวปิยจิต กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวว่า สำหรับในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% จากปีก่อน โดยคาดการณ์การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในทุกภูมิภาคทั่วโลก สำหรับตลาดในทวีปยุโรปเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติหลังตัวแทนจำหน่ายบริหารจัดการสต็อกสินค้าได้ในระดับเหมาะสม ขณะที่ตลาดทวีปอเมริกามีแผนขยายจุดจำหน่ายและรุกช่องทางออนไลน์ (Amazon) รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาเพื่อรับมือกับนโยบายภาษีใหม่ ด้านตลาดตะวันออกกลาง ได้ขยายฐานการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดเกาหลีใต้จะเน้นการรุก Segment ใหม่ด้วยสินค้านวัตกรรมและการทำการตลาดที่ตรงจุด ส่วนอินโดนีเซียมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการบริหารตัวแทนจำหน่ายให้มีประสิทธิ ภาพมากขึ้น ขณะที่ตลาดในประเทศยังคงเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในกลุ่มสแน็คดริ้งค์ (Snack Drink) ผ่านแบรนด์ “Mogu Mogu” (โมกุ โมกุ) ผู้บุกเบิกนวัตกรรมน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวรายแรกของโลก ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ด้วยจุดแข็งของเครื่องดื่มที่มอบประสบการณ์ดื่มพร้อมเคี้ยวอย่างเป็นเอกลักษณ์ บริษัทฯ เตรียมต่อยอดพลังแบรนด์และกระแสความนิยมของหมวดหมู่ดังกล่าว เพื่อขยายฐานผู้บริโภคสู่กลุ่มตลาดใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

“เราคาดหวังว่าปี 2569 จะเป็นช่วงของการทยอยฟื้นตัวในหลายตลาด โดยเฉพาะในประเทศเป้าหมายที่เริ่มเห็นสัญญาณความต้องการบริโภคที่ดีขึ้น ควบคู่กับการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่ในตลาดประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเสริมความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอ และสนับสนุนการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะต่อไป” นางสาวปิยจิต กล่าว