‘นักช้อปไทย’ ยุคเศรษฐกิจฝืด เลิกมองของถูก แต่พังง่าย มุ่ง ‘Official Store’ ซื้อความมั่นใจ

ในช่วงที่กำลังซื้อโดยรวมของคนไทยถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ หลายคนอาจคาดว่าพฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์จะหดตัวลง หรืออย่างน้อยก็เบนเข็มสู่สินค้าราคาถูกลง แต่ข้อมูลจากการสำรวจผู้บริโภคออนไลน์กว่า 1,000 คนในไทย โดย Cube Insight กลับบอกเล่าภาพที่ดูเหมือนจะเป็นไปในทางตรงกันข้าม

ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย จ่ายแบบสมเหตุสมผล

เมื่อเงินในกระเป๋าตึงขึ้น คนเราไม่ได้หยุดซื้อ แต่เริ่ม คิดมากขึ้นก่อนซื้อ และนั่นหมายความว่า ของถูกที่อาจต้องซื้อซ้ำบ่อย ๆ เพราะได้ของไม่ดี ซึ่งกลายเป็นตัวเลือกที่อาจจะ แพงกว่าในระยะยาว พฤติกรรมดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นผ่านตัวเลขว่า นักช้อปไทย 67% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้น 5–10% เพื่อซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ สะท้อนให้เห็นว่า ความมั่นใจ มีราคาที่จับต้องได้ในสายตาของพวกเขา และ 50% ระบุว่า ใช้จ่ายกับสินค้าคุณภาพสูงและแบรนด์เพิ่มขึ้น 10-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้บริโภคไทย 91% เคยซื้อสินค้าจาก Official Store บนแพลตฟอร์มออนไลน์ สูงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน (รองจากเวียดนาม 93%) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอาเซียนที่ 86% เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้เลือกซื้อผ่าน Mall อันดับ 1 คือ 

  • คุณภาพสินค้า (77%)
  • ราคา (66%)
  • ความน่าเชื่อถือและสินค้าแท้ (64%)
  • ดีลพิเศษ (51%)
ภีม เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก CUBE INSIGHTS

 

แบรนด์ต่างประเทศ โอกาสที่ตลาดกำลังรอ

อีกข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่า นักช้อปไทยให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้นก็คือ สัดส่วนการใช้จ่ายผ่านฟีเจอร์ Mall ที่จะจำหน่ายแบรนด์แท้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก 12% ในปี 2020 เพิ่มขึ้นเป็น 30% ของยอดขายบนมาร์เก็ตเพลสทั้งหมดในปีที่ผ่านมา และคาดว่าภายในปี 2030 สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 55% 

ที่ผ่านมา 3 หมวดหมู่ยอดนิยมบนร้านแบรนด์แท้ของนักช้อปไทย ได้แก่ 

  • บิวตี้และของใช้ส่วนตัว (81%) 
  • แฟชั่น (75%) 
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า (62%) 

นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทย 81% บอกว่า พร้อมเปิดรับแบรนด์จากต่างประเทศ และสิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่ราคาพิเศษ (ซึ่งมีความสำคัญเพียง 33%) แต่คือระบบที่ทำให้รู้สึกมั่นใจ ได้แก่ การคืนสินค้าที่ทำได้ง่าย การันตีของแท้ และการจัดส่งที่รวดเร็ว

ช่องว่างที่ยังมีอยู่ในตลาดคือ 29% ของผู้บริโภคยังพบว่าสินค้าที่ต้องการ “ยังไม่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย” และอีก 26% ต้องซื้อผ่าน Reseller ในราคาที่แพงเกินไป นั่นหมายความว่าความต้องการมีอยู่แล้ว สิ่งที่ขาดคือ อุปทานที่น่าเชื่อถือ

Confidence Commerce ยุค 4 อีคอมเมิร์ซไทย

จากพฤติกรรมดังกล่าว Cube Insight มองว่า อีคอมเมิร์ซไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ 4 คือ Confidence Commerce (2567–ปัจจุบัน) ยุคที่ผู้บริโภคเน้นซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ และมี AI เป็นบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน จากที่ยุคแรกที่ตลาดยังเป็นช่องว่าง สินค้าไม่มีการรับรอง คุณภาพปะปนกัน สู่ยุคที่สองที่แพลตฟอร์มเริ่มสร้างระบบ Official Store เพื่อยกระดับมาตรฐานและความเชื่อมั่น จากนั้น COVID-19 ได้จุดชนวนยุค Social Commerce ที่การช้อปปิ้งกลายเป็นเรื่องของ Live Streaming และ Influencer

วิเคราะห์บทบาท AI ผู้ช่วยใหม่นักช้อป 

สำหรับบทบาทของ AI ในแต่ละขั้นตอนของเหล่านักช้อป แบ่งได้ 3 ขั้น ได้แก่

  • การค้นหาสินค้า: แม้ 83% ของนักช้อปจะยังใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูลสินค้าเป็นหลัก แต่ AI เริ่มมีบทบาทมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 66% โดยผู้บริโภคใช้ AI ช่วยหาสินค้าและสร้างไอเดียในการซื้อ
  • การหาข้อมูลและเปรียบเทียบ: ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังอ่านรีวิวบนเว็บไซต์เป็นหลัก แต่ AI มีบทบาทสูงถึง 67% ซึ่งเทียบเท่ากับอิทธิพลของ Influencer ออนไลน์เลยทีเดียว
  • การตัดสินใจซื้อ: ในขั้นนี้ AI ยังมีบทบาทน้อย โดยมีส่วนเพียง 18% เนื่องจากผู้บริโภคยังต้องการคำแนะนำจากคนรอบข้างหรือรีวิวจากผู้ใช้จริงในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อ AI ถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้น และแพลตฟอร์มนำ AI มาช่วยในด้านการ Personalization การสนับสนุนลูกค้า และการบริการหลังการขาย คาดว่า AI จะมีบทบาทสำคัญในขั้นตอนนี้มากขึ้นในอนาคต

ออฟไลน์ยังสำคัญ เพราะไปลองจับก่อนสั่งออนไลน์

อีกส่วนที่ยังมีอิทธิพลต่อการซื้อออนไลน์ก็คือ ออฟไลน์ โดย 71% ของนักช้อปไทยไปดูสินค้าที่หน้าร้านจริง แล้วค่อยสั่งซื้อออนไลน์ เนื่องจากต้องการทดลองสัมผัสสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ หรือสอบถามข้อมูลจากพนักงานก่อนตัดสินใจซื้อ หมวดหมู่ที่พฤติกรรมนี้พบมากที่สุดคือความงาม (80%) เนื่องจากผู้บริโภคต้องการทดสอบเนื้อสัมผัส สี และกลิ่นของผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง รองลงมาคือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ผู้บริโภคต้องการดูขนาดและคุณภาพจริงก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าช่องทางออฟไลน์ยังมีบทบาทสำคัญในกระบวนการตัดสินใจซื้อ และการเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ (Omnichannel) อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการรับสินค้าที่หน้าร้าน การคืนสินค้าที่สะดวก หรือการบริการหลังการขาย จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้อีกขั้น

วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย

Buy now pay later ก็เป็นอีกตัวช่วยขับเคลื่อน

ทางด้าน วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย ได้เล่าอินไซต์ของลาซาด้าให้ฟังว่า ข้อมูลจาก Cube Insight สอดคล้องกับอินไซต์ของลาซาด้าในช่วงแคมเปญ 12.12 ที่ผ่านมา ที่มียอดขายสินค้าแบรนด์บน LazMall เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ย (Average Order Value – AOV) สูงกว่าวันปกติถึง 2.5 เท่า

นอกจากนี้ยังพบว่า ฟีเจอร์ Buy now pay later หรือ ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง ช่วยในการ ซื้อสินค้ามูลค่าสูง โดยเฉพาะในส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และช่วยให้ บัคเก็ตไซส์ที่ใหญ่ขึ้น อีกด้วย

กลายเป็นว่า แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่นักช้อปไทยในตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่า ยอมจ่ายแพงหน่อย เพื่อของคุณภาพเพื่อใช้ยาว ๆ ดีกว่าซื้อของถูกแต่ต้องซื้อบ่อย ทำให้สินค้า Official Store ที่การันตีของแท้และบริการที่ดีกว่าจึงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่าระยะยาวมากกว่าการประหยัดเงินในระยะสั้น