พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ฉลอง 65 ปี ยืนหนึ่งตลาดถ่านไฟฉายที่ครองใจผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่น ตอกย้ำไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจแบตเตอรี่

บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Panasonic Energy Co., Ltd. (ประเทศญี่ปุ่น) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถ่านไฟฉายพานาโซนิคในประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจในโอกาสครบรอบ 65 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดถ่านไฟฉาย ที่ครองใจผู้บริโภคทุกเจนเนอเรชั่นจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1*1 จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งผ่านคีย์ดีลเลอร์และช่องทางโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ ชี้ทิศทางตลาดโลกยังคงมีความต้องการถ่านไฟฉายอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น และการเติบโตของการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับบทบาทประเทศไทยจาก “ฐานการผลิต” สู่ฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์และศูนย์กลางการขายระดับภูมิภาค และต่อยอดโมเดลความสำเร็จในไทยสู่ตลาดอาเซียน ภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน “Produce To Reduce” ผลิตสินค้าคุณภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้บริโภค

65 ปีแห่งการลงทุนระยะยาว เติบโตเคียงคู่เศรษฐกิจไทย

มร.ฮิเดะฟูมิ ฟูจิอิ กรรมการผู้บริหารระดับสูง พานาโซนิค เอเนอร์จี ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า พานาโซนิค เอเนอร์จี ดำเนินกลยุทธ์การบริหารแบบ “สองเสาหลัก” โดยขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลุ่มIn-vehicle และกลุ่ม Industrial / Consumer โดยในปี 2024 บริษัทมีรายได้รวม 873.2 พันล้านเยน (ประมาณ 178 พันล้านบาท) แบ่งเป็น In-Vehicle Business 55% และ Industrial & Consumer Business 45% ซึ่งมีโรงงานรวม 21 แห่งทั่วโลก โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์สูงสุดของธุรกิจถ่านไฟฉาย

“การตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1961 นับเป็นก้าวสำคัญของบริษัท และเป็นการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์สู่การขยายธุรกิจในระดับโลกตลอดเวลา 65 ปีที่ผ่านมา พานาโซนิค เอเนอร์จี ยึดมั่นแนวคิดการลงทุนระยะยาว (Long-term Commitment) ผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิต การลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนานวัตกรรมสินค้า และการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับสากล ส่งผลให้บทบาทของประเทศไทยก้าวข้ามจากการเป็นเพียงฐานการผลิตภายในประเทศ สู่การเป็นฐานยุทธศาสตร์เพื่อการส่งออกระดับโลก”

ประเทศไทยคือหนึ่งในพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจแบตเตอรี่

มร.อัทสึชิ อันไซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ถ่านไฟฉายพานาโซนิคในประเทศไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัท เนชั่นแนล ไทย จำกัด (NTC)    ในประเทศไทยเมื่อปี 1961 บริษัทมีพัฒนาการสำคัญอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การผลิตถ่านแมงกานีส การขยายไปสู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภท ก่อนแยกเป็นโรงงานมัตสึชิตะ แบตเตอรี่ (ประเทศไทย) ในปี 1996 เริ่มผลิตถ่านอัลคาไลน์ในปี 2000 และเปลี่ยนชื่อเป็น พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ในปี 2008 ก้าวสำคัญเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อบริษัทเริ่มระบบการจัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประเทศไทยเป็นสำนักงานใหญ่ และในปี 2025 บริษัทสามารถผลิตถ่านไฟฉายสะสมได้กว่า 20,000 ล้านก้อน ส่งออกไปยังมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

ปัจจุบัน บทบาทของประเทศไทยได้ก้าวจากการเป็นเพียงฐานการผลิต สู่การเป็น “ฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ระดับโลก”และศูนย์กลางการขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สำหรับการดำเนินธุรกิจถ่านไฟฉายของพานาโซนิค เอเนอร์จีทั่วโลก โดยตลอด 65 ปีที่ผ่านมา พานาโซนิค เอเนอร์จี มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งการสร้างการจ้างงานโดยตรงและทางอ้อม การลงทุนอย่างต่อเนื่อง การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี และการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ส่งผลให้บริษัทยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดถ่านไฟฉายอันดับ 1 ในประเทศไทย*1

“Produce To Reduce” คำมั่นด้านความยั่งยืนต่อสังคมไทยและโลก

นอกจากความแข็งแกร่งทางธุรกิจ พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ยังเป็นผู้นำด้านการดำเนินงานเพื่อสิ่งแวด ล้อม ภายใต้แนวคิด “Produce To Reduce” ที่มุ่งผลิตสินค้าคุณภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้บริโภค

ด้วยพันธกิจ “Create Happiness in our daily lives, create harmony with the environment”บริษัทฯ มุ่งมั่นในการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

โดยโรงงานผลิตของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง และในปี 2023 โรงงานของพานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon-Neutral Factory) แห่งแรกในประเทศไทย โดยบริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการผลิตอย่างยั่งยืน

แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิตสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ลดปริมาณขยะ ลดการใช้สารอันตราย (ปราศจากการเพิ่มสารตะกั่วและแคดเมียม) การใช้บรรจุภัณฑ์จากกระดาษเพื่อลดพลาสติก ตลอดจนการดำเนินโครงการรีไซเคิลถ่านไฟฉายตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งในปี 2025 บริษัทสามารถขยายจุดรับทิ้งถ่านไฟฉายใช้แล้วกว่า 1,060 จุดทั่วประเทศ และนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากกว่า 700,000 ก้อน

ตลาดโลกยังเติบโต เดินหน้าต่อยอดโมเดลไทยสู่อาเซียน

มร.ชินยา โยชิดะ ผู้อำนวยการส่วนงานขายและการตลาด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความต้องการถ่านไฟฉายในตลาดโลกยังคงขยายตัว จากการเติบโตของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ การใช้งานอุปกรณ์ที่ชี้รีโมทคอนโทรลทั้งในภาคครัวเรือน และการขยายตัวของอุตสาหกรรมโรงแรมที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าความต้องการมากกว่า 3 พันล้านก้อนต่อปี*2

สำหรับประเทศไทย คาดว่าความต้องการถ่านไฟฉายอยู่ที่ประมาณ 320 ล้านก้อนต่อปี*2โดยถ่านไฟฉายพานาโซนิค ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1*1 ผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้ง Traditional Trade และ Modern Trade ทั่วประเทศ ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และความยั่งยืน ควบคู่กับความเชื่อมั่นที่สั่งสมจากผู้บริโภคตลอด 65 ปี และเครือข่ายพันธมิตรด้านการจัดจำหน่ายที่เติบโตเคียงคู่กันมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตระยะกลาง ด้วยการต่อยอดโมเดลความสำเร็จจากประเทศไทยสู่ประเทศอื่นในอาเซียน โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เฉลี่ยต่อปี (Global Total CAGR) ที่ 5% ต่อเนื่องจนถึงปี 2030

จาก 65 ปีแห่งผู้นำ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ในโอกาสครบรอบ 65 ปี บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในสังคมไทย พร้อมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอีก 10 ปี 50 ปี และ 100 ปีข้างหน้า และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การมีส่วนร่วมกับชุมชน และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

“ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี้ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้มุ่งเพียงรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมถ่านไฟฉายเท่านั้น แต่เรามีความตั้งใจที่จะมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตพลังงานโลกที่ยั่งยืน ประเทศไทยจะยังคงเป็นฐานยุทธศาสตร์หลักของเราในระดับโลก เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่นเข้ากับศักยภาพของบุคลากรไทยและระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาวอย่างยั่งยืน” มร. อันไซ กล่าวสรุป

1 ที่มา: Nielsen ConsumerLLCDEC2025

2 ที่มา : สำรวจโดย พานาโซนิค เอเนอร์จี