ทีเส็บเปิดตัวไทยเจ้าภาพงาน UFI Asia Pacific Conference 2026 ระหว่างวันที่ 5–6 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ต้อนรับนักธุรกิจและผู้ประกอบการงานแสดงสินค้าจากเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกกว่า 300 คน เชื่อมั่นปัจจัยบวกเมืองไทยสร้างความมั่นใจของผู้เข้าร่วมงานในแบรนด์ประเทศไทย “The Best Exhibition Nation of ASEAN” และตอกย้ำกรุงเทพฯ คือศูนย์กลางงานแสดงสินค้าของอาเซียน
ปัจจัยบวกสำหรับงานแสดงสินค้านานาชาติในเมืองไทยประกอบด้วย นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่ติดอันดับโลก การเติบโตของพอร์ตโฟลิโองานแสดงสินค้าของผู้ประกอบการไทย โอกาสใหม่ ๆ ทางการตลาด งานแสดงสินค้ารายใหม่ที่มาจัดในไทย การอำนวยความสะดวกในการเข้ามาจัดงาน การจัดงานแบบวัดผลความยั่งยืนที่
จับต้องได้ จะช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของไทยในฐานะฮับอุตสาหกรรมไมซ์และงานแสดงสินค้าแห่งอาเซียน คาดการณ์มูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการจัดงานแสดงสินค้าในปีนี้ 201,451 ล้านบาท
นายคริส สกีธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมการแสดงสินค้าโลก หรือ The Global Association of the Exhibition Industry (UFI) กล่าวว่า UFI เลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม UFI Asia Pacific Conference เพื่อยกย่องบทบาทความเป็นผู้นำของไทยในฐานะตลาดอุตสาหกรรมการแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกและการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากภาครัฐ ท่ามกลางการก้าวขึ้นมาของอาเซียนในฐานะกลไกการเติบโตสำคัญของภูมิภาค ประเทศไทยมีทั้งขนาดตลาด การเชื่อมต่อ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่พร้อมขับเคลื่อนมูลค่าทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงนวัตกรรมดิจิทัล และความยั่งยืน
“การจัดประชุมครั้งนี้ในกรุงเทพฯ เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของ UFI ต่อบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการวางตำแหน่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ไม่ได้เป็นเพียงตลาดแห่งการเติบโตเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำระดับโลกที่กำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้า UFI ขอขอบคุณพันธมิตรและผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีเส็บ และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างสำเร็จ”
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บ ประมูลสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าภาพการจัดงาน UFI Asia Pacific Conference ในวันที่ 5–6 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในฐานะที่ทีเส็บเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีพันธกิจขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายของการจัดงานไมซ์ จึงตั้งเป้าหมายใช้การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีตอกย้ำแบรนด์ The Best Exhibition Nation of ASEAN ให้นักธุรกิจและผู้ประกอบการงานแสดงสินค้าจากเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกกว่า 300 คน มั่นใจในขีดความสามารถของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานไมซ์ของภูมิภาค โดยเฉพาะการเป็นฮับงานแสดงสินค้านานาชาติของภูมิภาคอาเซียน เพื่อเจาะตลาดอาเซียนและให้ผู้ประกอบการในอาเซียนเข้าถึงตลาดโลก
การตอกย้ำแบรนด์ประเทศไทยเกิดขึ้นสอดคล้องกับการที่ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากเวทีโลก
โดยในการประชุม UFI Global Congress เมื่อปลายปี 2568 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาลต่ออุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพแบบองค์รวมสูงสุดในโลก และติด 1 ใน 5 ประเทศที่มีแผนยุทธศาสตร์และนโยบายงานแสดงสินค้าที่ชัดเจนและครอบคลุมมากที่สุด
“การสนับสนุนเชิงนโยบายที่แข็งแรงของทีเส็บในฐานะหน่วยงานภาครัฐและการร่วมมืออย่างเหนียวแน่นกับภาคเอกชน โดยเฉพาะสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA เปรียบเสมือนรากฐานสำคัญให้ระบบนิเวศไมซ์ไทยมีความเข้มแข็ง ยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ผู้จัดงาน ผู้แสดงสินค้า และผู้เข้าร่วมงานจากนานาประเทศ พร้อมผลักดันงานแสดงสินค้าไทยให้เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าว
นอกจากการสำรวจพื้นที่จัดงานแสดงสินค้าในกรุงเทพฯ ผู้ร่วมงานจากต่างประเทศจะได้มีโอกาสพบปะกับผู้จัดงานแสดงสินค้านานาชาติของไทย เพื่อจะได้มองเห็นโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ให้กับงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศไทย เพราะผู้ประกอบการบางส่วนของไทยได้ขยายพอร์ตโฟลิโองานครอบคลุมอุปสงค์ใหม่ ๆ ในตลาด หรือขยายไปสู่แขนงธุรกิจที่ส่งเสริมหรือเติมเต็มให้กับธุรกิจหลัก โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่ได้รับการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง อาทิ สายการแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ อาหาร ออโตเมชั่น
ประการสำคัญ ทีเส็บได้สนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ของไทยและเป็นผู้จัดงาน Domestic Exhibition
ที่มีศักยภาพให้เข้าร่วมงาน UFI Asia Pacific Conference 2026 เพื่อให้ผู้ร่วมงานจากต่างประเทศได้มองเห็นโอกาสทางการตลาดเพิ่มเติมของไทย ขณะที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ของไทยได้มองเห็นโอกาสยกระดับหรือขยายการจัดงานต่อไป
ตัวอย่างงานแสดงสินค้านานาชาติในภาคธุรกิจยุทธศาสตร์ที่จะจัดในประเทศไทยในปีนี้ คืองาน THAIFEX งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, WHX and WHX Labs Bangkok 2026 งานแสดงสินค้าเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ และ METALEX 2026 งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรกลและโลหการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ไทยยังเตรียมต้อนรับงานแสดงสินค้าระดับโลกหลายรายการ อาทิ The 2nd Asia Sourcing Show 2026 (Textiles & Apparel), Global Sourcing Summit 2026 จากสหรัฐอเมริกาที่จะจัดในเดือนมิถุนายน และ Gastech งานด้านพลังงานระดับโลกในเดือนกันยายน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน
ดร. ศุภวรรณ ระบุว่า การที่งานแสดงสินค้าใหม่ขนาดใหญ่เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานจะยิ่งช่วยตอกย้ำให้ผู้ร่วมงาน UFI Asia Pacific Conference 2026 มั่นใจในศักยภาพทางธุรกิจของไทยมากขึ้น ในส่วนของทีเส็บได้พยายามดึงงานในภาคธุรกิจใหม่ ๆ ให้เข้ามาจัดในประเทศ อาทิ สาย Creative Industry เพื่อให้พอร์ตโฟลิโอการจัดงานในไทยตอบโจทย์ใหม่ ๆ ทางการตลาด ดึงดูดผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้มาจัดงานหรือมาร่วมงาน ทีเส็บยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอำนวยความสะดวกให้กับการเข้ามาจัดงานแสดงสินค้า อาทิ ร่วมมือกับกรมศุลกากร เพิ่มเพดานจำนวนสินค้าที่นำเข้ามาจัดแสดงในงาน ร่วมมือกับกรมแรงงานผ่อนปรนระเบียบให้กับบุคลากรจากต่างประเทศที่เข้ามาจัดงานในประเทศไทย เพื่อให้งานในไทยสร้าง Return on Investment (ROI)
“เพื่อตอบโจทย์การจัดงานยุคใหม่ ทีเส็บได้กำหนดมาตรการให้การจัดงาน UFI Asia Pacific Conference 2026 สามารถเลี่ยงและลดคาร์บอนแบบวัดผลได้จริง ทั้งนี้ เพื่อให้ความยั่งยืนเป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้สำหรับการจัดงานในประเทศไทย” ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะเมืองเจ้าภาพงาน UFI Asia Pacific Conference 2026 กล่าวว่า กรุงเทพมหานครถือเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดงานนิทรรศการระดับโลก
และยังได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกในปี 2568 โดยมีจำนวนผู้มาเยือนถึง 30.3 ล้านคน
“ด้วยความพร้อมในทุกด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มาตรฐานสากล ระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย และการบริการด้วยใจ เมืองของเราจึงไม่เพียงแต่สามารถรองรับการจัดงานนิทรรศการระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็น ‘เมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน’ ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก และเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญสำหรับการจัดงานระดับนานาชาติอย่างแท้จริง”
งาน UFI Asia Pacific Conference 2026 ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของประเทศ ที่รวบรวมผู้จัดงานในอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาพบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทรนด์ล่าสุดของอุตสาหกรรม เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ส่วนในภาพรวมของอุตสาหกรรมการแสดงสินค้าของไทยในปี 2569 จะมีการจัดงาน 165 งาน จำนวนผู้ร่วมงาน 1,172,000 คน สร้างรายได้ 20,295 ล้านบาท คาดการณ์มูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ 201,451 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงานใหม่ 19 งานทั้งของผู้ประกอบการไทย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนผู้ร่วมงาน 134,900 คน สร้างรายได้ 2,337 ล้านบาท คาดการณ์มูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ 23,198 ล้านบาท





