ขณะที่ทั่วโลกกำลังผวาว่า AI จะมาแย่งงาน ทาง ‘สิงคโปร์’ เองก็ประกาศรับมือเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยจัดตั้ง ‘สภาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Council) และมีนายกรัฐมนตรี ‘ลอว์เรนซ์ หว่อง’ นั่งเก้าอี้ประธานด้วยตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การตามกระแสเทคโนโลยี แต่เป็นการวางรากฐาน เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเฉพาะเรื่อง ‘แรงงาน’
สภาดังกล่าว จะผลักดันไปใน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
1.อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง – ตั้งเป้าสร้างโรงงานอัจฉริยะระดับโลก
2.ระบบการคมนาคมและลิจิสติกส์ – เสริมความแข็งแกร่งในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์โลก
3.การเงิน – ตอกย้ำการเป็น Hub การเงินโลก
4.สาธารณสุข – รับมือสังคมสูงวัย และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
รวมถึงยังเตรียมสร้าง AI Park ศูนย์กลางนวัตกรรมที่รวมภาครัฐและเอกชนไว้ด้วยกัน โดยจะมีการอัดฉีดสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบจัดเต็ม เพื่อเปลี่ยนจาก ‘ผู้ใช้’ ให้เป็น ‘ผู้สร้าง’ อย่างเต็มตัว
สำหรับสิงคโปร์ การผลักดันเรื่องสภา AI แห่งชาติ ถือเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ของการขับเคลื่อนประเทศ โดยดูได้จากการที่ผู้นำประเทศอย่างลอว์เรนซ์ หว่อง ลงมานั่งตำแหน่งประธานสภาฯ ทำให้การตัดสินใจและการสอดประสานงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังวางบทบาท AI ให้เป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาและทลายข้อจำกัดของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด คนทำงานไม่พอ ยกระดับความสามารถของแรงงาน และการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ฯลฯ โดยต้องทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้จริงในระยะยาว ไม่ใช่หวังผลแค่ชั่วคราว
ที่สำคัญ ใช้เศรษฐกิจเป็นที่ตั้ง ซึ่งทุกโครงการที่ทำ ต้องสามารถวัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่ทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ต้องสร้างรายได้และเพิ่ม GDP
เป้าหมายของยุทธศาสตร์ใหม่นี้ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวว่า ไม่ใช่การแทนที่คน แต่เป็นการขับเคลื่อนอย่างมีทิศทาง เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และความหวาดกลัวการแทนที่แรงงาน การแพร่กระจายข้อมูลเท็จหรือความกังวลด้านจริยธรรม ไม่ควรเป็นเหตุให้ประเทศชะลอการพัฒนา ซึ่งจะทำให้ประเทศเสียเปรียบในเวทีโลกที่แข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น
.
อ้างอิง
.
https://www.businesstimes.com.sg/singapore/budget-2026-singapore-establish-national-ai-council-chaired-pm-wong-launch-national-ai-missions
.
https://www.channelnewsasia.com/singapore/budget-2026-national-artificial-intelligence-council-ai-lawrence-wong-5925886?



