“แสนสิริ” กางแผนคอนโดปี 69 ปูพรม 16 โครงการใหม่มูลค่า2.6 หมื่นล้าน สูงสุดในอุตสาหกรรม ย้ำเบอร์ 1 ครอบคลุมทุกเซกเมนต์

• โชว์ฟอร์มแกร่งปี 2568 ตอกย้ำ#แสนสิริผู้นำคอนโดสร้างความสำเร็จสูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ กวาดยอดขายสูงถึง 25,000 ล้านบาท โต 35% จากปีก่อน พร้อมสร้างยอดโอน 14,500 ล้านบาท

• เดินหน้ารุกหนักปี 2569 ลุยเปิดตัวคอนโดมิเนียม 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท (สูงสุดในกลุ่มอสังหาฯ) พร้อมตั้งเป้ายอดขายที่23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนที่ 17,500 ล้านบาท มั่นใจสำเร็จตามเป้า โชว์แกร่งด้วยคอนโดพร้อมอยู่รับรู้รายได้ทันทีกว่า 20,000 ล้านบาทมุ่งครองความเป็นอันดับหนึ่งในตลาดคอนโดมิเนียมต่อเนื่อง

• ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ยืนหยัดมั่นคง ด้วย THE LUXURY & ICONIC REINFORCEMENT สานต่อความแข็งแกร่งผู้นำอสังหาฯ ระดับบน, STRATEGIC EXPANSION & PARTNERSHIP เดินหน้าขยายโครงการบนทำเลศักยภาพ ควบคู่กับการผนึกพันธมิตรพัฒนาโครงการร่วมทุน และFUTURE LIVING & COMMUNITY EVOLUTION ให้ความสำคัญกับ Well-being ของทุกสมาชิกในโครงการ รวมถึงสัตว์เลี้ยง พร้อมยกระดับ Pets Welcome Condo ไปอีกขั้น ตลอดจนรุกโมเดล SANSIRI COMMUNITY กับกลุ่มคอนโดมิเนียม

• ประเดิมไตรมาสแรก กับที่สุดของคอนโดไฮไลท์แห่งปีจากแสนสิริ ครั้งแรกกับงานพรีเซลล์ LOVE Charoen Nakhon(เลิฟ เจริญนคร)คอนโดใหม่ วิวแม่น้ำ ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้าน*
และ 1 ห้องนอน วิวเมือง 26 ตร.ม. เริ่ม 2.39 ล้าน* 14-15 มี.ค. นี้

#แสนสิริผู้นำคอนโด ยืนแกร่ง รุกต่อเนื่องเปิด 16 โครงการใหม่มูลค่า 26,000 ล้านบาท พร้อมคอนโดพร้อมอยู่รอรับรู้รายได้กว่า 20,000 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จปี 68
สร้างยอดขาย-ยอดโอนคอนโดสูงสุดในอสังหาฯ
โดย องอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บมจ.แสนสิริ

กลุ่มคอนโดมิเนียมแสนสิริเติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนกระแสตลาด ครองตำแหน่งเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรมประสบความสำเร็จสร้างยอดขายที่25,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 35% จากปีก่อนหน้าและยอดโอนที่ 14,500 ล้านบาทสูงสุดในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 โดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมา สามารถปิดการขาย (Sold Out) คอนโดมิเนียมไปได้ถึง 13 โครงการ มูลค่ารวม 9,610 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดในกลุ่ม Medium ถึง Affordable ล่าสุดได้ปิดการขาย THE LINE VIBE (เดอะ ไลน์ ไวบ์) และเตรียมปิดการขาย mekin HAUS (เมคิน เฮ้าส์เชียงใหม่) เร็วๆ นี้

สำหรับทิศทางปี 2569 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับความท้าทายและแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลก ซึ่งส่งผลต่อความไม่แน่นอนและภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แสนสิริเล็งเห็นโอกาสบางประการ อาทิ จากการประสานพลังระหว่างนโยบายการคลังโดยรัฐบาลใหม่ที่เร่งวางรากฐานขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนโยบายการเงินหลัง กนง.มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ต่อปี ซึ่งมีผลทันทีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนเหล่านี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินอย่างตรงจุด พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อเป็นแรงส่งปลุกจีดีพีให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพและมีเสถียรภาพ และเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยโลกและปัจจัยภายในประเทศ แสนสิริพร้อมเดินหน้าแบบ Speed to Market ปรับตัวไวรองรับทุกสถานการณ์ เพื่อการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าโดยในปี 2569 เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่รวม 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาทสูงสุดในตลาดอสังหาฯ ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ครอบคลุมทุก SEGMENT ทั่วประเทศ ทุกระดับราคาและตั้งเป้ายอดขายคอนโดที่ 23,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอนคอนโดที่ 17,500 ล้านบาท

“แม้เป้าหมายในปีนี้จะมีความท้าทาย สวนกระแสทิศทางตลาด แต่ด้วยความพร้อมของคอนโดมิเนียมรอโอนกว่า 20,000 ล้านบาท ผนวกกับทรัพยากรที่แข็งแกร่งและมาตรฐานการบริการอันดับ 1 โดยเฉพาะความสำเร็จในทำเลศักยภาพอย่างภูเก็ตที่ทำยอดขายได้ดีต่อเนื่องทั้งไทยและต่างชาติ รวมถึงเชียงใหม่และโครงการในขอนแก่นที่กระแสตอบรับดีเยี่ยม เราจึงมั่นใจว่าจะรักษาการเติบโตและครองความเป็นผู้นำ#แสนสิริผู้นำคอนโดเพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอสังหาฯ ไทยต่อไป”

3 กลยุทธ์หลัก ขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมแสนสิริ ปี 2569
โดย วิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบมจ.แสนสิริ
สมัตถ์คม ต่างวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบมจ.แสนสิริ

กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมแสนสิริ เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจขององค์กร เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ควบคู่กับการส่งมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ ที่มากกว่าการอยู่อาศัย โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลักมุ่งรักษาความเป็นหนึ่งในตลาด และครองอันดับหนึ่งในใจลูกค้าต่อเนื่อง ได้แก่

1. THE LUXURY & ICONIC REINFORCEMENTสานต่อความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดอสังหาฯ ระดับบนด้วยการส่งมอบโครงการพร้อมอยู่ในกลุ่ม Premium รวม5 โครงการ มูลค่า 14,800 ล้านบาทได้แก่ คอนโด Via(เวีย) 3 โครงการกับ Via 34 (เวีย 34), Via 61 (เวีย 61) และ Via ARI (เวีย อารีย์), SHUSH Ratchathewi(ชูช์ ราชเทวี)และ The Standard Residences Hua Hin (เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน) เพื่อตอบรับเรียลดีมานด์ที่ต้องการโปรดักส์คุณภาพระดับสูง ควบคู่กับการสร้างปรากฏการณ์The Return of Iconsนำแบรนด์ที่มีภาพจำแข็งแกร่งกลับมาสร้างความสำเร็จอีกครั้งนำโดยแบรนด์ XT (เอ็กซ์ที) กับโครงการใหม่ XT 10 EKKAMAI (เอ็กซ์ที เทน เอกมัย) คอนโดใจกลางเอกมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และคอนโดแบรนด์ THE MONUMENT (เดอะ โมนูเมนต์)กับโครงการใหม่ THE MONUMENT Sathon(เดอะ โมนูเมนต์สาทร)ที่เตรียมเปิดตัวในปีนี้

2. STRATEGIC EXPANSION & PARTNERSHIPเดินหน้าขยายโครงการบนทำเลศักยภาพบนทำเลSTRATEGIC LOCATIONทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ เตรียมเปิดตัว 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 7,200 ล้านบาทได้แก่ หัวหิน (HUB Hua Hin– ฮับ หัวหิน), พัทยา (dcondo vite – ดีคอนโด วีเต) และภูเก็ต ซึ่งได้เปิดตัว RHEA by Sansiri (รีอา บาย แสนสิริ) คอนโดใหม่ ใกล้หาดสุรินทร์-บางเทา และอีก 3 โครงการใหม่ในทำเลเชิงทะเล, ป่าตอง และสามกองพร้อมกับเดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกที่มีศักยภาพ อย่าง บริษัท มิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) จำกัดร่วมทุนพัฒนา LOVE Charoen Nakhon (เลิฟ เจริญนคร) มูลค่า 6,500 ล้านบาท จากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri และสานต่อความร่วมมือกับ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่อเนื่อง โดยแสนสิริเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่มุ่งพัฒนาโครงการให้ครอบคลุมทุก SEGMENT ทั่วประเทศ ทุกระดับราคา ตั้งแต่ Luxury ไป Affordable โดยมีแบรนด์ LOVEby Sansiriมาสนับสนุนพอร์ตคอนโดในกลุ่ม MEDIUM SEGMENT ในปีนี้อีกด้วย

3. FUTURE LIVING & COMMUNITY EVOLUTION ยกระดับการอยู่อาศัยเพื่อ Well-being สูงสุดให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต เปลี่ยนนิยามคอนโดสู่การดูแลสุขภาพกาย-ใจระยะยาว ครอบคลุมทั้ง Physical Well-being (อากาศ/น้ำ/แสงธรรมชาติ), Mental Well-being (พื้นที่สีเขียว/Pet-friendly) และ Security อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง ด้วย LIV-24
• Pet-friendly Landmark:ยกระดับสู่ Pets Welcome Condo ตั้งเป้าขยายเป็น 20 โครงการ มูลค่ารวม 46,200 ล้านบาท ภายในปี 2569
• Sansiri Community: ตอกย้ำความสำเร็จของสังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบในกลุ่มคอนโดมิเนียม ด้วย Sansiri Rangsit Campus Community โดยมี T77 Community เป็นโปรเจกต์ต้นแบบแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จ

ไฮไลต์สำคัญ ประเดิมไตรมาสแรกกับ ‘LOVE Charoen Nakhon’

‘LOVE Charoen Nakhon’ (เลิฟ เจริญนคร) คอนโด Rare Item แห่งปีที่ทุกคนรอคอย กับดีไซน์ Wide-frontage (ตึกหน้ากว้าง) เปิดรับวิวน้ำเจ้าพระยาแบบ Panorama และฝั่ง Asiatique เต็มสายตาหนึ่งเดียวในย่านเจริญนคร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Collective Living ที่เป็นคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ (Pets Welcome) มาพร้อมราคาที่ดึงดูดใจ โดยห้องวิวแม่น้ำเริ่มต้นที่ 3.39 ล้านบาท* และแบบ 1 ห้องนอน วิวเมือง ขนาด 26 ตร.ม.เริ่มต้นที่ 2.39 ล้านบาทโดย LOVE Charoen Nakhon เตรียมเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 14 – 15 มีนาคม นี้ติดต่อเข้าชมห้องตัวอย่างก่อนใครได้ที่ https://siri.ly/7tBswt1

ปัจจุบันคอนโดใหม่ (New Launch) ในย่านเจริญนคร-คลองสาน ส่วนใหญ่ขยับขึ้นไปแตะ180,000 บาท โดยประมาณ /ตร.ม.รวมถึง ราคาที่ดินเจริญนครที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี อาทิ ราคาที่ดินติดริมถนนเจริญนครในปัจจุบันมีการเสนอขายอยู่ที่ประมาณ 400,000 – 800,000 บาทต่อตารางวาส่วนแปลงที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (ใกล้ไอคอนสยาม) พุ่งสูงถึง 1,000,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป ซึ่งหายากมากในปัจจุบัน และมีส่วนกลางครบครัน ถือเป็นกลยุทธ์ “ราคาดีที่สุด” ของแสนสิริในปีนี้