-
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 กับ S2O Songkran Music Festival ปีนี้ย้ายสถานที่ S2O LAND ย่านรัชดา จุคนได้วันละ 30,000 คน ปรับวันเป็น 11-13 เมษายน 69
-
ปีนี้เดบิวต์งาน K2O ครั้งแรกที่ศิลปินเกาหลี ปะทะเทศกาลสงกรานต์ จัด 14 เมษายน 69
-
ไฮไลต์ไลน์อัปอย่าง Alan Walker b2b Steve Aoki ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมดึงดีเจดังระดับโลกอย่าง Kygo กลับมาเยือนไทยอีกครั้งในรอบหลายปี
หลังจากปีที่แล้วที่ S2O Songkran Music Festival เทศกาลดนตรีสงกรานต์ของไทย ได้ทำอะไรใหม่ๆ ด้วยการย้ายที่จัดไปสนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ในปีนี้ได้ทำอะไรใหม่ๆ เพิ่มอีก ด้วยการย้ายที่จัดอีกเช่นกัน สร้างแลนด์มาร์กใหม่ S2O LAND
โดย 2 ผู้จัด “วู้ดดี้ – วุฒิธร มิลินทจินดา” ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O และ “ปุลิน มิลินทจินดา” กรรมการ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O ได้เล่าถึงการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งมีความแปลกใหม่จากเดิมไม่น้อย
ปั้น S2O LAND กรุยทาง ถางหญ้าใหม่ แต่ยังติดใจราชมังฯ อยู่
S2O ก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ในการจัดเทศกาลสงกรานต์ที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่เบอร์ต้นๆ ในไทย สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว และทำให้งานดนตรี EDM บูมขึ้นในไทยอย่างมาก ที่ผ่านมามีการใช้สถานที่มาแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ S2O Factory RCA, OASIS Arena (Show DC), Life Park พระรามเก้า และล่าสุดกับสนามราชมังคลากีฬาสถาน
ปีนี้ S2O ก็ได้ทำการโยกย้ายอีกครั้งสู่พื้นที่ใหม่ S2O LAND ย่านรัชดา เป็นพื้นที่ของ อสมท. อยู่ข้างศูนย์วัฒนธรรม แต่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เปล่า ไม่ได้เป็นพื้นที่สำหรับจัดงานอะไร ซึ่งทั้ง 2 ผู้จัดก็มองว่าเหมาะกับการจัดในปีนี้ เพียงแต่ต้องลงทุนใหม่ บุกเบิกทำพื้นที่เปล่า 50 ไร่ เป็นพื้นที่จัดงานเฟส! ทั้งบดดิน ถางหญ้า ราดยางมะตอย เรียกว่าต้องใช้งบลงทุนเพิ่มขึ้น 3 เท่า
ปุลิน มิลินทจินดา เริ่มเล่าถึงโปรเจกต์นี้ว่า
“ปีที่แล้วจัดที่ราชมังฯ พอปีนี้จะจัดต่อก็มีเรื่องของคิวแข่งกีฬาที่ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะจัดได้หรือไม่ แต่ด้วยความที่เราต้องดีลดีเจ ศิลปิน บางคนต้องล็อกล่วงหน้า 7 เดือน ทำให้ต้องหาสถานที่ใหม่ ตอนนั้นก็ขับรถมาเจอที่ตรงนี้ ได้มาคุยกับทาง อสมท. ก็พบว่าจัดงานได้ แต่ต้องลงทุนเองใหม่ทั้งหมด ส่วนตัวก็มองว่า Vibe ได้ เป็นโลเคชั่นใจกลางเมือง จุคนวันละ 30,000 คนได้ มีการคุยเพิ่มว่าจะจัดงานอื่นที่นี่ด้วย”
ด้วยความเป็นสถานที่ใหม่ อะไรก็ใหม่ทำให้ต้องเพิ่มงบลงทุนจากเดิม 3 เท่า ทั้งทำสถานที่ และเตรียมพนักงานเพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นอีก
แต่ในความทุลักทุเล ก็มีความพิเศษตรงที่พอเป็นพื้นที่เปล่า จึงเป็นปีแรกที่ได้ระเบิดไอเดียออกแบบเวที และประสบการณ์ของผู้เข้างานแบบใหม่ๆ สามารถออกแบบสเปซการระบายน้ำ แสง สี เสียง และทางเข้า-ออกได้อย่างอิสระ และสถานที่นี้หันหน้าทางทิศใต้ ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงรบกวนคนในชุมชน ที่สำคัญสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ได้
แม้ว่าจะลงทุนไปเยอะ ผู้จัดทั้ง 2 ก็ไม่ได้กะมองว่า S2O LAND จะเป็นพื้นที่จัดงานระยะยาว เพราะยังมีความรู้สึกว่าสนามราชมังฯ ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอยู่
ปุลินบอกว่า “สนามราชมังฯ ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในการจัดงานใหญ่ เพราะมีการจัดงานมาหลายงานแล้ว มีระบบหลายๆ อย่างพร้อม เก็บเสียงด้วย เรียกว่ายังเป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดงาน ถ้าปีหน้ามีโอกาสก็คงกลับไปจัดที่ราชมังฯ”
ปีนี้มองว่ามีผู้เข้าร่วมงานวันละ 30,000 คน จำกัดคนไว้ที่เท่านี้ เพราะเป็นปีแรกกับสถานที่ใหม่
เดบิวต์ K2O ปั้นเวทีสงกรานต์ให้สายเกาฯ
ปีนี้ S2O ขยับวันเป็นวันที่ 11-13 เมษายน 69 ส่วนวันที่ 14 เมษายน 69 เป็นวันของแบรนด์น้องใหม่อย่าง K2O ที่จะเปิดตัวครั้งแรก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มแฟนคลับเกาหลีที่อยากสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์แบบ S2O
วู้ดดี้เสริมว่า โปรเจกต์นี้เคยวางแผนไว้ตั้งแต่ปีก่อนตั้งแต่ครบรอบ 10 ปี ว่าจะยังไงต่อดี พอตอนนี้ขยายไปหลายประเทศแล้ว มีความพร้อมหลายๆ อย่าง อีกทั้งเคยมีทางเกาหลีมาคุยว่าอยากมีศิลปินเกาหลีขึ้นเวที S2O แต่เรามองว่ากลุ่มคนฟังคนละกลุ่มกับ EDM เลยแยกเวทีกันดีกว่า เลยทำเป็น K2O ซึ่งยังมีจริตเหมือนกัน
K2O มีศิลปินไฮไลต์ 4 วงดังอย่าง RIIZE, KISS OF LIFE, FIFTY FIFTY, LONGSHOT และศิลปิน T-Pop DAOU x OFFROAD
แต่ K2O จะไม่มีจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากมองว่ามีแฟนคลับเด็กๆ เข้างานเยอะ งานนี้ไม่ได้จำกัดอายุ แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 13 ปีต้องมากับผู้ปกครองด้วย เริ่มตั้งแต่ 18.00 – 23.00 น.
ปีนี้คนไทย 60% คนโลคอลเข้าถึงได้ง่าย
ปุลินบอกว่า จากตัวเลขการซื้อบัตรในปีนี้พบว่ามีคนไทยสัดส่วนถึง 60% เป็นตัวเลขที่คนไทยสูงสุดในรอบ 5 ปี ส่วนคนต่างชาติ 40% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศใกล้เคียงที่เดินทางมาง่าย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน และเห็นกลุ่มรัสเซีย ตะวันออกกลาง อินเดียเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
เหตุผลที่คนไทยเพิ่มขึ้น ปุลินมองว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเข้าถึงบัตรได้ง่ายขึ้น เพราะปีก่อนๆ อาจจะมีเอเจนต์ต่างชาติที่กดบัตรให้แก่กลุ่มต่างชาติ ทำให้คนไทยซื้อบัตรได้น้อย ซึ่งสัดส่วนคนไทย 60% ถือเป็นตัวเลขที่พอใจ
อีกเหตุผลหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า S2O ได้ขยายอาณาจักรไปต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย, ไต้หวัน, ฮ่องกง, จีน และสหรัฐอเมริกา ทำให้กลุ่มต่างชาติไม่มาที่ไทยก็เป็นได้
การกลับมาของ Kygo
ในปีนี้ S2O ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแรงของแบรนด์ผ่านไลน์อัปศิลปินระดับโลกที่ตอกย้ำสถานะของเทศกาลในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นไฮไลต์อย่าง Alan Walker b2b Steve Aoki ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก
รวมถึงการกลับมาของศิลปินระดับแถวหน้าของวงการ EDM อย่าง Kygo ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของผู้จัดในการรักษามาตรฐานโปรดักชัน การคัดเลือกศิลปิน และการส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับแฟน S2O อย่างจัดเต็ม โดยไฮไลต์โต๊ะแพงที่สุดในปีนี้อยู่ที่ ราคา 1,500,000 บาทต่อวัน
ปุลินบอกว่า การเลือกศิลปินในปีนี้เกิดจากความชอบ และรสนิยมส่วนตัวเป็นหลัก ทั้ง S2O และ K2O โดยเน้นศิลปินที่ฟังวนได้ไม่เบื่อ เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่มางานจะได้รับความฟินสูงสุด ในราคาที่คุ้มค่ากับประสบการณ์โปรดักชันที่อัปเกรดขึ้นกว่าเดิม 3 เท่า









