Bangkok Balm บุกตลาดส่งออกด้วยเจลสมุนไพรไทย “ไม่เหนอะหนะ ซึมไว” พร้อมรุกอาเซียน ภายในปลายปี 2569

หลังจากประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนานกว่า 15 ปีทั้งในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุด ห้างหุ้นส่วนจำกัด บางกอกบาล์ม (Bangkok Balm) ได้ประกาศแผนขยายตลาด เตรียมรุกตลาดอาเซียนภายในปลายปี 2569 รวมทั้งภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และยุโรป โดยการขยายตัวครั้งนี้จะเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการขอรับรองมาตรฐาน ASEAN GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตที่สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพในภูมิภาคนี้

การก้าวสู่ตลาดโลกในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับผลิตภัณฑ์เรือธงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง เจลเสลดพังพอนออร์แกนิค (Bangkok Balm Organic Acanthaceae Herbal Gel) และ เจลไพลสูตรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Bangkok Balm Plai Muscle Gel)

จุดขายของบางกอกบาล์ม

จุดเด่นเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์บางกอกบาล์มคือ “เจลสูตรเฉพาะ” ด้วยเนื้อเจลสมุนไพรที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสวมเสื้อผ้าทับได้ทันทีหลังทา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเหนียวหรือคราบเลอะบนชุด

ในขณะที่ยาหม่องทั่วไปใช้ขี้ผึ้งซึ่งมีลักษณะเป็นไข จึงมักทิ้งความมันเยิ้มและทำให้เสื้อผ้าเป็นรอยด่าง บางกอกบาล์ม จึงเข้ามาตอบโจทย์นี้โดยตรง ด้วยเนื้อเจลสูตรเฉพาะที่สอดรับกับเทรนด์ ‘Skinimalism’ และ ‘Clean Beauty’ ซึ่งจากรายงานเทรนด์ความงามและสุขภาพของไทยปี 2568 โดย Kantar/Euromonitor ระบุว่า ผลิตภัณฑ์เนื้อสัมผัสแบบน้ำกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยอัตราเฉลี่ย 12.4% ต่อปี (CAGR) ซึ่งเติบโตแซงหน้ายาหม่องแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ ‘ไม่ทิ้งคราบ’ บนชุดทำงาน แต่ยังต้องคงประสิทธิภาพในการรักษาไว้เช่นเดิม

การเติบโตของอุตสาหกรรมสมุนไพร

ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ คาดการณ์ว่าภายในปี 2569 อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 6.3 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ) นอกจากนี้ ผลการศึกษาในปี 2568 โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) ยังชี้ให้เห็นว่า คุณสมบัติ “ไม่เหนียวเหนอะหนะ” และ “ซึมไว” กลายเป็นปัจจัยหลักอันดับต้น ๆ ที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจเลือกซื้อเจลสมุนไพรในปัจจุบัน

เป้าหมายการขยายตลาดต่างประเทศของบางกอกบาล์ม (Bangkok Balm) ยังสอดคล้องกับโครงการ “Think Wellness, Think Thai Herb” ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ผลักดันให้ภาคส่วนสมุนไพรเป็น “Soft Power” ที่มีมูลค่าสูง โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ตั้งเป้าที่จะนำภูมิปัญญาไทยมาผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกสมุนไพรโลก ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าทะลุ 7.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2572

ปัจจุบัน แม้ตลาดในประเทศจะมีสัดส่วนรายได้กว่า 90% แต่ยอดขายในต่างประเทศของบางกอกบาล์ม ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมี Great Natural Taste Malaysia เป็นผู้จัดจำหน่ายในสิงคโปร์และมาเลเซีย รวมถึงมีตัวแทนจำหน่ายในฮ่องกงและไต้หวันด้วย

จากการวิจัยตลาดพบว่ามีความต้องการเจลสมุนไพรของแบรนด์อย่างมากในกลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และยุโรป เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดเหล่านี้มองหาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ

นายนำชัย เลิศเวชกุล หรือคุณชัย ผู้ก่อตั้งบางกอกบาล์ม กล่าวว่า “เราอยากให้พลังแห่งการเยียวยาจากธรรมชาติ ของสมุนไพรไทยไปถึงมือผู้คนทั่วโลก ยาหม่องทั่วไปนั้นใช้ดี แต่ผู้บริโภคสมัยใหม่จำนวนมากไม่ชอบความเหนียวเหนอะหนะ เจลสูตรเฉพาะของเราจึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ การได้รับมาตรฐาน ASEAN GMP จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและร้านค้าต่างประเทศในการนำสินค้าเราไปวางจำหน่าย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเราตามแนวทาง ‘Think Wellness, Think Thai Herb’ ของภาครัฐครับ”

ทำความรู้จักกับเจลเสลดพังพอนออร์แกนิค และเจลไพลสูตรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เจลเสลดพังพอนออร์แกนิค (Organic Clinacanthus nutans Herb Gel)

มีส่วนประกอบหลักของ “เสลดพังพอนตัวเมีย” (Clinacanthus nutans) เพื่อใช้บรรเทาอาการแมลงกัดต่อย ผดผื่นคัน และอาการแพ้ทางผิวหนัง โดยเลือกใช้เฉพาะใบสดเท่านั้นมาผ่านกระบวนการสกัดเพื่อให้คงประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้สารสกัดสมุนไพรที่เข้มข้นกว่าใช้ทั้งใบและก้านผสมกัน และที่สำคัญคือ ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์และพาราเบน บางกอกบาล์มเริ่มวางจำหน่ายเจลเสลดพังพอนออร์แกนิคครั้งแรกในปี 2554

เจลไพลสูตรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Plai – Zingiber montanum Muscle Gel)

มีส่วนผสมหลักจาก “ไพล” (Plai – Zingiber montanum) สมุนไพรคู่บ้านคู่เมืองของไทย โดยใช้กระบวนการสกัดเย็นเพื่อปกป้องสารสำคัญในสมุนไพรไม่ให้ถูกทำลายระหว่างการผลิต จึงอัดแน่นด้วยสารเทอร์พีนีน-4-ออล (terpinen-4-ol) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา Cassumunarin A, B, C สารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ รวมทั้งสาร (E)-1-(3,4-dimethoxyphenyl) butadiene (DMPBD) ที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย จึง ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ข้อตึง และอาการบวม บางกอก บาล์มเปิดตัวเจลไพลสูตรผ่อนคลายกล้ามเนื้อสู่ตลาดครั้งแรกในปี 2557

เรื่องราวของบางกอกบาล์ม (Bangkok Balm)

คุณนำชัย เลิศเวชกุล เริ่มต้นก่อตั้งบางกอกบาล์ม ขึ้นในปี 2554 หลังจากได้เรียนรู้เรื่องการรักษาแบบดั้งเดิมจากคุณพ่อผู้มีความเชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีน รวมทั้งได้เข้าศึกษาต่อจนคว้าปริญญาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งความรู้ที่เขาได้รับนี่เองที่กลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของบางกอกบาล์ม

จุดเริ่มต้นที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อลูกของเขาเป็นผื่นคันตามผิวหนัง คุณชัยพบว่ายาหม่องสูตรน้ำมันแบบดั้งเดิมนั้นเหนียวเหนอะหนะเกินไปสำหรับผิวเด็ก เขาจึงทุ่มเทเวลาถึง 6 เดือนในการพัฒนาเจลสูตรเฉพาะที่ให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมไม่ต่างกัน แต่ให้ความรู้สึกสะอาดและเบาสบายผิว โดยคุณชัยได้ปรุงเจลชุดแรกขึ้นที่บ้าน โดยใช้ตาชั่งยาจีนของคุณพ่อมาตวงสมุนไพร และใช้เครื่องตีแป้งของคุณแม่ในการผสมส่วนผสมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

หลังจากทดลองใช้เจลด้วยตัวเองและคนในครอบครัวแล้ว คุณชัยยังได้ส่งต่อให้ผู้ใช้ทดลองอีกกว่า 500 ท่าน เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ก่อนที่จะดำเนินการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างเป็นทางการ

มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์บางกอกบาล์ม

4 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยการันตีคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์บางกอกบาล์ม มีดังนี้:

• ทั้งเจลเสลดพังพอนออร์แกนิค และเจลไพลสูตรผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ของบางกอกบาล์ม ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
• บางกอกบาล์ม คัดสรรส่วนผสมสมุนไพรจากฟาร์มออร์แกนิคในภาคเหนือของประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) เท่านั้น
• บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เซ็นทรัลแล็บไทย (Central Lab) ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบของรัฐ ทำการตรวจสอบความบริสุทธิ์และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
• ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผลิตโดยโกลเด้น ลีฟ ผู้ผลิตที่ได้รับความเชื่อถือในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการผลิตด้วยวิธีคงความสดใหม่ของสมุนไพรในระดับอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตในระดับสากล

“นวัตกรรมและความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของธุรกิจเรา” คุณชัยกล่าวเสริม “เรานำเสนอทางเลือกจากธรรมชาติที่ปราศจากสเตียรอยด์เพื่อให้ทุกครอบครัวไว้วางใจได้ เราตั้งตารอที่จะได้รับมาตรฐาน ASEAN GMP เพื่อนำเจลเสลดพังพอนออร์แกนิคและเจลไพลไปสู่ครอบครัวต่าง ๆ ในอาเซียน ภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และยุโรป นอกจากนี้ บางกอกบาล์ม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนภาครัฐในการผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็น Soft Power    ที่ทรงคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ”