ปัญหาของคนฉลาด
บางครั้งไม่ใช่คิดไม่เก่งไม่พอ
แต่คือหยุดคิดไม่ได้
ในขณะที่บางคนนอนหลับได้อย่างสงบ
สมองของบางคนยังคงทำงานต่อไป
ในขณะที่คนอื่นกำลังมีความสุขอยู่กับชีวิตปัจจุบัน
สมองกลับกำลังคิดไปข้างหน้าอีกหลายก้าว
สังคมมักเชื่อว่า
ยิ่งฉลาด ชีวิตยิ่งได้เปรียบ
คนฉลาดน่าจะตัดสินใจได้ดีกว่า
และเมื่อการตัดสินใจดีขึ้น
ชีวิตก็น่าจะดีขึ้นตามไปด้วย
แต่ในโลกความจริง
เรื่องนี้อาจไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น
ความฉลาดไม่ได้มีเพียงข้อได้เปรียบ
มันมี “ต้นทุน” ของมันเอง
คนที่คิดลึก
มักมองเห็นปัญหาที่คนอื่นยังไม่ทันมองเห็น
และหลายครั้ง
สิ่งที่ดูเรียบง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่
กลับดูซับซ้อนและน่ากังวลมากขึ้นทันที
แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ
ความฉลาด
ไม่ได้แปลว่าจะนำไปสู่อำนาจเสมอไป
ในองค์กร ในธุรกิจ หรือแม้แต่ในประวัติศาสตร์
คนที่มีอำนาจมากที่สุดในห้อง
ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ฉลาดที่สุดเสมอไป
เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะ
การจะขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของระบบใดระบบหนึ่ง
คุณต้องต้องการมันอย่างมาก
ต้องแข่งขัน
ต้องแย่งชิง
และต้องยอมเล่นเกมของระบบนั้น
แต่สำหรับบางคน
เมื่อมองเห็นโลกอย่างชัดเจนพอ
ความอยากได้อำนาจ
กลับค่อย ๆ ลดลง
ไม่ใช่เพราะไม่สามารถไปถึงมันได้
แต่เพราะเริ่มตั้งคำถามว่า
สิ่งที่คนจำนวนมากไล่ตามกันทั้งชีวิตนั้น
คุ้มค่าที่จะไล่ตามจริงหรือไม่
นี่อาจเป็นความย้อนแย้งของความฉลาด
ยิ่งเข้าใจโลกมากขึ้น
กลับยิ่งห่างออกจากสิ่งที่โลกให้คุณค่า
ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ
สถานะ
หรือความสำเร็จในแบบที่สังคมกำหนดไว้
คำถามจึงเกิดขึ้น
ถ้าความฉลาดไม่ได้รับประกันทั้งอำนาจหรือความสำเร็จ
แต่ทำให้ชีวิตหนักขึ้น มีภาระทางความคิดมากขึ้น
มันเป็นของขวัญ
หรือเป็นคำสาป
ถ้างั้นความฉลาด
มีไว้เพื่ออะไรกันแน่ ?
บางที
ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาด
กับความสุข ความสำเร็จ
อาจซับซ้อนกว่าที่สังคมเคยสอนเอาไว้มากนัก
แล้วคุณล่ะคิดว่า
ความฉลาดเป็นข้อได้เปรียบเสมอไปจริงหรือไม่?


