อาดิดาส เปิดตัว ADIZERO DROPSET ELITE รองเท้าไฮบริดฟิตเนสรุ่นแรกที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีสำหรับการแข่งขันวิ่งและเทรนนิ่งระดับอิลิท

• Adizero Dropset Elite ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการแข่งขันไฮบริดฟิตเนสโดยเฉพาะ จากการผสมผสานสองนวัตกรรมรองเท้าชั้นนำของอาดิดาส ได้แก่ Adizero และ Dropset ทำให้รองเท้าคู่นี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งการใช้ความเร็วและการให้ความมั่นคง
• รองเท้าคู่นี้ผ่านการคิดค้นและพัฒนาร่วมกับนักกีฬาระดับแนวหน้า โดยมีการเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการพร้อมกับ Tim Wenisch ผู้ชนะการแข่งขัน HYROX Elite 15 Male Singles ที่เมืองเมลเบิร์น เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา
• นักกีฬาไฮบริดฟิตเนสระดับอิลิทจะเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลนี้ พร้อมกับรองเท้า Adizero Dropset Elite ซึ่งจะวางจำหน่ายในบางประเทศตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

อาดิดาส เปิดตัว Adizero Dropset Elite รองเท้าสำหรับการแข่งขันออกกำลังกายแบบไฮบริดฟิตเนสเป็นคู่แรก    ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีแห่ง Adizero ที่สร้างขึ้นมาเพื่อความเร็ว และ Dropset ซึ่งถูกพัฒนาเพื่อการออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรง (Strength Training) จึงทำให้รองเท้าคู่นี้ช่วยเพิ่มความเร็วและเสริมความมั่นคงในการเคลื่อนที่ และทำให้นักกีฬาสามารถแสดงศักยภาพสูงสุดในการออกกำลังกายแต่ละฐานและการเคลื่อนที่ในระหว่างฐานต่าง ๆ

Aimee Arana Global SVP & GM, adidas Sportswear & Training กล่าวว่า “การแข่งขัน Hybrid Fitness กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมานักกีฬาต้องเลือกระหว่างรองเท้าวิ่งที่ช่วยรองรับแรงกระแทกและคืนพลังงานให้ กับรองเท้าเทรนนิ่งที่เพิ่มความมั่นคงและการซัพพอร์ต ซึ่งในตอนนี้ อาดิดาส ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย จากการนำเอาเทคโนโลยีจากตระกูล Adizero ซึ่งได้รับการยอมรับในคุณสมบัติด้านความเร็วและมีส่วนช่วยให้นักกีฬาคว้าชัยชนะมากกว่า 200 รายการ รวมถึงช่วยสร้างสถิติโลกไปแล้วถึง 29 ครั้ง มาผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมระดับแนวหน้าจากตระกูล Dropset ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการแข่งขันออกกำลังกายแบบ Cross Function ในระดับโลก จึงเป็นรองเท้าที่นักกีฬาชั้นนำจากหลายๆ วงการเลือกใช้ในการเทรนนิ่งของตัวเอง ดังนั้น การรวมกันของสองเทคโนโลยีระดับสูง จึงก่อให้เกิดรองเท้าที่ช่วยมอบทั้งความเร็วและพลังไว้ใน  คู่เดียว”

สำหรับ Adizero Dropset Elite มีจุดเริ่มต้นจากการวิจัยและพัฒนาที่ห้องทดสอบนวัตกรรมระดับสูงสุดของอาดิดาส ณ เมืองเฮอร์โซเกเนารัค ประเทศเยอรมนี โดยมีหัวใจสำคัญของการพัฒนาก็คือ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของนักกีฬาระดับแนวหน้าของวงการ นำโดย Tim Wenisch แชมป์โลก HYROX World Championship 2 สมัย รวมถึงนักกีฬาอิลิทอย่าง Graham Halliday, Ella Wilkinson, Fabian Eisenlauer, Jana Lebenstedt และ Jennifer Muir ที่มาร่วมให้ข้อมูลการแข่งขันเชิงลึก ซึ่งถูกนำมาปรับใช้กับการออกแบบในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็น การยึดเกาะบนพื้นพรม การใช้ความเร็วสูงสุด และความมั่นคงที่จำเป็นต่อการเคลื่อนไหวในหลายๆ รูปแบบ เช่น Wall Ball

เทคโนโลยีที่โดดเด่นของ Adizero Dropset Elite มีดังนี้
• Lightstrike Pro: หัวใจหลักของรองเท้าคู่นี้ก็คือ เทคโนโลยีแบบเดียวกับที่ใช้ในรองเท้าวิ่งสำหรับทำความเร็วในตระกูล Adizero โดยมีการใช้โฟมที่มีน้ำหนักเบาพิเศษ ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อการคืนพลังงานสูงสุด ตอบโจทย์นักกีฬาที่ต้องการยกระดับความเร็วไปอีกขั้น
• Energy Rim: ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันแบบไฮบริดโดยเฉพาะ โดยตัวขอบจะวางอยู่รอบนอกของรองเท้าเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนที่ของเท้า และเพิ่มความมั่นคงบริเวณส้นเท้าและเท้าส่วนหลัง ซึ่งมีความสำคัญมากในฐาน Wall Balls
• Continental™ Rubber: พื้นยางชั้นนอกที่ยึดเกาะได้ดีเยี่ยม ออกแบบมาเพื่อการแข่งแบบไฮบริดโดยใช้เลเยอร์ยางบาง ๆ ลายเพชร (Diamond-pattern) วางในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ยึดเกาะได้อย่างมั่นใจและเปลี่ยนจังหวะการเคลื่อนที่ได้ดั่งใจในทุกพื้นผิวและพื้นพรม ช่วยให้นักกีฬาทรงตัวได้มั่นคงขณะออกกำลังกายในฐานไถและดึงรถเลื่อน (Sled push & pulls)
• Engineered Geometry: รูปทรงของรองเท้าที่มีระยะดรอปสูง 12 มม. สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยปรับสรีระร่างกายให้เหมาะสมตามหลักชีวกลศาสตร์ ช่วยให้นักกีฬาเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในฐาน Wall Balls และ Sandbag Lunges
• Footadapt Sockliner: เทคโนโลยีจากรองเท้าเทรนนิ่ง Dropset 4 ที่ช่วยเพิ่มการรับรู้ตำแหน่งเท้า เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในฐานต่างๆ และในขณะวิ่งเปลี่ยนฐาน

รองเท้า Adizero Dropset Elite ได้สร้างผลงานในการแข่งขันให้เป็นที่ยอมรับแล้ว จากการที่ Tim Wenisch สวมใส่รองเท้าคู่นี้ในการแข่งขันและคว้าชัยชนะในรายการ HYROX Elite 15 Male Singles ณ เมืองเมลเบิร์น เมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงนักกีฬาไฮบริดฟิตเนสระดับอิลิทอีกจำนวนมากที่กำลังจะเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดย Tim Wenisch ได้กล่าวถึงรองเท้าคู่นี้ไว้ว่า “ตอนที่ผมใส่รองเท้า adidas Adizero Dropset Elite ผมรู้สึกถึงความเร็ว ความมั่นคง และการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ รองเท้าคู่นี้ช่วยยึดเกาะกับพื้นได้ดีมาก ผมรู้สึกได้รับการซัพพอร์ตตลอดทำการแข่งขัน รองเท้าคู่นี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผมในยามลงแข่งขัน ผมจึงมีความมุ่งมั่นมากกว่าการแข่งขันครั้งไหนๆ ในการป้องกันแชมป์และก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกติดต่อกันที่สตอกโฮล์ม ในช่วงปลายปีนี้”

รองเท้า Adizero Dropset Elite วางจำหน่ายในบางประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ติดตามกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยได้ที่เฟซบุค www.facebook.com/adidasTH อินสตาแกรม @adidasthailand และ ติ๊กต็อก @adidasperformance_th