ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จัดแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ต้อนรับฤดูกาลมะม่วงไทย พร้อมหนุนเกษตรกรไทย สอดรับนโยบายภาครัฐภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits” ซึ่งขับเคลื่อนโดยกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบริหารจัดการผลไม้ไทยอย่างครบวงจรตั้งแต่การผลิต การตลาด ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มอันเป็นการส่งเสริมการบริโภคในประเทศและยกระดับศักยภาพสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน โดยท็อปส์ได้คัดสรร มะม่วง GI คุณภาพ 5 สายพันธุ์ ชูจุดแข็งอัตลักษณ์พื้นถิ่นจากแหล่งผลิตสำคัญ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และพิษณุโลก มานำเสนอผ่านกลยุทธ์สินค้า Own Brand ภายใต้แบรนด์ “GI My Choice” เพื่อยกระดับผลไม้ไทยสู่สินค้าเกษตรพรีเมียม พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์รสชาติที่โดดเด่นตามแหล่งปลูกอย่างชัดเจน ตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ในฐานะ “GI Destination” รีเทลที่รวมสินค้า GI มากที่สุดในประเทศไทย พร้อมวางแผนโปรโมทสินค้ามะม่วงต่อเนื่องตลอดปี ผลักดันยอดจำหน่ายจำนวนมะม่วงปี 2569 เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า พบกับเทศกาลมะม่วง GI ในซีซันที่อร่อยที่สุดตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ที่ ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ เดลี่ และท็อปส์ ออนไลน์
นายพิริยะ กมลเดชเดชา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ผลผลิตมะม่วงมีคุณภาพดี และออกสู่ตลาดในปริมาณมาก การเร่งสร้างช่องทางการจำหน่าย และการกระจายผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพยุงราคา และสร้างรายได้ให้เกษตรกรที่สอดคล้องกับศักยภาพของมะม่วงในฐานะผลไม้เศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้า GI ที่มีบทบาทในการยกระดับสู่ตลาดมูลค่าสูง โดยข้อมูลจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยว่า มะม่วงเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งในตลาดในประเทศและการส่งออก โดยเฉพาะมะม่วงกลุ่ม GI ของไทยที่ในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 1,044 ล้านบาท สะท้อนให้ถึงศักยภาพของมะม่วงไทยในฐานะสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของประเทศ ทั้งนี้ในปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มมะม่วงรวม 13 รายการจาก 9 จังหวัด อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น มะม่วงเขียวเสวย มะม่วงแรด มะม่วงขายตึก แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา
พร้อมกันนี้ท็อปส์ได้ร่วมพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นประเภทสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ร่วมกับเกษตรกรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า ควบคู่กับการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ในปีนี้ ท็อปส์ได้คัดเลือกมะม่วง GI คุณภาพ 5 สายพันธุ์ ที่ผ่านกระบวนการคัดสรรอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านมาตรฐานการขึ้นทะเบียน GI และเกณฑ์คุณภาพของสินค้า Own Brand ภายใต้แบรนด์ “GI My Choice” ซึ่งมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ จึงได้จัดแคมเปญ “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อตอบรับช่วงฤดูกาลผลผลิต โดยเตรียมสินค้ามะม่วง GI ไว้จำหน่ายกว่า 30,000 กิโลกรัม จากแหล่งผลิตหลักในจังหวัดฉะเชิงเทราและพิษณุโลก
ในขณะเดียวกัน ท็อปส์ยังมีการจำหน่ายมะม่วงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ครอบคลุมกว่า 17 สายพันธุ์ โดยในปี 2568 มียอดปริมาณจำหน่ายรวมกว่า 700 ตัน สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคโดยมีนัยยะสำคัญต่อมะม่วงคุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์ยอดนิยม เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงขายตึก และมะม่วงเขียวเสวย สำหรับปี 2569 ท็อปส์คาดการณ์การตอบรับการบริโภคมะม่วงที่ขยายตัวต่อเนื่อง เตรียมเดินหน้ารับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรเพิ่มเติม พร้อมตั้งเป้าจำหน่ายมะม่วงในปริมาณเพิ่มเติมขึ้น 20% ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการตลาดและยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
นายพิริยะ กล่าวว่า ในช่วงไฮซีซันของมะม่วง ท็อปส์ได้คัดเลือกมะม่วง GI 5 สายพันธุ์ ภายใต้แบรนด์ “GI My Choice” จากจังหวัด ฉะเชิงเทรา และพิษณุโลก ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์และความโดดเด่นของแหล่งปลูกในแต่ละพื้นที่ มานำเสนอแก่ผู้บริโภค เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน และตอกย้ำบทบาทของท็อปส์ในฐานะ GI Destination
1. มะม่วงน้ำดอกไม้พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก – รสหวานละมุน กลิ่นหอมโดดเด่น เนื้อเนียนละเอียด ผลทรงสวยสีเหลืองนวล เป็นมะม่วงพรีเมียมจากภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ
2. มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา – รสชาติหวานหอม เนื้อเนียนละเอียด และเปลือกสีเหลืองทองสวยงาม ด้วยเอกลักษณ์จากพื้นที่อำเภอบางคล้าที่มีระบบนิเวศแบบ “เมืองสามน้ำ”ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ส่งผลให้มะม่วงมีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว พร้อมการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงได้รับการยกระดับเป็นผลไม้ GI ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
3. มะม่วงขายตึกแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา – รสชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เนื้อกรอบแน่น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับรับประทานแบบผลดิบ จุดเด่นคือผลขนาดใหญ่ทรงคล้ายหัวใจ เนื้อสีเหลืองเมื่อยังดิบ และอุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหาร
4. มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา – รสชาติหวานมันเข้มข้น เนื้อละเอียดกรอบ เป็นมะม่วง GI ที่มีต้นกำเนิดจากยอดพันธุ์นครชัยศรี และเติบโตในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีดินอุดมสมบูรณ์และระบบน้ำเหมาะสม ส่งผลให้ผลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งทรงรียาว ขนาดใหญ่ และเมล็ดลีบแบน
5. มะม่วงแรดแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา – รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อแน่น มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก โดยนิยมทานแบบผลดิบ อุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหารสูง และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและมีการปลูกแพร่หลายในหลายพื้นที่
นอกจากการผลักดันมะม่วง ท็อปส์ยังเดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำสินค้า GI จากแหล่งผลิตทั่วประเทศ มาจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้าน ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ ควบคู่กับการขยายช่องทางสู่ ‘จริงใจ Farmers’ Market’ รวมกว่า 726 สาขา รวมถึงช่องทางท็อปส์ ออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพได้ในทุกพื้นที่ พร้อมสร้างการรับรู้ถึงคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยในวงกว้าง แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหนึ่งในกลยุทธ์ “12 Missions to Sustainable Retail” ภายใต้แนวคิด “Small Acts Together” ในด้าน Responsible Sourcing ที่มุ่งคัดสรรสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบ สนับสนุนสินค้าเกษตรจากชุมชน และสร้างช่องทางการตลาดที่เป็นธรรม
พร้อมกันนี้ ภายในงาน “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ยังเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและชุมชนผู้ผลิตได้นำผลผลิตคุณภาพมาจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทั้งในรูปแบบมะม่วงสดพร้อมรับประทาน และมะม่วงบรรจุในชะลอมที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพิ่มความโดดเด่นและความสะดวกในการเลือกซื้อเพื่อมอบเป็นของฝาก ขณะเดียวกันยังมีไฮไลต์จาก THE BAKER ที่นำ “มะม่วง GI” มาต่อยอดเป็นเมนูเบเกอรี่หลากหลาย อาทิ Mango Coconut Puff, Mango Cream Bun, Mango Danish Cup และ Mango Tart เพื่อสร้างประสบการณ์รสชาติใหม่ให้กับผู้บริโภค ควบคู่กับการยกระดับมูลค่าผลผลิต และขยายโอกาสการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบทางการเกษตรไทยให้หลากหลายยิ่งขึ้น
“กลุ่มสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะสินค้า GI ยังคงมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยช่องทางโมเดิร์นเทรดมีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย ผ่านการคัดสรรคุณภาพ การควบคุมมาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ การจัดงาน “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการต้อนรับฤดูกาลผลไม้ไทย แต่ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาอีโคซิสเต็มสินค้าเกษตรที่มุ่งสร้างโอกาสทางการตลาดอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกรเติบโตไปพร้อมกัน” นายพิริยะ กล่าวสรุป
ร่วมสัมผัสความอร่อยของมะม่วงคุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศไทย ในงาน “Discover Thai Fruits 2026 – มะม่วง GI” ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ เดลี่ และท็อปส์ ออนไลน์ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.TOPS.co.th, เฟซบุ๊ก TOPSThailand และแอปพลิเคชันไลน์ @TOPSThailand
#TOPS #EveryDayDISCOVERY #DiscoverThaiFruits2026
#มะม่วงGI #12MissionstoSustainableRetail #SmallActsTogether



