BEARHOUSE แบรนด์เครื่องดื่มชานมไข่มุกโมจิเจ้าแรกในไทย ก้าวสู่ปีที่ 7 อย่างแข็งแกร่ง ประกาศอัปเลเวลธุรกิจ ท่ามกลางตลาดชานมไข่มุก 30,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ 4C’s : Cute -Connect – Curated – Consistent พร้อมชูระบบ PATCH 3.4 ยกระดับประสบการณ์ความสุขทุกโมเมนต์ ภายใต้ Year Theme “บ้านหมี today’s moment” รับอินไซต์ผู้บริโภควัยทำงานที่มองหาเครื่องดื่มเติมพลังระหว่างวัน หรือเป็น “Reward drink” โดยเฉพาะกลุ่ม Senior Jobber ที่มีแนวโน้มเติบโต 10-15% พร้อมเดินหน้าขยายครบ 100 สาขา ภายในสิ้นปี 2569
โดย นางสาวปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช (ซาร์ต) ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มชานมไม่เคยหมดสีสัน ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน BEARHOUSE ยังคงยืนหยัดรักษาคุณภาพระดับพรีเมียม ควบคู่ไปกับการพัฒนาตัวเองให้เป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องดื่ม ด้วยการสร้างแนวคิดระบบ Patch Update ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเกมที่คอยอัปเดตเวอร์ชั่น เพื่อเพิ่มประสบการณ์ผู้เล่นให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 7 เราอัปเลเวลไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว PATCH 3.4 ACTIVATED: “MOMENT UNLOCK” มาปลดล็อคอัปพลังความสุขผ่าน Year Theme 2026 : “บ้านหมี today’s moment” ภายใต้แนวคิด “ให้ทุกช่วงเวลาพัก มี BEARHOUSE อยู่ข้างๆ”
“โดยมีไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ ตัวละครน้องใหม่ “GACHA BEAR” เซตหมีกาชา ประเดิมเปิดแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ด้วย IP หมีไข่มุกโมจิเป็นครั้งแรก และเตรียมไอเดียคอลเลปกับ IP ต่างๆ อีกมากมาย ต่อด้วยการเผยโฉมแก้วโฮโลแกรมดีไซน์ใหม่ในกลุ่ม Floral Milk Tea มาพร้อมเมนูปั่นสุดละมุน Must Try อย่างชานมมะลิปั่น, ชานมอัสสัมปั่น และชาไทยคาราเมลไลซ์ปั่น เพิ่มกิมมิกด้วยท็อปปิ้งข้าวโอ๊ตป๊อปสำหรับเมนูปั่นโดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านี้ BEARHOUSE ยังมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วย Engine Mode เพิ่มความเร็วในการชง 15.25% ต่อแก้ว เพิ่ม DIY Soft Yogurt Series ให้ลูกค้าสามารถ Custom Topping เองได้อย่างอิสระ ปิดท้ายด้วย “SUPER BEAR” ยกระดับโมเดลบัตรสมาชิกรูปแบบใหม่ เชื่อมความสุขระยะยาวผ่านสิทธิพิเศษและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้เหล่าแฟนคลับได้เต็มอิ่มกับความสุขแบบสุดคุ้มก่อนใครตลอดทั้งปี”
ในขณะที่ตลาดเครื่องดื่มชานมในประเทศไทยมูลค่า 20,000 – 30,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกลุ่ม Mass: 50–60%, Middle: 25–35% และ Premium: 10–15% ตามลำดับ อีกทั้งยังมีการแข่งขันที่สูง ทั้งจากเจ้าเดิมและผู้เล่นรายใหม่แสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2569 นี้ คาดว่าภาพรวมจะเติบโตเฉลี่ย 8-12 % YoY ซึ่งกลุ่ม Premium มีอัตราการเติบโตสูงสุด 12–15% ด้วยเหตุผลสำคัญคือผู้บริโภคยอมจ่ายเงิน เพื่อสัมผัส “ประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ได้คุณค่า”
อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลของบริษัทฯ พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมเครื่องดื่มชานม มีแนวโน้มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Senior Jobber (วัยทำงานระดับสูง) ปรับเพิ่มขึ้น 10-15% เพราะต้องการ “Reward drink” ให้ตัวเองระหว่างวัน รวมถึงมองแบรนด์ดิ้งเครื่องดื่มชานมเป็น Affordable luxury และเป็นตัวเลือกเครื่องดื่มระหว่างการประชุม (Meeting drink) ขณะที่กลุ่ม Gen Z และ Millennials ยังคงนิยมเครื่องดื่มชานมที่สามารถปรับแต่งเมนูได้ตามใจ ไม่ว่าจะเป็น ระดับความหวาน การเลือกท็อปปิ้งที่ชอบ (Customization) โดยมีแรงจูงใจสำคัญจาก Social Media และมองชานมเป็นเครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ที่ช่วยผ่อนคลายจากการเรียน เป็นรางวัล (Self-reward) ให้ตัวเอง ตลอดจนชื่นชอบประสบการณ์การดื่มพร้อมกับการเคี้ยวไข่มุก สำหรับความถี่ในการดื่ม ผู้บริโภคนิยมดื่ม 3-5 วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ยวันละ 2 แก้วในช่วงเช้าและบ่าย โดยเน้นเป็นวันทำงานหรือเรียน มากกว่าวันหยุด
ด้าน นายอรรถกร รัตนารมย์ (กานต์) ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท 21 ซันแพสชั่น จำกัด บอกว่า “เป็นโอกาสดีที่ BEARHOUSE จะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพตัวเอง เพื่อรักษาฐานแฟนคลับและดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ด้วยกลยุทธ์ 4C’s เริ่มจาก “Cute” : สร้างเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ผ่านเมนูใหม่และสินค้า Merchandise ที่ช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดา ให้กลายเป็นโมเมนต์ที่สนุกและน่าจดจำมากขึ้น, “Connect” : เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ด้วยประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตน ทั้งความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และการเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาพักในแต่ละวันได้อย่างลงตัว, “Curated” : Curator คัดสรรวัตถุดิบ เมนู และประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างตั้งใจ รวมถึงการ Collaboration ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายจริง,“Consistent” : สร้าง Standard รักษามาตรฐานคุณภาพและความน่าเชื่อถืออย่างสม่ำเสมอ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าในทุกวันอย่างต่อเนื่อง”
ทั้งนี้ นายอรรถกร รัตนารมย์ ยังกล่าวต่อไปว่า “ปี 2569 นี้ BEARHOUSE เดินหน้าสื่อสารภายใต้ Year Theme “today’s moment” ให้ทุกช่วงเวลาพัก มี BEARHOUSE อยู่ข้างๆ แนวคิดดังกล่าว ตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่จะ “อยู่ในทุกช่วงเวลาที่คุณต้องการพัก เติมความสุขเล็กๆ ในทุกโมเมนต์ธรรมดาให้พิเศษขึ้น” เป็นพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถแวะมาหยุดพัก สร้างโมเมนต์ดี ๆ ให้กับตัวเองได้ทุกวัน BEARHOUSE ไม่ได้มองเพียงแค่การเติบโตของจำนวนสาขา แต่ยังมุ่งเน้นการสร้าง Brand Experience ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ผ่านแคมเปญที่สนุก เข้าถึงง่าย และสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้บริโภค”
ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา BEARHOUSE ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ในทุกแก้ว และทุกช่วงเวลาของลูกค้า พร้อมก้าวสู่หมุดหมายสำคัญกับการขยายสาขาครบ 100 แห่งทั่วประเทศ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภคในทุกโมเมนต์อย่างแท้จริง
#BEARHOUSE
#BEARHOUSEThailand



