ส่องเทรนด์ใหม่มาแรง หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง ดูแลง่าย-งานวิจัยชี้บำบัดผู้สูงวัย-เด็กได้จริง

• งานวิจัยยืนยัน “หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง” ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นไฮเทค แต่เป็นเครื่องมือบำบัดแบบไม่ใช้ยาที่มีประสิทธิภาพ มีศักยภาพเหมาะสมใช้ในโรงพยาบาล
• การทดลองพบว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมที่ได้รับหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงมีโอกาสกลับบ้านได้สูงกว่า ระยะเวลานอนโรงพยา บาลสั้นลง ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจคงที่มากขึ้น ลดความเสี่ยงล้มอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ
• การวิจัยในสวีเดนพบหุ่นยนต์แมว Joy for All ช่วยเด็กออทิสติก ในการรักษาทันตกรรมได้ดีขึ้น โดยลดความวิตกกังวลและความไวทางประสาทในเด็กหลายคน ทำให้เด็กนั่งเก้าอี้ทันตกรรมและรับการรักษาได้โดยไม่ต่อต้านอย่างรุนแรง
• ตลาดหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเพื่อนคู่ใจกำลังขยายตัว จากมูลค่า 480 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 มีโอกาสเพิ่มเป็น 1,240 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10.9%

บริษัท สวนใหญ่ เฮ้าส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงบำบัด Joy for All Companion Pets รายแรกในเอเชีย เผยการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้งานหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงในฐานะเพื่อนคู่ใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก พบว่าการใช้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงที่ออกแบบให้เหมือนแมวหรือสุนัขจริง กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากให้ประโยชน์ด้านการลดความเหงาและกระตุ้นอารมณ์เชิงบวก โดยไม่ต้องรับผิดชอบการดูแลที่หนักหน่วงเหมือนสัตว์จริง ทั้งการให้อาหาร การพาไปหาสัตว์แพทย์ หรือการเดินเล่น

***แนวโน้มตลาดสดใส ยอมรับทั่วโลก

รายงานของ Spherical Insights ชี้ว่าตลาดหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเพื่อนคู่ใจ (Pet Companion Robot Market)    มีมูลค่า 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 1,240 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2035 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี10.9% การเติบโตนี้มาจากประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และความต้องการโซลูชันด้านสุขภาพใจที่ไม่ต้องดูแลมาก ซึ่งช่วยลดภาระให้ครอบครัวและสถาบันการแพทย์

สำหรับปี 2025 ผลการวิจัยที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงบำบัดนั้นมีทั้งงานวิจัยสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก ในส่วนผู้สูงวัยนั้น งานวิจัยจำนวนมากยังคงยืนยันประสิทธิภาพของหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงในการช่วยผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม (dementia) และภาวะซึมเศร้า สอดคล้องกับงานวิจัยปีก่อนหน้าที่พบว่าหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงช่วยปรับปรุงพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางจิตวิทยาได้ดี เช่น ลดความก้าวร้าว ความวิตกกังวล และอาการหงุดหงิดในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะกลางถึงปลาย

การทดลองทางคลินิกแบบสุ่มที่โรงพยาบาล Sarasota Memorial รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ปี 2025-2026 (ระยะเวลา 1 ปี) กับผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมระดับเบา-ปานกลาง พบว่า กลุ่มที่ได้รับหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงทั้งรูปแมว  หรือสุนัข ที่ตอบสนองต่อการสัมผัสด้วยเสียงและการเคลื่อนไหว นั้นมีผลลัพธ์ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับอย่างชัดเจน ได้แก่ ความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจคงที่มากขึ้น ลดความเสี่ยงเสี่ยงล้ม ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลสั้นลง และมีโอกาสกลับบ้านได้สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับ โดยหุ่นยนต์ช่วยลดความสับสนและสร้างความสุขระหว่างการรักษาในโรงพยาบาล

***ความสัมพันธ์ดีขึ้น ผู้ดูแลได้พักผ่อน

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่พบว่าหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงช่วยเพิ่มอารมณ์เชิงบวกในผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลจากครอบครัว และยังกระตุ้นการสนทนาระหว่างผู้ป่วยกับผู้ดูแล ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เช่นการศึกษาจาก Old Dominion University และ University of Plymouth ยืนยันว่าหุ่นยนต์ช่วยลดความเหงาและภาวะซึมเศร้า ลดการใช้ยาระงับประสาท และช่วยผู้ดูแลได้พักผ่อน เพราะผู้ป่วย “พอใจ” อยู่กับหุ่นยนต์ได้ด้วยตัวเอง

ข้อดีหลักที่ถูกเน้นซ้ำบ่อยครั้งในหลายงานวิจัย คือการดูแลที่น้อยมากของหุ่น โดยหุ่นยนต์ Joy for All ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ต้องอาบน้ำ ไม่ต้องพาไปหาสัตว์แพทย์ ไม่มีปัญหาแพ้ขนสัตว์ จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียว หรือในบ้านพักคนชรา ซึ่งการเลี้ยงสัตว์จริงอาจเป็นภาระในทางปฏิบัติ

ในส่วนผลการวิจัยสำหรับเด็ก แม้จะมีงานวิจัยน้อยกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ แต่แนวโน้มการใช้งานกำลังขยายไปยังผู้มีอายุน้อย โดยเฉพาะการบำบัดทางพฤติกรรมและการแพทย์

การศึกษาแบบสำรวจเชิงลึกปี 2025 ในเด็กออทิสติกสเปกตรัม (ASD) อายุ 5-10 ปี (10 คน) ที่คลินิกทันตกรรมเฉพาะทางในสวีเดน พบว่าหุ่นยนต์แมว Joy for All ช่วยลดความวิตกกังวลและความไวทางประสาทในเด็ก 6 ใน 10 คน โดยทำหน้าที่เป็น“เพื่อนปลอบโยน” ช่วยให้เด็กฝึกนั่งเก้าอี้ทันตกรรมและรับการรักษาได้ดีขึ้น เช่น ปล่อยให้แพทย์ทำความสะอาดฟันโดยไม่ต่อต้าน โดยเด็กบางคนใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องมือผ่อนคลายหรือรางวัล อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์การใช้งานหุ่นยนต์นั้นขึ้นกับบุคคล เด็กบางรายอาจถูกหุ่นยนต์เบี่ยงเบนความสนใจจากขั้นตอนการรักษา แต่การสำรวจพบว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ในกลุ่มตัวอย่างต้องการให้ใช้ต่อเนื่อง เพราะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกและฝึกทักษะที่บ้านได้ด้วย โดยหุ่นยนต์ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางสังคมโดยไม่ต้องรับผิดชอบการเลี้ยงดู

***ตลาดไทยตอบรับดี

นายก้องเกียรติ สกุลจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนใหญ่ เฮ้าส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่าย Joy for All ในประเทศ ไทย เปิดเผยว่าแม้หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงเพื่อการดูแลอารมณ์จะยังถือเป็นแนวคิดใหม่ในประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเนอร์สซิ่งโฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และบุคลากรทางการแพทย์ ที่เริ่มนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น

“สิ่งที่เราเห็นชัดคือ เมื่อผู้ใช้งานได้สัมผัสจริง จะเข้าใจทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นตัวช่วยด้านอารมณ์ที่สามารถสร้างความผ่อนคลายและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้จริง ทำให้หลายองค์กรเริ่มเปิดรับและนำไปใช้ในเชิงระบบมากขึ้น”

นอกจากนี้ ยังพบศักยภาพในการขยายไปสู่กลุ่มเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นระยะเวลานาน เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมักเผชิญกับความเครียดและความเหงา โดยหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงสามารถช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและเป็นเพื่อนในช่วงเวลาที่ท้าทายได้

ที่สุดแล้ว งานวิจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง Joy for All สามารถเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในประเทศไทยได้