เคทีซีได้รับคัดเลือกเข้าสู่ทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมสถานะบริษัทไทยเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินแบบครบวงจรและตลาดทุน (Diversified Financial Services and Capital Markets) อีกทั้งยังมีคะแนนอยู่ในกลุ่ม 15% อันดับสูงสุดของอุตสาหกรรม จากบริษัทที่เข้าร่วมการประเมินทั่วโลกจำนวน 848 บริษัท สะท้อนศักยภาพด้านความยั่งยืนขององค์กร
นางรจนา อุษยาพร ผู้บริหารสูงสุด สายงานการเงิน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การที่เคทีซีได้รับคัดเลือกให้อยู่ในทำเนียบ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างรับผิดชอบ เป็นธรรมและโปร่งใส ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เราดำเนินงานสอดคล้องกับกรอบการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ภายใต้คำมั่น “Better Products & Services, Better Quality of Life, Better Climate” และยุทธศาสตร์ความยั่งยืน 5 ด้าน ได้แก่ ความเป็นเลิศด้านธรรมาภิบาล การสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างรับผิดชอบและทั่วถึง การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน การเติบโตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเสริมสร้างคุณค่าให้ทุกภาคส่วน และสนับสนุนการพัฒนาภาคการเงินไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”
ในปีนี้มีบริษัทมากกว่า 9,200 แห่ง จาก 59 อุตสาหกรรม ทั่วโลกเข้าร่วมการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) โดย S&P Global เปิดเผยรายชื่อและข้อมูลขององค์กรที่มีผลการดำเนินงานในด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน การประเมิน CSA ยังมีบทบาทในการสนับสนุนให้องค์กรพัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนการดำเนินงานที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้งยังช่วยสะท้อนถึงระดับความพร้อมขององค์กรในการปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการบริหารจัดการในระยะยาว และการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจไทยในอุตสาหกรรม Diversified Financial Services and Capital Markets
การได้รับการจัดอันดับในทำเนียบความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงการได้รับรางวัล หากแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการบริหารจัดการ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม และความพร้อมสู่อนาคตที่ยั่งยืนขององค์กร

