ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคเปิดรับเทรนด์ใหม่จากต่างประเทศมากขึ้น และมองหาทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งในด้านรูปแบบสินค้า รสชาติ และประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่างจากเดิม พร้อมให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและไลฟ์สไตล์มากขึ้น การพึ่งพาสินค้าขนมขบเคี้ยวในรูปแบบเดิมเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอต่อการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางบริบทดังกล่าว บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จํากัด (เป๊ปซี่โค ประเทศไทย) จึงจัดตั้งหน่วยบุกเบิกนวัตกรรมด้านสินค้าและธุรกิจ ภายใต้ชื่อ “PepSpark” เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรม เปิดโอกาสการเติบโตใหม่ และขยายช่องทางธุรกิจสู่อนาคตอย่างเต็มระบบ
Innovation Engine หรือ ทีมบุกเบิกสินค้าใหม่ ภายใต้ชื่อ “PepSpark” เป็นทีมพัฒนาสินค้าใหม่ที่ทำงานนอกเหนือจากพอร์ตโฟลิโอหลักของบริษัท มุ่งเน้นการสร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่ การนำเสนอโมเดลธุรกิจและช่องทางการขายรูปแบบใหม่ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นางสาวชลกร อภิชาติธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการเติบโตและพัฒนาธุรกิจ กลุ่มธุรกิจอาหารและขนมขบเคี้ยว เป๊ปซี่โค ภูมิภาคอินโดจีน และอินโดนีเซีย กล่าวว่า “เป๊ปซี่โคยังคงมุ่งสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดขนมขบเคี้ยวอย่างต่อเนื่อง การจัดตั้ง PepSpark ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ให้กับธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าประเภทใหม่ การขยายโอกาสการบริโภค ตลอดจนการทดลองโมเดลธุรกิจ และช่องทางการขายในรูปแบบใหม่อีกด้วย”
“PepSpark ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการทดลองแนวคิดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและคล่องตัวในการพัฒนาสินค้า เราให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากตลาดจริง การนำข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคมาพัฒนานวัตกรรม และการสร้างประสบการณ์การบริโภคที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” นางสาวชลกร กล่าวเสริม
สำหรับโครงสร้าง PepSpark จะทำงานในลักษณะหน่วยธุรกิจสไตล์สตาร์ทอัพภายในองค์กร (Internal Startup) โดยมีทีมงานแบบ Cross-functional ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายฝ่าย อาทิ การตลาด การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D), การขาย, การออกแบบ, การเงิน และการพัฒนาธุรกิจ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทดลองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมสนับสนุนกลยุทธ์หลักของเป๊ปซี่โคในหลายมิติ ทั้งการขยายพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่มขนมและอาหารใหม่ นอกเหนือจากมันฝรั่งทอดและขนมขบเคี้ยว, การใช้แนวคิดแบบ Agile และโมเดล Test-and-Learn มาใช้เพื่อเร่งการพัฒนาสินค้าออกสู่ตลาด จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของ ผู้บริโภคและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป
นางสาวชลกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “PepSpark เกิดขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันผู้บริโภคมองหาขนมหรือของทานเล่นที่มีความหลากหลายมากขึ้น ขนมที่เลือกต้องอร่อย แปลกใหม่ และสามารถทานได้ในทุกวัน หรือเป็นขนมที่ ‘ทานแล้วดีต่อใจ’ (Feel Good Favorite) ขณะเดียวกัน เทรนด์ด้านสุขภาพยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสำคัญกับความสมดุลในการบริโภค และมองหาทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองมากขึ้น”
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาภายใต้ PepSpark ที่วางจำหน่ายแล้วในช่วงแรกนี้ สะท้อนแนวคิดการสร้างสรรค์สินค้า ในหมวดหมู่ใหม่ของเป๊ปซี่โค โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในหลากหลายช่องทาง ได้แก่
• “หมึกกี่โมง” ขนมเส้นบุกปรุงรส รับเทรนด์มาแรงจากประเทศจีน ที่มาตีตลาดแบบแหวกแนว เน้นตัวตนความเป็นเส้นบุกที่มีแนวคิดไม่เหมือนใคร ที่มาพร้อมความอร่อย รสหม่าล่าจัดจ้านแต่กลมกล่อมถูกปากคนไทย และเส้นบุกที่เคี้ยวหนุบ หนานุ่ม โดนใจผู้บริโภค
• “ซันไบทส์” เดลี่นัท ถั่วอบนกลุ่ม Better For You ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ที่รวมถั่วและผลไม้อบแห้งไว้ในซองเดียว ไม่เติมเกลือ ไม่เติมวัตถุกันเสีย และไม่เติมวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีสังเคราะห์ เหมาะสำหรับการทานทุกวัน
• “เลย์” เฟรนช์ฟรายส์ มันฝรั่งแท่งทอดกรอบแบบสูญญากาศในรูปแบบถ้วย เป็นการก้าวเข้าสู่สินค้า Segment ใหม่ของ “เลย์” เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกในการทาน ทั้งทานระหว่างวันและการพกพาไปทานนอกบ้าน พร้อมนำเสนอเนื้อสัมผัสที่กรอบแน่นเต็มคำ และประสบการณ์การทานที่แตกต่างจาก “เลย์” ที่เราคุ้นเคยในรูปแบบซอง
นอกเหนือจากการพัฒนาสินค้าในกลุ่มขนมขบเคี้ยวแบบพร้อมทาน PepSpark ยังมุ่งขยายโอกาสทางธุรกิจในช่องทาง Away From Home โดยการร่วมมือกับคู่ค้าทางธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ กลุ่ม Food Service รวมถึงการทำ Brand Partnership กับร้านอาหาร เพื่อสร้างประสบการณ์การบริโภคในรูปแบบใหม่ และต่อยอดการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอีกด้วย




