Rynn ปฏิวัติวงการน้ำดื่ม! เครื่องกรองน้ำแร่เจ้าแรกในไทย เริ่มปูพรมร้านอาหาร โรงแรม ปีหน้าเริ่มเข้าครัวเรือน

  • Rynn (ริน) เครื่องกรองน้ำแร่เจ้าแรกของไทย ใช้ระบบนาโนฟิลเตอร์ ทำให้ยังคงเหลือแร่ธาตุในน้ำได้กว่า 80%
  • ปัจจุบันเน้นธุรกิจ B2B เข้าร้านอาหารไฟน์ ไดนิ่ง โรงแรม กว่า 300 แห่ง ใช้ระบบเช่ารายเดือนเริ่มต้นที่ 8,000-15,000 บาท
  • ปีหน้ามองขยายเข้าในครัวเรือน แต่กำลังดูโมเดลว่าเป็นรูปแบบไหน

รู้หรือไม่ว่าในทุกๆ วัน กรุงเทพมหานครต้องรับภาระขยะจากขวดน้ำดื่มมหาศาลกว่า 10 ล้านขวด ไม่เพียงเท่านั้น กระบวนการขนส่งน้ำบรรจุขวดจากโรงงานที่ส่วนใหญ่อยู่จังหวัดรอบๆ กรุงเทพฯ เข้าสู่ใจกลางเมืองยังสร้างมลพิษจากท่อไอเสียและการขนส่งที่สิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล นี่คือช่องว่างที่ Rynn (ริน) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Water Treatment มองเห็นและตัดสินใจเปลี่ยนเกมการดื่มน้ำของคนไทยด้วยแนวคิด Mineral Preserved Water ปัจจุบันได้ทำตลาดได้ 3 ปีแล้ว

Rynn

ดื่มน้ำประปาให้ได้ “แร่ธาตุ” ความจริงที่ถูกมองข้าม

Rynn ก่อตั้งโดย อนุสร โลหะพันธกิจ และบุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ จัดตั้งบริษัท นาโนว่า จำกัด ภายใต้แนวคิด Don’t Recycle, Refill โดยมุ่งลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เปลี่ยนมาเป็นการผลิตน้ำดื่มแร่ On-site และใช้ขวดแก้วที่สามารถล้างและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วยกัน และคร่ำหวอดอยู่ในวงการ F&B มานานหลายปี

จากการสำรวจในตลาดพบว่าร้านอาหาร หรือโรงแรมเพียงแห่งเดียว สามารถสร้างขยะจากขวดน้ำได้หลายร้อยกิโลกรัมต่อเดือนเลยทีเดียว จากข้อมูลกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2563) ระบุว่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร 1 ขวด มีการปล่อยคาร์บอนประมาณ 80-150 gCO₂e แม้ปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยจะไม่สูง แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณการบริโภคในระดับธุรกิจ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสามารถสะสมจนกลายเป็น Carbon Footprint ในระดับที่ไม่อาจมองข้าม

Rynn

อนุสร บอกว่า “คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าน้ำต้องสะอาดจนไม่มีอะไรเลยถึงจะดี แต่ความจริงร่างกายเราต้องการแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำตามธรรมชาติ ส่วนใหญ่น้ำดื่มในตลาดจะเป็นระบบ RO (Reverse Osmosis) ซึ่งเปรียบเหมือนน้ำกลั่นที่แทบไม่มีแร่ธาตุเหลืออยู่เลย และหากดื่มบ่อยๆ อาจไปเจือจางแร่ธาตุในร่างกายเราได้”

Rynn จึงนำเทคโนโลยี “นาโนฟิลเตอร์” มาใช้เป็นรายแรกๆ ซึ่งสามารถกรองเชื้อโรค และสิ่งสกปรกได้ละเอียดถึง 0.001 ไมครอน แต่ยังคงรักษาแร่ธาตุธรรมชาติ (TDS) ไว้ได้ถึง 80% ทำให้น้ำประปาที่สะอาดอยู่แล้ว กลายเป็นน้ำแร่คุณภาพสูงได้ทันที โดยไม่ต้องเติมแร่ธาตุสังเคราะห์เข้าไป

โดยที่ชื่อ Rynn ก็มาจากคำว่ารินน้ำนั่นเอง ผู้ก่อตั้งทั้งสองบอกว่า อยากได้ชื่อที่เข้าใจง่าย เป็นสากล คำว่า Rynn ก็เหมาะเจาะพอดี

Rynn

น้ำแร่พรีเมียมในราคาขวดละ 5 บาท

จุดแข็งของ Rynn คือการเปลี่ยนภาระต้นทุนน้ำขวดให้เป็น Fix Cost ที่ควบคุมได้ ผ่านระบบเช่ารายเดือน เริ่มต้นตั้งแต่ 8,000 – 15,000 บาท ตามขนาดการใช้งาน ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปริมาณการกรอง 30 ลิตร/ชั่วโมง ราคา 8,000 บาท, 60 ลิตร/ชั่วโมง ราคา 10,000 บาท และ 120 ลิตร/ชั่วโมง ราคา 15,000 บาท โดยมี ไฮไลต์ที่เครื่องขนาดใหญ่สามารถผลิตได้ทั้งน้ำอุณหภูมิห้อง น้ำเย็น และสปาร์คกลิ้งฟองละเอียดในเครื่องเดียว รวมบริการแมนเทนแนนซ์ และเปลี่ยนไส้กรองทุก 6 เดือน

หากร้านอาหารใช้น้ำดื่มวันละ 100 ขวด ต้นทุนจะเหลือเพียงขวดละ 4-5 บาท เท่านั้น ที่สำคัญไม่ต้องบริหารจัดการสต็อคน้ำดื่มเอง ไม่ต้องเสียพื้นที่ในร้านเพื่อวางน้ำดื่ม และไม่มีขยะจากขวดพลาสติก

Rynn

ซึ่งราคาขายปลีกหน้าร้านจะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านเป็นคนกำหนด ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราคา 60-100 บาท หรือบางร้านอาจจะเป็น Free Flow ที่เติมไม่อั้นทั้งคืนก็ได้เช่นกัน ถ้าดูทั่วไปอาจจะราคาสูงกว่าน้ำแร่ขวด ที่ปกติร้านอาหารอาจจะจำนวนที่ขวดละ 30-50 บาท แต่ Rynn เน้นเจาะตลาดพรีเมียม เน้นเข้าร้านอาหารกลุ่มไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งร้านกลุ่มนี้จำหน่ายน้ำแร่เฉลี่ยขวดละ 200-300 บาท การที่จำหน่าย 100 บาทก็ดูราคาเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ Rynn ร่วมกับ โอเชียนกลาส พัฒนาขวดแก้วพิเศษ ไว้สำหรับรีฟิลน้ำ ล้างง่าย ปากกว้าง เข้าเครื่องล้างจานได้ ใช้ปริมาณแก้วน้อยกว่าปกติ โดยจะมีแถมให้ 60 ใบต่อแพ็กเกจ

Don’t Recycle, Refill

ภายใต้วิสัยทัศน์ Zero Transportation, Zero Waste Rynn ไม่เพียงแต่ลดขยะพลาสติก แต่ยังจับมือกับ depa ติดตั้งมิเตอร์วัดการใช้น้ำจริง เพื่อคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจก (CO₂) อย่างเป็นระบบ

ผลลัพธ์ก็คือ การลดขวดพลาสติก 10,000 ขวด สามารถลด CO₂ ได้ถึง 1 ตัน ซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ในการทำรายงาน ESG ประจำปีได้ด้วย

Rynn

จากร้านหรูสู่บ้าน และออฟฟิศ

ปัจจุบัน Rynn ติดตั้งไปแล้วกว่า 300 จุด ครอบคลุมกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นร้านอาหาร 80% และอีก 20% เป็นโรงแรม โรงพยาบาล และเลาจน์ในเครือเซ็นทรัล ปีนี้แบรนด์ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 200 จุด โดยเริ่มรุกเข้าสู่กลุ่มออฟฟิศ โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติที่ชื่นชอบน้ำสปาร์คกลิ้ง และเตรียมบุกตลาดที่อยู่อาศัยในปีหน้า

“เราต้องการผลิตน้ำดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในราคาไม่สูง และทำให้การเข้าถึงน้ำแร่คุณภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้จากที่บ้านหรือที่ทำงาน” อนุสร กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับปีหน้า Rynn อยากบุกตลาดที่อยู่อาศัย หรือ B2C มากขึ้น แต่กำลังดูโมเดล และราคา โดยอาจจะมองที่โมเดลซื้อขาด และให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนไส้กรอง แต่ราคายังไม่มีการสรุปแน่ชัด

Rynn