รู้จัก ‘จอห์น เทอร์นัส’ ผู้ที่จะมากุมบังเหียนอาณาจักร Apple ต่อจาก ‘ทิม คุก’

ถือเป็นข่าวสั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อ Apple เตรียมผลัดใบครั้งใหญ่ โดยได้ John Ternus ขึ้นมาแทนที่ Tim Cook โดย Positioning จะพาไปทำความรู้จักกับ John Ternus ว่าเป็นใคร ทำไมถึงถูกเลือกให้ขึ้นมารับไม้ต่อตำแหน่ง CEO

จริง ๆ แล้ว Apple ได้เริ่มกระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง CEO มาตั้งแต่ช่วงปี 2025 โดยแหล่งข่าวภายในระบุว่า Tim Cook ในวัย 65 ปี เริ่มส่งสัญญาณถึงผู้บริหารระดับสูงว่าเขา รู้สึกเหนื่อย และต้องการลดภาระหน้าที่ลง และหากเขาก้าวลงจากตำแหน่ง โดยเขาจะขึ้นไปดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร (Chairman of the board) ของ Apple แทน

คำถามสำคัญคือ ใครจะ มือถึงพอ ที่จะมารับตำแหน่ง CEO แห่งอาณาจักร Apple นี้ เพราะภายใต้การดูแลของ Tim Cook ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา หุ้น Apple แข็งค่าขึ้นมากกว่า 1,700% ปัจจุบัน มูลค่าตลาดของ Apple อยู่ที่มากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ ทําให้เป็นบริษัทมหาชนที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสามของโลก รองจาก Nvidia และ Alphabet เจ้าของ Google เท่านั้น

โดยในกระบวนการค้นหา มีอยู่หลายชื่อที่อยู่ในลิสต์ผู้สืบทอด เช่น

  • Craig Federighi (หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์)
  • Deirdre O’Brien (หัวหน้าฝ่ายค้าปลีกและ HR)
  • Eddy Cue (หัวหน้าฝ่ายบริการ)

แต่ตัวเต็งที่สุดคือ John Ternus (จอห์น เทอร์นัส) หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ เพราะมีความเหมาะสมทั้งอายุ (51 ปี) และประสบการณ์ในสายฮาร์ดแวร์

เทอร์นัส เป็นชาวแคลิฟอร์เนีย จบวิศวกรรมเครื่องกลจาก University of Pennsylvania (UPenn) เขาเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย และฉายแววความเป็นนักคิดตั้งแต่โปรเจกต์จบที่ออกแบบแขนกล ที่ช่วยผู้พิการกินอาหารด้วยการขยับศีรษะ และเมื่อเรียนจบ เขาก็ได้ทำงานช่วงสั้น ๆ ด้านการออกแบบ VR headset ที่บริษัทเล็กๆ ชื่อ Virtual Research Systems

จนมาปี 2001 เขาเริ่มต้นงานที่ Apple อยู่ในทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ ภายในเวลาประมาณ 3 ปี เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการ และในปี 2013 เขาก็ขึ้นเป็น รองประธานฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ตลอด 25 ปี เขามีส่วนร่วมกับหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ของ Apple ตั้งแต่ iPad รุ่นแรก ไปจนถึงการเป็นหัวหอกในโปรเจกต์ iPhone Air และเป็นผู้นำคนสำคัญในการเปลี่ยนจากชิป Intel มาสู่ชิป Apple Silicon 

นอกจากนี้ เขายังขึ้นชื่อในเรื่อง ความใส่ใจในรายละเอียด และความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายซัพพลายเชนของ Apple โดยเขาใช้เวลาอย่างมากในการทำงานร่วมกับผู้ผลิตในเอเชีย เพื่อทำให้ซัพพลายเออร์ผลิตงานออกมาได้ตามมาตรฐานการออกแบบที่ Apple คาดหวัง 

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ทอร์นัส ขึ้นชื่อในเรื่องการเป็น คนที่ใจเย็น เน้นการทำงานร่วมกับผู้อื่น และเป็นที่รักของลูกน้อง แตกต่างจากผู้บริหารบางคนที่เน้นการใช้อำนาจ ซึ่งนิสัยนี้มีแนวโน้มที่จะสามารถรักษาบรรยากาศที่ดีในองค์กร ช่วยให้ประคับประคองระบบการทำงานของหนึ่งในบริษัทที่รวยที่สุดในโลกได้โดยไม่สร้างความขัดแย้งกับใคร

Steve Siefert เจ้านายคนแรกของเขาที่ Apple เล่าว่าเจ้านายคนแรกของเขาเล่าว่า เทอร์นัสเป็น “คนของประชาชน” เขาปฏิเสธที่จะนั่งในห้องทำงานส่วนตัว แต่เลือกที่จะนั่งทำงานในพื้นที่เปิดร่วมกับลูกน้องเพื่อสร้างแรงจูงใจและใกล้ชิดกับทีมมากที่สุด

ทั้งนี้ เทอร์นัส จะถือเป็นสมาชิกที่อายุน้อยที่สุดในทีมผู้บริหารระดับสูง และจะเป็น CEO คนแรกของ Apple ในรอบสามทศวรรษที่ ใช้ชีวิตการทำงานทั้งหมดไปกับด้านฮาร์ดแวร์ ต่างจากผู้สมัครคนอื่น ๆ เพราะเขาเคยทำงานคลุกคลีกับทั้งตัวอุปกรณ์และการดำเนินงานระดับโลกที่ผลิตสินค้าเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม เคยมีคำถามถึงตัว เทอร์นัส ตั้งแต่วันที่มีชื่อเป็นตัวเต็งว่า เหมาะสมจริงหรือ เพราะดูเหมือนว่า เทอร์นัส จะถนัด ต่อยอด มากกว่า สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ดังนั้น เขาอาจไม่ใช่นักสร้างนวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกเหมือน Steve Jobs อีกทั้งเทอร์นัสยังไม่มีประสบการณ์ด้านนโยบายการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่ง Cook ทำได้ดีมาก 

ทั้งนี้ เทอร์นัส ถือว่าต้องมารับช่วงต่อ ในตอนที่ Apple ต้องเผชิญความท้าทายสำหรับบทบาทใหม่ ในการผลักดัน Apple เข้าสู่โลกของ AI อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทยังตามหลังคู่แข่งอยู่ นอกจากนี้ Apple ยังเผชิญกับความซับซ้อนของ Supplaychain ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายภาษีนำเข้าของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์อีกด้วย

ก็คงต้องรอดูกัน ว่าทิศทางของ Apple จากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะกว่าเทอร์นัสจะรับตำแหน่งเต็มตัวก็ต้องรอถึงเดือนกันยายน นอกจากนี้ Tim Cook จะไม่หายไปไหน โดยเขาจะใช้ช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้และปีหน้า ทำงานร่วมกับเทอร์นัสอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด แม้เขาจะขยับขึ้นไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (Executive Chairman) ของบอร์ดบริหาร Apple ก็ตาม

nytimes / cnbc / techcrunch