กลายเป็นสมรภูมิใหม่ที่น่าจับตามอง เมื่อยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกวงการอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงทุนต่างชาติ ชิมลางตลาด Sport Complex หรือโครงการกีฬาครบวงจรกันอย่างคึกคัก เปลี่ยนที่ดินเปล่าทั่วกรุงและปริมณฑลให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสุขภาพระดับพรีเมียม
ต่างชาติลุย Sport Complex
นรศักดิ์ ศุภกรธนกิจ หัวหน้าฝ่ายตลาดทุนและการลงทุน คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2569 ได้เห็นเทรนด์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์นอกจากการการทำโครงการที่อยู่อาศัย และการซื้อขายโรงแรมแล้ว
เทรนด์อสังหาที่เกี่ยวข้องกับกีฬาก็กำลังมาแรง โดยระยะหลังมีนักลงทุนเริ่มซื้อ “โกดังเก่า” มาทำ “สนามในร่มสำหรับพิกเกิลบอล (Pickleball)” จำนวนมากขึ้น

ขณะที่ ‘นักลงทุนต่างชาติ’ เริ่มหาที่ดินเปล่าขนาดไม่เกิน 20 ไร่ เพื่อทำ Sport Complex สเกลระดับเล็ก-กลาง มูลค่าการลงทุนราว ๆ 100-300 ล้านบาท/แห่ง
ทั้งนี้ การหาที่ดินทำ Sport Complex มักกระจายตัวอยู่ในทำเลดังนี้
- ทำเลชานเมืองกรุงเทพฯ
- EEC อาทิ ชลบุรี ระยอง
- ภูเก็ต
ผู้ประกอบอสังหาหันรุกธุรกิจใหม่

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็โดดร่วมลงทุน Sport Complex ตั้งแต่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง “แสนสิริ” เปิดตัว ‘เอส ควอเตอร์ (S QUARTER)’ มูลค่า 100 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 นี้ บนพื้นที่ 24 ไร่ ย่านกรุงเทพกรีฑา ภายในโครงการประกอบด้วย
- สนามฟุตบอล
- สนามเทนนิส
- กีฬาเทรนด์ใหม่มาแรงอย่าง Pickleball และ Padel
- Pro Shop ขายอุปกรณ์กีฬา
- โซนคาเฟ่และร้านอาหาร
- พื้นที่สตูดิโอและกิจกรรม

ด้าน “พราว เรียลเอสเตท” มีกระแสข่าวนำที่ดินเก่าส่วนตัวของ ‘คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ ตรงบางใหญ่ นนทบุรี แปลงบิ๊กซีรัตนาธิเบศร์เก่า (ข้าง ๆ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต) มาพัฒนาเป็นศูนย์กลางกีฬาหลายชนิดอย่าง เทนนิส และ สปอร์ตคลับ คล้ายกับอารีน่าสปอร์ตที่หัวหิน
โดยจากศักยภาพทำเลและขนาดพื้นที่ หากขึ้นโครงการจะเป็นหนึ่งในสปอร์ตคอมเพล็กซ์ใหญ่ย่านชานเมืองของกรุงเทพฯ ที่น่าจับตา ปัจจุบัน (เม.ย.69) พื้นที่ยังอยู่ระหว่างรื้อถอนโครงสร้างเดิม
ขณะที่ KE Group ผู้ประกอบการอสังหาและรีเทลรายใหญ่ แม้ไม่ได้ทำสปอร์ตคอมเพล็กซ์ แต่ก็ขอลุยธุรกิจกีฬาเช่นกัน ผ่านการทำ Crystal Sports สนามเทนนิสในร่มมาตรฐานโลก (มาตรฐานเดียวกับ US Open) ย่านเลียบด่วนรามอินทรา

ทำไมต้อง Sport Complex? วิเคราะห์ 3 ปัจจัยบวกดึงดูดเม็ดเงิน
1. สุขภาพคือ “Safe Haven” ของการลงทุน
ในยุคที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ แต่รายจ่ายด้านสุขภาพกลับเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยอมควักกระเป๋าจ่าย
Sport Complex จึงกลายเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่มีความภักดีสูง (Loyalty) และมีลักษณะเป็นรายได้หมุนเวียน (Recurring Income) จากระบบสมาชิกและอะคาเดมี่ฝึกสอน
2. เปลี่ยน “ที่ดินรอการพัฒนา” ให้เป็นเงินสด
นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเลือกใช้ Sport Complex เป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเปลี่ยน Land Bank ที่ยังไม่มีแผนสร้างคอนโดมิเนียม ให้กลายเป็นพื้นที่กิจกรรมที่สร้างรายได้ทันที และยังช่วยเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้กับพื้นที่โดยรอบในระยะยาว
3. พฤติกรรม “Hybrid Life” ของคนเมือง
พฤติกรรมการทำงานที่ยืดหยุ่นทำให้คนมองหาสถานที่ที่สามารถ “ทำงาน-ออกกำลังกาย-พักผ่อน” ได้ในที่เดียว
Sport Complex สมัยใหม่จึงไม่ใช่แค่ที่เล่นกีฬา แต่เป็น Community ที่มีร้านอาหารสุขภาพ Co-working Space และพื้นที่สำหรับเด็ก เพื่อดึงกลุ่มครอบครัวให้เข้ามาใช้เวลาได้ตลอดทั้งวัน
