ศศินทร์ และ SCGC ร่วมถอดรหัสสตาร์ตอัปแห่งอนาคต ผ่านเวที ‘Bangkok Business Challenge 2026’ เวทีแผนธุรกิจระดับนานาชาติที่จัดต่อเนื่องยาวนานที่สุดในเอเชีย

เมื่อโลกธุรกิจหมุนเร็วกว่าที่เคย และ AI กำลังเปลี่ยนกติกาการแข่งขันในทุกอุตสาหกรรม สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC กลับมาจัดการแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2026 ภายใต้แนวคิด Growing Impactful Ventures: Building Solutions for Tomorrow’s World อีกครั้งวันนี้เราชวน 2 ผู้บริหารหลักมาร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และแนวคิดเบื้องหลังเวทีอันทรงพลังแห่งนี้

1. จุดแข็งของเวที Bangkok Business Challenge คืออะไร และมีบทบาทอย่างไรในการบ่มเพาะสตาร์ตอัประดับสากล

ศศินทร์ฯ:ศาสตราจารย์ ดร. เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ฯ กล่าว่า Bangkok Business Challenge 2026 โดดเด่นจากเวทีอื่นในหลายมิติ เพราะไม่ได้มุ่งเน้นแค่ความคิดสร้างสรรค์บนกระดาษ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลกระทบที่จับต้องได้จริง ภายใต้ Strategic Positioning ที่ว่า “Global Reputation. Regional Expertise” การแข่งขันนี้เปิดรับนิสิตนักศึกษาจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก ให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในประเด็นด้านความยั่งยืนและโซลูชันสำหรับอนาคต พร้อมเสริมสร้างความพร้อมในการระดมทุนจริง ซึ่งทำให้ผู้เข้าแข่งขันได้สัมผัสประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับโลกธุรกิจมากที่สุด

SCGC:ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายปฎิบัติการและนวัตกรรม SCGC กล่าวว่า ในมุมมองของ SCGC เวทีนี้เป็นมากกว่าการแข่งขัน เพราะเป็นพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้นำนวัตกรรมมาบูรณาการกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจริง โดยเฉพาะการก้าวจากการเป็นแค่ผู้ใช้ AI มาเป็น Applied Problem Solver ที่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ เราจึงวางตัวเองเป็น “Catalyst” ที่ไม่ได้แค่สนับสนุนงบประมาณ แต่พร้อมช่วย Scale-up นวัตกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นจริง อีกทั้งเรายังพร้อมสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และทรัพยากรณ์ เพื่อเปลี่ยนแผนธุรกิจให้เป็นโมเดลที่ใช้งานได้จริง (Implementation)

2. ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับประสบการณ์อะไร และแผนธุรกิจในยุคนี้ควรมีลักษณะอย่างไร

ศศินทร์ฯ:ผู้เข้าแข่งขันจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ Global Innovation Ecosystem ตั้งแต่การรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยว ชาญระดับแนวหน้า โอกาสเข้าถึงแหล่งทุน และการทำงานร่วมกับทีมที่มาจากหลากหลายวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้จะพัฒนาศักยภาพในการสร้างธุรกิจที่แข่งขันได้ในระดับสากล ส่วนแผนธุรกิจที่ดีในยุค AI นั้น ต้องไม่ใช่เพียงนวัตกรรม แต่ต้องมีความรับผิดชอบ ปรับตัวได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน เมื่อระบบอัตโนมัติทำงานมากขึ้น บทบาทของมนุษย์ในด้านการตัดสินใจ จริยธรรม และเจตนารมณ์ยิ่งมีความสำคัญ แผนธุรกิจที่ดีจึงต้องกล้าคิดอย่างเป็นอิสระและลงมือทำอย่างมีเป้าหมายเสมอ

SCGC:แผนธุรกิจที่ SCGC มองหาต้องมีความ Self-Sustainable คือสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอก และรู้จักใช้เทคโนโลยีมาสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่เดิม เราต้องการเห็นโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนนิยามจาก “Growth at all costs” มาเป็นการสร้าง Positive Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Growing Impactful Ventures” ที่เราให้ความสำคัญมาตลอด

3. ทั้ง 2 องค์กรมองเห็นโอกาสอะไรในการต่อยอดความร่วมมือหลังจบการแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2026

ศศินทร์ฯ :ศศินทร์ฯ มองว่าคุณค่าที่ยั่งยืนของการแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ที่ผู้ชนะ แต่อยู่ที่เครือข่ายและโอกาสที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการ ผู้เข้าแข่งขันจะได้สร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว Bangkok Business Challenge 2026 จึงไม่ใช่แค่จุดสิ้นสุดของการแข่งขัน  แต่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางผู้ประกอบการที่แท้จริง

SCGC:มีโอกาสอย่างแน่นอน เพราะเป้าหมายสูงสุดของ SCGC ในการสนับสนุนครั้งนี้คือการเฟ้นหา Strategic Partners ที่มีศักยภาพ เราไม่ได้มองหาแค่ไอเดีย แต่มองหาแผนธุรกิจที่นำ AI มาบูรณาการแก้ปัญหาระดับโลก โดยเฉพาะด้าน Green Polymer เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และนวัตกรรมที่แก้วิกฤตพลังงาน ความร่วมมือหลังการแข่งขันถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง New S-Curve โดย SCGC พร้อมทำหน้าที่เป็น Catalyst ช่วย Scale-up นวัตกรรมให้กลายเป็นธุรกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริง และผลักดันให้ทีมที่มีโซลูชันด้านพลังงานหรือ Green Innovation ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Leader) ในระดับโลก
สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามได้ทาง Facebook page: Bangkok Business Challenge หรืออีเมล bbc@sasin.edu