แอลจี เผยผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2569 กวาดรายได้ทุบสถิติกว่า 5 แสนล้านบาท

• แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ทำรายได้รวมอยู่ที่ 23.73 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5.31 แสนล้านบาท) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.67 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.74 หมื่นล้านบาท) ในไตรมาสแรกของปี 2569

• รายได้รวมจากกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และธุรกิจโซลูชันสำหรับยานยนต์ของแอลจีทะยานสู่ 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.23 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรก โดยกลุ่มธุรกิจโซลูชันสำหรับยานยนต์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทุบสถิติสูงสุดทั้งในด้านรายได้และกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาส ก้าวขึ้นเป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อนผลกำไรของกลุ่มธุรกิจ B2B อย่างเต็มภาคภูมิ ในขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะเสาหลักของธุรกิจ B2C ที่สร้างรายได้และกระแสเงินสดให้แก่บริษัทได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

• ธุรกิจ B2B ของแอลจีมีสัดส่วนคิดเป็น 36% ของรายได้รวมทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจรูปแบบบอกรับสมาชิก (Subscription) ยังคงเติบโตในระดับเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง

• กลยุทธ์สำคัญของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น “กลยุทธ์สองแนวทาง” (Two-track Approach) ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงการเร่งขยายการเติบโตของแพลตฟอร์ม webOS ที่มีส่วนช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไร

• แอลจีเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มที่มีการเติบโตสูง อาทิ โซลูชันระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center Cooling Solutions)

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลก ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยผลประกอบการไตรมาสแรกประจำปี 2569 โดยมีรายได้รวม 23.73 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5.31 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 1.67 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.74 หมื่นล้านบาท) รายได้ดังกล่าวขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นระดับรายได้ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ แอลจียังทำสถิติสร้างผลกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกสูงสุดเป็นอันดับสาม โดยเพิ่มขึ้นถึง 32.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน

กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งครอบคลุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้ โดยสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียม พร้อมสร้างผลงานโดยรวมได้อย่างโดดเด่น แม้ต้องเผชิญกับสภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินอยู่ ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ของแอลจี ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์การขยายธุรกิจ B2B ยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในไตรมาสแรก และยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ ด้วยรายได้รวมรายไตรมาสของกลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์และกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ทะลุ 10 ล้านล้านวอน (ประมาณ 2.23 แสนล้านบาท) เป็นครั้งแรก

การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับศักยภาพในการทำกำไรในระยะยาวยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญในกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร (B2B) ธุรกิจแพลตฟอร์ม และธุรกิจ D2X (Direct to Everything) ของบริษัทฯ ประจำไตรมาสแรก โดยกลุ่มธุรกิจ B2B สามารถสร้างรายได้แตะระดับ 6.5 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.45 แสนล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36 ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโตร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ในขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 6.4 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.43 หมื่นล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจในการสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน

ผลประกอบการและแนวโน้มรายกลุ่มธุรกิจไตรมาส 1 ประจำปี 2569

กลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution หรือ HS)

กลุ่มธุรกิจ HS รายงานรายได้ 6.94 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท) ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส พร้อมกำไรจากการดำเนินงาน 5.7 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.27 หมื่นล้านบาท) ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์การขับเคลื่อนตลาดพรีเมียมควบคู่กับตลาดแมส ตลอดจนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจบอกรับสมาชิก (Subscription) และช่องทางออนไลน์ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงผล กระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของแอลจียังคงสามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานไว้ได้ในระดับ 8.2%

สำหรับแนวโน้มในไตรมาสที่สอง แอลจีมีแผนเดินหน้าสร้างการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการรุกขยายตลาดสำคัญในกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน นอกจากนี้ แอลจียังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต อาทิ โซลูชันหุ่นยนต์สำหรับใช้งานภายในบ้าน รวมถึงชิ้นส่วนและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์

กลุ่มธุรกิจโซลูชันด้านสื่อและความบันเทิง (Media Entertainment Solution หรือ MS)

กลุ่มธุรกิจ MS รายงานรายได้ 5.17 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.15 แสนล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 3.72 แสนล้านวอน (ประมาณ 8.32 พันล้านบาท) สะท้อนการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน และกลับมามีกำไรเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เติบโตอย่างโดดเด่น การขยายตัวของธุรกิจแพลตฟอร์ม webOS รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการลดต้นทุนคงที่

ในไตรมาสที่สอง แอลจีมุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการทำกำไร ควบคู่กับการตอบสนองเชิงรุกต่อความต้องการของตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากมหกรรมการแข่งขันกีฬาระดับโลก ในขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตร พร้อมเพิ่มการลงทุนด้านคอนเทนต์ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจแพลตฟอร์ม webOS อย่างต่อเนื่อง

กลุ่มธุรกิจโซลูชันยานยนต์ (Vehicle Solution หรือ VS)

กลุ่มธุรกิจ VS สร้างผลงานโดดเด่นด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรจากการดำเนินงานรายไตรมาส โดยมีรายได้อยู่ที่ 3.64 ล้านล้านวอน (ประมาณ 8.14 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 2.12 แสนล้านวอน (ประมาณ 4.74 พันล้านบาท) การเติบโตของรายได้ได้รับแรงหนุนจากการยกระดับโซลูชันอินโฟเทนเมนต์ในรถยนต์สู่ระดับพรีเมียม ควบคู่กับการขยายการติดตั้งในรถยนต์หลากหลายรุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ขณะเดียวกัน อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 6% เป็นครั้งแรก จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำบทบาทของกลุ่มธุรกิจ VS ในฐานะศูนย์กลางการสร้างผลกำไรแบบ B2B ที่เชื่อถือได้ และเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจที่กำลังขยายตัวของแอลจี

กลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution หรือ ES)

กลุ่มธุรกิจ ES รายงานรายได้ 2.82 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.31 หมื่นล้านบาท) และกำไรจากการดำเนินงาน 2.49 แสนล้านวอน (ประมาณ 5.57 พันล้านบาท) โดยรายได้และกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดท้องถิ่นที่ชะลอตัวลง อันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงกดดันจากต้นทุนด้านบุคลากรที่เพิ่มสูงขึ้น

แอลจียังมีแผนขยายสัดส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ อาทิ บริการติดตั้งและบำรุงรักษา ควบคู่กับการผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละภูมิภาค เช่น ระบบปรับอากาศแบบ Unitary ในอเมริกาเหนือ และโซลูชันเครื่องทำความร้อนในยุโรป ในขณะเดียวกัน บริษัทยังมุ่งสร้างการเติบโตในอนาคต ผ่านการรุกสู่ตลาดโซลูชันระบบระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) โดยพัฒนาทั้งระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวรุ่นใหม่